ยุทธศาสตร์ทหารของจีน

ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
Source: 
vijaichina
Date: 
20/04/2017

เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ พันเอกอาวุโสหยาง อวี้จุน โฆษกกระทรวงกลาโหมจีนระบุว่า จีนกำลังเผชิญกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่แปรปรวนและสลับซับซ้อน จึงจำเป็นต้องพัฒนายุทธศาสตร์การทหารใหม่และได้เผยแพร่เอกสารที่เรียกว่า สมุดปกขาวประจำปี ๒๐๑๕ (China’s White Paper 2015) หรือปี พ.ศ.๒๕๕๘ ว่าด้วยการป้องกันประเทศภายใต้ชื่อ“ยุทธศาสตร์การทหารของจีน” (China's Military Strategy) ซึ่งเป็นสมุดปกขาวฉบับที่ ๙ ที่ได้จัดทำขึ้นในทุกๆ ๒ ปี โดยภายในฉบับนี้ มีจำนวนทั้งหมด ๙,๐๐๐ คำ ประกอบด้วยเนื้อหาสำคัญ ๗ ประเด็นใหญ่ๆ ได้แก่ (๑) บทนำ (๒) สถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ (๓) ภารกิจและหน้าที่ทางยุทธศาสตร์ของกองทัพจีน  (๔) ยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศเชิงรุก (๕) การเสริมสร้างและพัฒนากองทัพจีน (๖) การเตรียมการทางทหาร  (๗) ความร่วมมือและความมั่นคงทางทหาร สำหรับเนื้อหาความสำคัญตามประเด็นต่างๆ ดังกล่าว สรุปได้ดังนี้

๑. บทนำ (Preface) กล่าวถึงความจำเป็นของการพัฒนากองทัพเพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้สอดคล้องกับการที่จีนได้กำหนดแนวทางที่จะนำประเทศไปสู่“ความฝันของจีน” หรือ Chinese Dream โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นผู้นำจีนรุ่นที่ ๕ ได้ประกาศแนวทางดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๕ ขณะเยี่ยมชมนิทรรศการ “หนทางสู่ความเจริญรุ่งเรือง” ณ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีนในกรุงปักกิ่ง โดยนายสี จิ้นผิง กล่าวว่า “ความฝันของชาวจีนในการพลิกฟื้นชุบชีวิตประเทศชาติที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาใหม่” (The Chinese Dream of great national rejuvenation) นั่นคือ เมื่อถึงวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีของการสถาปนาพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ก่อตั้งพรรคฯ เมื่อ ๑ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๒๑ หรือ พ.ศ.๒๔๖๔) ดังนั้น ในปี ค.ศ.๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) ประเทศจีนต้องบรรลุเป้าหมายสังคมพออยู่พอกินอย่างทั่วถึงให้ได้ นั่นคือคนจีนจะมีรายได้ต่อหัวเป็น ๑๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ ต่อปีและเมื่อฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (สถาปนาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๔๙) ดังนั้น ในปี ค.ศ.๒๐๔๘ (พ.ศ.๒๕๙๑) ประเทศจีนจะต้องมีรายได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นผู้นำโลกทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และการทหาร ซึ่งนักวิเคราะห์ตะวันตกได้วิเคราะห์ “ความฝันของจีน” ของ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ว่า ประกอบด้วย ๔ ส่วน คือ (๑) เป็นประเทศจีนที่แข็งแรง มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิทยาศาสตร์ การทหาร (๒) เป็นประเทศจีนที่ศิวิไลซ์ มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ ร่ำรวยวัฒนธรรม มีคุณธรรมจริยธรรมสูง (๓) เป็นประเทศจีนที่มีความกลมกลืน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างชนชั้น (๔) เป็นประเทศจีนที่สวยงาม มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย มีมลภาวะพิษต่ำ ทั้งนี้ เป้าหมายของประเทศจีนในสมุดปกขาวฉบับนี้ คือ การสร้างโอกาสเพื่อนำไปสู่ความมีเสถียรภาพและความเจริญก้าวหน้าอย่างสันติ โดยจีนมีจุดยืนที่ชัดเจนในการไม่แสวงหาอำนาจเพื่อครองความเป็นผู้นำหรือต้องการขยายอำนาจแต่อย่างใด การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทัพจีนอย่างมีแบบแผนและมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เพื่อสนับสนุนความเจริญก้าวหน้าของประเทศอย่างสันติ และสอดคล้องกับนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการตั้งเป้าหมายในระยะยาวถึง ๒๐๐ ปี เพื่อให้ความฝันของจีนปรากฏผลเป็นจริงและฟื้นฟูประเทศสู่ความยิ่งใหญ่

. สถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ (National Security Situation) สถานการณ์ความมั่นคงของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบหลายขั้วอำนาจทุกประเทศต่างให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ มีการรวมตัวเป็นประชาคมต่างๆ เพื่อความร่วมมือ พัฒนาและรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเพื่อรักษาสมดุลระหว่างภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายในประเทศและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการปรับสมดุลใหม่ในเอเชียของสหรัฐฯ อันก่อให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นในจุดที่มีกรณีพิพาทต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของจีนได้จึงได้กำหนดแนวทางเพื่อการรักษาความมั่นคงทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ดังนี้ (๑) มุ่งรักษาปัจจัยภายนอก คือสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศให้เกิดเสถียรภาพ (๒) มุ่งรักษาเสถียรภาพของปัจจัยภายใน โดยการสร้างความมั่นคงทางสังคมและทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (๓) ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศจากการแทรกแซงของมหาอำนาจนอกภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหาช่องแคบไต้หวัน ปัญหาเขตปกครองตนเองทิเบต หรือเขตการปกครองตนเองซินเจียงที่จีนเน้นอยู่เสมอว่าเป็นกิจการภายในประเทศ.. (๔) การเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดจากปฏิวัติในกิจการหทาร (Revolution in Military Affairs : RMA) เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การทำสงครามข้อมูลข่าวสาร สงครามอวกาศ รวมทั้งการเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งจากการแย่งชิงผลประโยชน์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะทางทะเล และเส้นทางคมนาคมทางทะเล

. ภารกิจและหน้าที่ทางยุทธศาสตร์ของกองทัพจีน (Missions and Strategic Tasks of China's Armed Forces)

                 ๓.๑ ต้องสนับสนุนภารกิจที่สำคัญตามแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของประเทศในการก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ.๒๕๙๒ ฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับสังคมโลกและเป็นสังคมที่มีความสมานฉันท์ (Harmonious) นอกจากนี้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนต้องมีความเข้มแข็ง หากจำเป็นต้องแสดงแสนยานุภาพต้องดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะในการรบ เน้นการรักษาสมดุลระหว่างปัจจัยความมั่นคงภายในและภายนอกประเทศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลกและเน้นการทำงานร่วมกัน ความร่วมมือระหว่างประชาชนและกองทัพ เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยของจีน

              ๓.๒ กองทัพจะต้องมีขีดความสามารถเพื่อให้บรรลุภารกิจหลัก ได้แก่ (๑) สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และภัยคุกคามด้านความมั่นคงเพื่อปกป้องอธิปไตยและสร้างความมั่นคงของดินแดนทั้งทางบก ทะเล และอากาศ (๒) การพิทักษ์และคุ้มครองความมั่นคงแห่งผลประโยชน์ของประเทศและผลประโยชน์ในโพ้นทะเล ของประเทศจีน (๓) ความสามารถในการป้องกันประเทศและการบ่อนทำลายความมั่นคงจากการก่อร้าย (๔) สามารถปฏิบัติการในสถานการณ์วิกฤตและฉุกเฉินเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

. ยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศเชิงรุก (Strategic Guideline of Active Defense) แนวคิดด้านยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศเชิงรุก คือการบูรณาการการปฏิบัติงานในระยะยาวแบบ มีเอกภาพทั้งในยามปกติ และยามสงครามตั้งแต่ระดับยุทธการและยุทธวิธีให้มีขีดความสามารถในการโจมตี ตอบโต้รวมทั้งการปรับตัวให้รองรับสภาวะแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยเพื่อให้กองทัพสามารถปฏิบัติการทางทหารได้ ภายใต้เงื่อนไขความจำกัดของเวลา ความรวดเร็วถูกต้องของข้อมูลข่าวสารและความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อการปฏิบัติการร่วมได้   อย่างมีประสิทธิภาพ และกองทัพต้องมีการดำเนินการ โดย (๑) การควบคุมบังคับบัญชาต้องบรรลุเป้าหมายตามของยุทธศาสตร์ชาติ กองทัพต้องมีความเข้มแข็ง มีการเตรียมการทางทหารเพื่อปฏิบัติการในภาวะวิกฤต และปฏิบัติหน้าที่ป้องกันรักษาความมั่นคงในภาพรวมของประเทศ เมื่อรบต้องครองความได้เปรียบ (๒) พัฒนาโครงสร้างทางยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมสร้างความสมดุลในการป้องกันประเทศ ดำรงรักษาเสถียรภาพของอำนาจอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ (๓) มีความอ่อนตัวในการปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี การปฏิบัติการร่วม และมีการบูรณาการการปฏิบัติการในทุกด้านระหว่างรัฐบาล กองทัพ และประชาชนตามแนวทางของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ (๔) ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศพัฒนาแล้วตามกรอบความร่วมมือเพื่อความมั่นคงของภูมิภาค

. การเสริมสร้างและพัฒนากองทัพจีน (Building and Development of China's Armed Forces) คณะกรรมาธิการทหารกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับกองทัพภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสงครามข้อมูลข่าวสาร มีประเด็นสำคัญคือ

              ๕.๑ การพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมรบในการทำสงครามได้ทุกมิติทั้งทางบก ทะเล อากาศ และในอวกาศ ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพกองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ ให้มีศักยภาพในการโจมตีตอบโต้ทั้งระยะกลางและระยะไกลมีการพัฒนาขีดความสามารถของกองกำลังทางบกและกองกำลังตำรวจให้ปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองกำลังทางทะเลสามารถปฏิบัติการได้ทั้งแนวชายฝั่ง (Offshore Waters Defence) และเพิ่มบทบาทปกป้องทะเลเปิด (Open Seas Protection) พัฒนากองกำลังทางอากาศทั้งในการป้องกันและปฏิบัติการเชิงรุก เพิ่มขีดความสามารถในการแจ้งเตือนภัย

              ๕.๒ การพัฒนากองทัพเป็นระบบเครือข่ายคือ ทางทะเลและมหาสมุทรเป็นเครือข่ายรักษาเสถียรภาพความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ ใช้เครือข่ายทางอากาศและอวกาศเพื่อพัฒนาด้านการความมั่นคงของประเทศและระบบการแจ้งเตือนภัย การพัฒนากองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตย เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพึ่งพาตนเองให้มีศักยภาพในการ         ตอบโต้ จีนจะไม่ดำเนินนโยบายลัทธิครองความเป็นใหญ่และไม่ขยายอิทธิพล เราจะไม่โจมตีใครนอกจากว่าเราจะถูกโจมตีก่อนและเราจะโจมตีกลับแน่นอนถ้าเราถูกโจมตี

              ๕.๓ มาตรฐานการพัฒนากองทัพ โดยดำเนินการเสริมสร้างกำลังกองทัพให้สอดคล้องกับนโยบายยุทธศาสตร์ และการเมืองตามการกำกับดูแลของคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ พัฒนาระบบส่งกำลังบำรุง อาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยและพอเพียงต่อการปฏิบัติงาน พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมทางทหารเพื่อรองรับสงครามรูปแบบใหม่ในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถของสถาบันการศึกษาทางทหารร่วมกับพลเรือนเพื่อพัฒนาด้านการศึกษาอันจะส่งผลถึงการพัฒนาศักยภาพกำลังพลและทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

. การเตรียมการทางทหาร (Preparation for Military) จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องปรามและทำสงครามเพื่อการเตรียมพร้อมในการรักษาความมั่นคงสามารถควบคุมวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้ทั้งยามปกติและยามสงครามเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะรวมถึง การปฏิบัติการทางทหารที่มิใช่สงคราม (MOOTWAR) การใช้กำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารในการปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติมีสาระสำคัญดังนี้

              ๖.๑ เสริมสร้างขีดความสามารถระบบควบคุมบังคับบัญชาและระบบปฏิบัติการร่วม ให้มีฐานข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์ ทันต่อเหตุการณ์

              ๖.๒ มีการเตรียมการทางทหารทั้งทางตรงและทางเครือข่ายรองรับสถานการณ์ทางยุทธศาสตร์ที่มี ความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

              ๖.๓ ดำรงรักษาขีดความสามารถ และบูรณาการด้านความพร้อมรบให้ตอบสนองต่อทุกปฏิบัติการ         ๖.๔ สร้างระบบการฝึกทางทหารให้รองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริง โดยการปรับมาตรฐาน การฝึก กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ วิธีการฝึกศึกษา และเครื่องมือจำลองยุทธต่างๆให้ทันสมัยและนำมาปฏิบัติได้จริง

              ๖.๕ มีการเตรียมการในการปฏิบัติการทางทหารที่มิใช่สงคราม (MOOTWAR) เพิ่มขีดความสามารถการปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจริง เช่น การก่อการร้ายและการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งการปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพ การปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

๗. ความร่วมมือและความมั่นคงทางทหาร (Military and Security Cooperation Struggle) กองทัพจีนมุ่งผลักดันแนวคิดเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยการสร้างความสัมพันธ์กับกองทัพประเทศอื่นๆ แม้มิได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางทหารต่อกัน ลดความตึงเครียดในการเผชิญหน้าสร้างกลไกการรักษาความมั่นคงที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ในการสร้างความเชื่อมั่น ทางทหาร และกรอบความร่วมมือต่างๆ ดังนี้

                  ๗.๑ พัฒนาความสัมพันธ์รอบด้านกับสหพันธรัฐรัสเซีย บนพื้นฐานความร่วมมือแบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ แสวงหาแนวทางใหม่เพื่อดำเนินความสัมพันธ์ทางทหารกับสหรัฐฯ เป็นกลไกที่จะลดการเผชิญหน้า และพัฒนาไปสู่ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

                  ๗.๒ สร้างความพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านด้วยมิตรภาพและความจริงใจ ยกระดับความสัมพันธ์ทางทหารกับประเทศในยุโรป แอฟริกา ละตินอเมริกา และประเทศในแปซิฟิกตอนใต้ และมีส่วนร่วมในการหารือแบบพหุภาคีตามกลไกและกรอบความร่วมมือต่างๆ เช่น  องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation : SCO) การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defense Ministers' Meeting Plus : ADMM+) การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum : ARF) การประชุมสุดยอดด้านความมั่นคง (Shangri-La Dialogue : SLD) กรอบความร่วมมือของสหประชาชาติในการมีส่วนร่วมส่งกองกำลังเพื่อปฏิบัติการรักษาสันติภาพ การปฏิบัติการเพื่อการปราบปรามโจรสลัดในอ่าวเอเดน และการรักษาความปลอดภัยเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ 

                  ๗.๓ เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของกองทัพจีนในภารกิจด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สนับสนุน ให้มีกลไกป้องกันความขัดแย้ง รักษาเสถียรภาพในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสาธารณรัฐประชาชนจีนตาม แผนที่วางไว้

บทสรุป ยุทธศาสตร์ทหารของจีนดังกล่าว เป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการป้องกันประเทศโดยการเตรียมกำลังและการใช้กำลัง ซึ่งได้นำไปสู่ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปฏิรูปการทหารของจีน ในปลายปี พ.ศ.๒๕๕๘ เพื่อพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ โดยยังยึดมั่นหลักการพัฒนาอย่างสันติ และมุ่งใช้นโยบายป้องกันเชิงรุก (Active Defence) รวมทั้งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพึ่งพาตนเองให้มีศักยภาพในการตอบโต้ นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านความมั่นคงใน ๔ ด้านหลัก คือ (๑) ความมั่นคงด้านทะเลและมหาสมุทร เพื่อการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลรวมทั้งปกป้องเส้นทางคมนาคมทางทะเล (๒) ความมั่นคงด้านไซเบอร์ที่ต้องรับมือกับภัยคุกคามร้ายแรงด้านความมั่นคง (grave security threats) และถูกโจมตีโดยแฮกเกอร์ ซึ่งจะเร่งพัฒนาการตรวจสอบเครือข่ายและความปลอดภัยของข้อมูล รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศ  (๓ )การพัฒนากองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์สำหรับปกป้องอำนาจอธิปไตย และความมั่นคง โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพึ่งพาตนเองและให้มีศักยภาพในการตอบโต้ และ (๔) เครือข่ายทางอากาศและในอวกาศ โดยจีนจำเป็นต้องพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัย และรักษาสินทรัพย์ในอวกาศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการรักษาความปลอดภัยในอวกาศด้วย

สรุปและเรียบเรียงโดย :

พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

             

 

Facebook Comments Box