ท่าทีความเคลื่อนไหวของจีน กรณีที่นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศจีน เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ ๔ มิ.ย.๖๑

09 June 2018
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับท่าทีความเคลื่อนไหวของจีน กรณีที่นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศจีน เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ ๔ มิ.ย.๖๑ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศบริกส์ที่ประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน แล้วยังมีนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย นางศุษมา สวราช รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย และนายมาร์คอส กาลวาโอ รัฐมนตรีต่างประเทศบราซิล เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายลินดิเว ซิซูลู รัฐมนตรีต่างประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประธานการประชุม
 
๒. นายหวัง อี้ ได้กล่าวเน้นว่า
       ๒.๑ ปี ๒๐๐๖ (พ.ศ.๒๕๔๙) กลุ่มประเทศบริกส์ ได้จัดการพบปะรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นครั้งแรกตามสมัชชาสหประชาชาติ ทำให้ความคิดทางเศรษฐกิจกลายเป็นเรื่องจริง ในช่วง ๑๒ ปี กลไกความร่วมมือของกลุ่มประเทศบริคส์ นับวันจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นการเปิดหน้าใหม่ของความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา โดยเมื่อปีที่แล้ว ได้กำหนดโครงสร้างแรงขับเคลื่อน ๓ ประการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของกลุ่มประเทศบริกส์คือ (๑) เศรษฐกิจการค้าและการเงิน (๒) ความมั่นคงทางการเมือง และ (๓) การแลกเปลี่ยนทางบุคคลและวัฒนธรรม 
      ๒.๒ โลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง มีปัญหาความท้าทายใน ๓ ด้าน ได้แก่
              ๒.๒.๑ ปัญหาการจัดการ ขณะที่ความท้าทายระดับโลกมีมากแต่ยังขาดการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ จากทั่วโลก เกิดแนวโน้มของความเป็นประเทศที่โดดเดี่ยว และต้องพึ่งพาตัวเอง
              ๒.๒.๒ ปัญหาการเชื่อใจ การแข่งขันระหว่างประเทศที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ภูมิศาสตร์การเมืองที่เพิ่มขึ้น ความคิดแบบสงครามเย็นปรากฏขึ้น
              ๒.๒.๓ การพัฒนา โลกมีการพัฒนาที่ไม่สมดุล โดยเฉพาะการกระจายรายได้ มีความไม่เท่าเทียม พื้นที่การพัฒนาไม่สมดุล เป็นปัญหาที่โดดเด่นที่สุดที่สังคมโลกกำลังเผชิญ และเป็นเหตุผลที่สำคัญในการสร้างความวุ่นวายในสังคมของบางประเทศ
 
๓. ข้อสังเกต 
      ๓.๑ บริกส์มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ จากแนวคิดของนาย Jim O’Neill นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร Goldman Sachs ซึ่งได้วิจัยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของบราซิล (B) รัสเซีย (R) อินเดีย (I) และจีน (C) ทั้งในแง่ส่วนแบ่งของตลาดสินค้า ดินแดน และประชากร อย่างไรก็ดี ในสมัยนั้นยังไม่ได้มีการคาดการณ์ว่าจะประเทศยักษ์ใหญ่ที่กล่าวมาจะรวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็งเช่นในปัจจุบัน และในปี พ.ศ.๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก BRIC (ยังไม่มีแอฟริกาใต้) ได้ประชุมครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการ คู่ขนานกับการประชุมอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยใช้ BRIC เป็นกลไกความร่วมมือที่สำคัญระหว่างสมาชิกโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและการเงิน การประชุมสุดยอด BRIC เกิดขึ้นทุกปีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต่อมาเมื่อแอฟริกาใต้ได้เข้ามาเป็นสมาชิกในปี พ.ศ.๒๕๕๔ ก็ได้ทำให้การรวมกลุ่มของห้าประเทศ "BRICS" สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ได้ทวีความสำคัญของบทบาทเชิง "การทูตการเมือง" (Political-diplomatic institution) ในเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น
      ๓.๒ แม้ว่าประเทศทั้งห้าจะมีความแตกต่างกัน แต่ก็มีความท้าทายและโอกาสที่คล้ายคลึงกันในฐานะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศเหล่านี้ยังมีการดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างอิสระ มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำในภูมิภาคของตน รวมถึงมีส่วนร่วมในประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ อาทิ การปฏิรูปคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ความมั่นคงทางอาหาร ส่วนประเด็นความร่วมมือในกลุ่มประเทศ BRICS เองก็มีกว่า ๓๐ สาขา ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นการค้า พลังงาน เกษตรกรรม กีฬา ไปจนถึงยาเสพติด การดำเนินงานระหว่างรัฐบาลของประเทศสมาชิกนั้นก็เป็นไปอย่างบูรณาการโดยได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาสังคมทั้งภาคธุรกิจและภาควิชาการของแต่ละประเทศด้วย
 
บทสรุป ท่าทีของจีนต่อการรวมกลุ่มประเทศบริกส์ โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เคยกล่าวว่า กลุ่มประเทศบริกส์เหมือนนิ้ว ๕ นิ้ว เมื่อคลี่ฝ่ามือออก ต่างมีจุดเด่น และเมื่อกุมมือจะเป็นกำปั้น เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกที่ซับซ้อน กลุ่มประเทศบริกส์ต้องเดินตามทิศทางการเมืองแห่งความร่วมมือ สามัคคีกัน มีการพัฒนาร่วมกัน ยืนหยัดในการเจรจาแบบพหุภาคี และรักษาความยุติธรรมและความเสมอภาค แสดงบทบาทที่มีความรับผิดชอบร่วมกัน นอกจากนี้ กระบวนการสร้างสถาบันอย่างค่อยเป็นค่อยไปของกลุ่มประเทศบริกส์นั้น แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกทั้งห้าประเทศที่ต้องการแสวงหาผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ไม่เฉพาะแต่สำหรับกลุ่มประเทศบริกส์เองเท่านั้น แต่ยังได้รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เช่น ประเทศประเทศไทยด้วย
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.brics2018.org.za/en/south-africa-brics และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2018/06/05/123s267738.htm รวมทั้งเว็บไซต์ http://www.fmprc.gov.cn/mfa_eng/wjdt_665385/wshd_665389/t1566208.shtml และเว็บไซต์ http://www.thaibiz.net/th/search/?tags=BRICS ตลอดจนเว็บไซต์ http://www.fmprc.gov.cn/mfa_eng/wjdt_665385/wshd_665389/t1566206.shtml )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box