สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ

ฝ่ายวิชาการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน
Date: 
19/04/2017

ฝ่ายวิชาการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ประจำวันจันทร์ที่ ๑๐ เม.ย.๖๐ ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ภาษาต่างประเทศของรัฐบาลจีน ร่วมกับ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวหนังสือ "สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ" เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ เม.ย.๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ อาคารรัฐสภา โดยมีสำนักงานสารนิเทศ แห่งคณะรัฐมนตรีจีน กลุ่มบริษัทเพื่อจำหน่ายหนังสือภาษาต่างประเทศของจีน สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้การสนับสนุนการจัดงาน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. นายเจี่ยง เจี้ยนกั๋ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารนิเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวว่า หนังสือ "สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ" เป็นหนังสือที่รวบรวมวาทะสำคัญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาทิ สุนทรพจน์โอวาทและภารกิจต่าง ๆ ระหว่างเดือน พ.ย.๕๕ – มิ.ย.๕๗ รวม ๗๙ บท จัดแบ่งเป็น ๑๘ หัวข้อ โดยมุ่งประเด็นหลักที่สังคมโลกให้ความสนใจเกี่ยวกับประเทศจีนในปัจจุบัน จัดเรียงเนื้อหาแต่ละบทตามลำดับเวลาเพื่อง่ายต่อความเข้าใจและสะดวกในการค้น หา และในขณะนี้ได้ถูกนำไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ๑๖ ภาษา และจัดพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลกกว่า ๖.๒ ล้านเล่ม

๒. สำหรับความโดดเด่นของหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วย
   ๒.๑ ทำให้เห็นการพัฒนาของจีนในแต่ละก้าว จากการปฏิรูปและการเปิดประเทศของจีน ที่ได้ดำเนินการมาเกือบ ๔๐ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัย ที่ ๑๘ เป็นต้นมา  จีนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยเฉพาะในปี พ.ศ.๒๕๕๙ มีอัตราการเติบโตของจีดีพี อยู่ที่ร้อยละ ๖.๗ ของขนาดจีดีพีที่มากกว่า ๑๑ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ยังคงเป็นอันดับสองและมีส่วนช่วยกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจโลกมากกว่า ๓๐% สำหรับเศรษฐกิจจีนในทุกวันนี้มีการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง สังคมปรองดองสามัคคี ประชาชนอยู่เย็นมีสุข
   ๒.๒ ความสำเร็จของจีนเป็นผลมาจากสิ่งที่เราเรียกว่า “เส้นทางของจีน” ได้แก่
           ๒.๒.๑ หนึ่ง-คือ ความฝันที่จะฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน
           ๒.๒.๒ สอง-คือ ยืนหยัดหลักการพื้นฐาน ๔ ประการ ยืนหยัดปฏิรูปและเปิดประเทศ
           ๒.๒.๓ สาม-คือ ยิ่งใหญ่ ได้แก่ ผลักดันการสร้างสรรค์กิจการอันยิ่งใหญ่ของสังคมนิยมที่เอกลักษณ์จีน  
           ๒.๒.๔ สี่-คือ รอบด้าน ได้แก่ การสร้างสังคมอยู่อุ่นกินอิ่มอย่างรอบด้าน การปฏิรูปเชิงกว้างและเชิงลึกอย่างรอบด้าน การบริหารประเทศด้วยนิติธรรมอย่างรอบด้าน การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ในการบริหารพรรคอย่างเข้มงวดอย่างรอบด้าน
           ๒.๒.๕ ห้า-คือบูรณาการสร้างเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์การเมือง สร้างสรรค์วัฒนธรรม สร้างสรรค์สังคม และสร้างสรรค์อารยธรรมระบบนิเวศวิทยาให้มีความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน
   ๒.๒ ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งมวลมนุษย์ ซึ่งจิตวิญญาณแห่งมวลมนุษย์เหล่านี้ มีที่มาจาก ๓ ประการ คือ
           ๒.๒.๑ หนึ่ง-ความรักอย่างสุดซึ้งต่อค่านิยมอันดีงามที่สอบสืบทอดกันมาแต่โบราณ นักการเมือง นักคิดสมัยโบราณได้สร้างและสั่งสมปัญญาทางการเมืองในการบริหารประเทศ ก่อให้เกิดค่านิยมที่เน้นความรักความเมตตากรุณา คิดให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา รักษาสัจจะ ยกย่องคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริมความสามัคคี สงวนจุดต่าง แสวงจุดร่วม
           ๒.๒.๒ สอง-มาจากความมั่นใจอย่างสูงต่อวัฒนธรรมอันก้าวหน้าในระบบสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน
           ๒.๒.๓ สาม-มาจากความเคารพอย่างเต็มที่ต่ออารยธรรมอันดีงามของมนุษยชาติ ทุกวันนี้อารยธรรมที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นำเสนอคือ หลากสี เสมอภาค ยอมรับความต่าง แต่ละประเทศแต่ละชนชาติต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนเคารพยอมรับซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค จีนต้องเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ ผนวกกับอารยธรรมอันดีงามของมนุษยชาติทั้งปวง

๓. ข้อสังเกต
   ๓.๑ หนังสือเล่มนี้ ได้วิเคราะห์ถึงเบื้องหลังการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำจีน ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่มีความโดดเด่น นอกจากจะเป็นลูกของผู้นำชั้นสูง (บุตรของ สี จงชุน อดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน) และในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมเคยออกชนบทไปอยู่ในถิ่นทุรกันดารคือ มณฑลซานซี ซึ่งเมื่อกลับมาเรียนหนังสือ ก็เรียนจนจบปริญญาเอก ทำวิทยานิพนธ์ทางด้านมาร์กซิสม์ และเมื่อเริ่มต้นทำงานก็ทำงานและเติบโตในหน่วยงานทหารมาตลอด เป็นพลเรือนที่ต้องไปดูแลหน่วยงานพรรคที่ประจำตามหน่วยทหาร จึงทำให้ ประธานาธิบดีสี  จิ้นผิง มีความสนิทชิดเชื้อกับบรรดาทหาร อันเป็นมูลเหตุให้มีอำนาจมากในปัจจุบัน
   ๓.๒ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ได้ก้าวกระโดดในทางการเมือง จากการเข้ามาเป็นคณะกรรมการประจำของกรมการเมือง (Standing Committee ของ Political Politburo) โดยที่ไม่เคยผ่านงานของ Politburo มาก่อน คือเป็นหนึ่งใน ๙ คนที่มีอำนาจสูงสุดในจีน และได้ถูกวางตัวเป็น ทายาททางการเมืองคู่กับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน สำหรับนโยบายที่สำคัญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นอกจากจะดำเนินนโยบายปฏิรูปจีนภายใต้นโยบาย ๓ ปฏิรูป คือ (๑) ปฏิรูปเศรษฐกิจ (๒) ปฏิรูปหน่วยงานราชการ รวมทั้งพรรคคอมมิวนิสต์ และ (๓) ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็พยายามดึงจีน ไม่ให้เป็นทุนนิยมมากเกินไปแบบตะวันตก แต่ที่เป็นข้อสำคัญคือ ได้ลงมือปฏิรูปจีนในหลายๆ เรื่อง ในขณะที่ผู้นำคนก่อนๆ ไม่เคยคิดจะทำหรือไม่กล้าทำ ตัวอย่างเช่น การปราบปรามคอร์รัปชั่นที่ดำเนินการอย่างกว้างขวาง รวมทั้ง การรณรงค์ให้เกิดการรัดเข็มขัดในจีน การจัดเลี้ยงหรือความหรูหราของสมาชิกพรรคจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าใครละเมิดจะถูกลงโทษค่อนข้างรุนแรง เป็นต้น

บทสรุป ทุกคนควรตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องรู้จักและเข้าใจประเทศจีน ทั้งในฐานะผู้ให้กำเนิดและสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในปัจจุบัน หากจะรู้จักและเข้าใจจีนก็ต้องรู้จักผ่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในฐานะผู้นำการปฏิวัติและพัฒนาที่ส่งผลกระทบมหาศาลทั้งต่อจีนและประชาคมโลก ผ่านนโยบายต่างประเทศหลายเรื่อง เช่น การรณรงค์เรื่อง One belt, One road เส้นทางสายไหมเชื่อมเส้นทางการค้าใหม่ของจีนในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งถือเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญที่สุดนโยบายหนึ่งของจีน ขณะเดียวกันก็ชูบทบาทของ G 20 เพื่อไม่ให้ประเทศตะวันตกที่เป็นทุนนิยมอย่างสหรัฐฯ สามารถครอบงำเศรษฐกิจ ของโลกได้ เป็นต้น และที่สำคัญหนังสือ "สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ" เล่มนี้ ได้สะท้อนภาพนโยบาย ความคิดของการเป็นผู้นำจีนอย่างชัดเจน และเป็นเหมือนเข็มทิศที่จีนจะต้องมุ่งไป ทั้งในด้านพัฒนาตนเอง และทางด้านปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ ยังทำให้ประเทศอื่นๆ สามารถรู้ท่าทีของจีนได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้เตรียมตัวของประเทศตนเองต่อไป

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ของมติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news/315817 รวมทั้ง เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ  http://www.prachachat.net/webmobile/news_detail.php?newsid=1491540865 และเว็บไซต์ของสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน http://www.tcjapress.com/2017/04/07/xi-jingping-book/)

 

 

Facebook Comments Box