การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตามแนวคิดของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ฝ่ายวิชาการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน
Source: 
Vijaichina
Date: 
25/09/2017
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตามแนวคิดของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ได้กล่าวในการประชุมสัมมนาของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ ๓๐ พ.ย.๕๕ และ ในระหว่างการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว ประจำปี ๒๐๑๓ (พ.ศ.๒๕๕๖) เมื่อวันที่ ๘ เม.ย.๕๖ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. ใจความสำคัญจากคำกล่าวในการประชุมสัมมนาของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ ๓๐ พ.ย.๕๕ ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องเป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้แต่งเติม กล่าวคือ
      ๑.๑ ยืนหยัดใน”ทฤษฎีสองด้าน” มองปัญหาครบทั้งสองด้าน นอกจากด้านที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังต้องคำนึงถึงด้านลบอีกด้วย การมองปัญหาในแง่ลบจะเป็นการช่วยเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
      ๑.๒ การสร้างแรงขับเคลื่อนด้วยการสร้างสรรค์เพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องประกอบด้วย
             ๑.๒.๑ การรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดำเนินนโยบายการคลังและเงินตราที่หนักแน่น สร้างพลังและแรงจูงใจให้เติบโต การเติบโตต้องเป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้แต่งเติม
             ๑.๒.๒ การเสริมสร้างรากฐานทางเกษตรกรรมให้แข็งแรง เพิ่มการสนับสนุนภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมและปรับปรุงวนโยบายเกษตรเข้มแข็ง เร่งพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้ทันสมัย สร้างหลักประกันในอุปทานธัญญาหารและผลผลิตการเกษตรสำคัญของประเทศ
             ๑.๒.๓ ต้องผลักดันการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้เห็นผลได้อย่างชัดเจน พยายามรักษาอุปสงค์จากภายนอกประเทศ ในขณะเดียวกันก็พยายามขยายอุปสงค์จากภายในประเทศ เพิ่มระดับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตให้สูงขึ้น ผลักดันการพัฒนาความเป็นเมืองอย่างยั่งยืน
             ๑.๒.๔ ยึดมั่นแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจกลไกตลาดแบบสังคมนิยม ปฏิบัติตามการออกแบบภาพรวมจากระดับบนสู่ระดับล่างให้มีประสิทธิภาพ ยืนหยัดการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปของภาครวม และการพัฒนาอย่างรวดเร็วของภาคส่วน กล้าค้นหาปฏิบัติให้ได้ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม
             ๑.๒.๕ สร้างหลักประกันและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน เน้นการประกันระดับชีวิตความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานให้กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ช่วยเหลือนักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาที่มีความยากลำบากในการดำรงชีวิต ให้หลักประกันต่อการมีงานทำและเพิ่มโอกาสทำงานให้มากขึ้น ส่งเสริมระบบประกันทางสังคมในเมืองและชนบท โน้มนำให้ประชาชนเชื่อว่าความขยันจะช่วยสร้างความร่ำรวยและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ได้
 
 
๒. ใจความสำคัญจากคำกล่าวในระหว่างการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว ประจำปี ๒๐๑๓ (พ.ศ.๒๕๕๖) เมื่อวันที่ ๘ เม.ย.๕๖ ว่า ต้องยกระดับเศรษฐกิจแบบเปิดกว้าง กล่าวคือ ประเทศจีนจะยกระดับเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างด้วยการขยายขอบเขตเพิ่มมิติทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก ประตูบานใหญ่ของประเทศจีนยังคงเปิดกว้างต้อนรับนักลงทุนจากทุกประเทศ หวังว่าทุกประเทศจะเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนจีนมากขึ้นด้วยเช่นกัน พวกเราต่อต้านลัทธิกีดกันทางการค้าทุกรูปแบบ ยินดีจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านการค้ากับนานาประเทศผ่านช่องทางการเจรจา ส่งเสริมการสร้างระบบการค้าแบบพหุภาคีที่สมดุลได้ผลประโยชน์ร่วมกัน และให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างแข็งขัน
 
บทสรุป การที่จีนมองปัญหาครบทั้งสองด้าน นอกจากด้านที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังต้องคำนึงถึงด้านลบอีกด้วยนั้น ทำให้จีนเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านการค้ากับนานาประเทศผ่านช่องทางการเจรจา และส่งเสริมการสร้างระบบการค้าแบบพหุภาคีที่สมดุลได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการก่อตั้งฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว (Boao Forum for Asia : BFA) ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมการค้าเสรีและโลกาภิวัตน์ เมื่อวันที่ ๒๗ ก.พ.๔๔ ณ ตำบลโป๋อ๋าว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) โดยมีประเทศในเอเชีย ๒๕ ประเทศ (รวมทั้งประเทศไทย) กับประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศสมาชิก อันมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนให้จีนมีบทบาทนำในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
(ข้อมูลจากหนังสือ เรื่อง “สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” โดย สี จิ้นผิง ซึ่งสำนักพิมพ์มติชนจัดพิมพ์เป็นฉบับภาษาไทย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๙, หน้า ๑๒๙ – ๑๓๓.)

Facebook Comments Box