มุมมองของจีนในกรณีปัญหาต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และประชาคมโลก

07 October 2018
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับข้อคิดเห็นของนายชุย เทียนข่าย เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา ในกรณีปัญหาต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และประชาคมโลก ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

๑. เมื่อวันที่ ๓ ต.ค.๖๑ นายชุย เทียนข่าย เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ NPR ของสหรัฐฯ โดยตอบคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ปัญหานิวเคลียร์ของคาบสมุทรเกาหลี ปัญหาทะเลจีนใต้ (หนานไห่) ตลอดจนบทบาทของจีนต่อโลก

 

๑.๑ ต่อกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่าจะห้ามนักเรียนจีนไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ นายชุย เทียนข่าย เห็นว่า หากเป็นเรื่องจริง จะส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาจีนเรียนอยู่ที่สหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก และนับวันมีนักเรียนนักศึกษาสหรัฐฯ ไปเรียนที่จีนมากขึ้น การแลกเปลี่ยนบุคลากรแบบนี้เป็นพื้นฐานของมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ รวมทั้งเน้นว่า จีนจะต้อนรับนักเรียนนักศึกษา นักวิชาการและผู้สื่อข่าวของสหรัฐฯ อยู่ตลอดเวลา

 

๑.๒ ต่อกรณีสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ โดยนายชุย เทียนข่าย ย้ำว่า จีนไม่อยากทำสงครามการค้ากับสหรัฐฯ หรือประเทศอื่น จีนปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาและปรึกษาหารือ แต่การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความจริงใจและความเชื่อถือกันของทั้งสองฝ่าย หากพูดตรงๆ คือ ฝ่ายสหรัฐฯ ขาดความจริงใจ และเปลี่ยนจุดยืนตลอด ทำให้ฝ่ายจีนไม่ทราบว่าสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการคืออะไรกันแน่

 

๑.๓ ต่อกรณีปัญหาทะเลจีนใต้ (หนานไห่) ซึ่งนายชุย เทียนข่าย กล่าวว่า จีนมีอธิปไตยที่มิอาจโต้เถียงได้ต่อหมู่เกาะในทะเลหนานไห่รวมทั้งเกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง นี่เป็นจุดยืนของรัฐบาลจีนมาโดยตลอด ความจริง หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง ทหารของรัฐบาลจีนนั่งเรือรบสหรัฐฯ ไปกอบกู้หมู่เกาะในทะเลหนานไห่ที่ถูกญี่ปุ่นยึดครองกลับคืนมา ซึ่งหมายความว่า จีนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกอบกู้หมู่เกาะในทะเลหนานไห่กลับคืนสู่จีน แต่ขณะเดียวกัน ก็มีข้อพิพาทบางอย่างเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือเกาะในทะเลหนานไห่ จีนยินดีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่คงต้องการเวลา สรุปแล้วเป้าหมายของจีนคือ พิทักษ์สันติภาพของทะเลหนานไห่ ดังนั้น จีนกับประเทศอาเซียนกำลังร่างกฎเกณฑ์ว่าด้วยแนวปฏิบัติในทะเลหนานไห่ เพื่อรักษาความมั่นคงของทะเลหนานไห่ และทดลองร่วมกันบุกเบิกทรัพยากรภายใต้กรณีที่ข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสิ้นเชิง ขณะนี้ การเจรจาดังกล่าวได้ผลคืบหน้าแล้ว หวังว่าสหรัฐฯ จะเดินไปสู่ทิศทางเดียวกันกับจีน หากไม่ใช่มุ่งทำลายกระบวนการดังกล่าว

 

๑.๔ กรณีปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยนายชุย เทียนข่าย กล่าวว่า จีนยืนหยัดในการบรรลุเป้าหมายการปลอดนิวเคลียร์ของคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าเกาหลีเหนือหรือสหรัฐฯ ล้วนจะจัดวางอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีไม่ได้ สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือประสบผลคืบหน้าในเรื่องนี้ จีนสนับสนุนให้สหรัฐฯ เจรจากับเกาหลีเหนือต่อไป เพื่อส่งเสริมให้เกาหลีเหนือใช้มาตรการปลอดนิวเคลียร์มากขึ้น หวังว่าสหรัฐฯ จะแสดงท่าทีกับเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน จีนจะให้การสนับสนุนต่อไป

 

 

๒. นักวิชาการจีนชื่อ หยวน เผิง (Yuan Peng) ได้วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาทางประวัติศาสตร์ของการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ชี้ให้ผู้นำทั้งของจีนและสหรัฐฯ เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในทางการเมืองที่จะนำไปสู่การสร้างความสงบร่วมกัน ซึ่งจะสามารถหยุดยั้งวงจรของความขัดแย้งและการเผชิญหน้าต่อกันได้ โดยเฉพาะการก้าวขึ้นสู่อำนาจและการเสื่อมถอยอำนาจลงของประเทศขนาดใหญ่ของโลกในประวัติศาสตร์ได้ผลักดันให้นักคิดทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของวงจรด้านสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะการที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ควรมีจุดประสานงานที่ชัดเจน เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันและสนับสนุนต่อความร่วมมือในทุกระดับ โดยผ่านกลไกต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศมีปฏิสัมพันธ์กันทั้งแบบทวิภาคีและภายใต้กรอบพหุภาคี ตลอดจนมีการแจ้งเตือนเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด รวมทั้งควรเร่งส่งเสริมการทูตในระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น

 

 

๓. ข้อสังเกต เมื่อวันที่ ๑๔ มิ.ย.๖๑ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้พบกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่ไปเยือนกรุงปักกิ่ง โดยผู้นำจีนแสดงท่าทีที่จะให้เพิ่มการติดต่อและสร้างการเชื่อถือระหว่างกันมากขึ้น เพื่อควบคุมข้อพิพาท และขยายความร่วมมือ ผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้ก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง สร้างความผาสุกแก่ประชาชนสองประเทศและประชาชนทุกประเทศทั่วโลกมากขึ้น รวมทั้งเห็นว่าปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลีจะแก้ไขได้ด้วยวิถีทางการเมืองเท่านั้น

 

 

บทสรุป อาจกล่าวได้ว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ ควรมีการปรับทิศทางและรักษาระดับของการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันบนพื้นฐานของความเคารพในความแตกต่าง อันเนื่องมาจากสภาพค่านิยมทางสังคม วัฒนธรรมและจารีตประเพณี ซึ่งส่งผลต่อการสร้างแนวคิดทางยุทธศาสตร์ทั้งของจีนและสหรัฐฯ มีความแตกต่างกัน ในขณะที่ทั้งสองประเทศก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของกันและกัน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของภูมิภาคและประชาคมโลก

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
(ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.npr.org/2018/10/03/654088777/transcript-nprs-interview-with-china-s-ambassador-to-the-u-s และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2018/10/05/226s271867.htm รวมทั้งเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2018/06/15/233s268045.htm และเว็บไซต์ https://www.npr.org/templates/transcript/transcript.php?storyId=654084691 ตลอดจนเว็บไซต์ https://www.npr.org/2018/10/03/654084691/china-wants-to-end-trade-war-but-u-s-position-keeps-changing-ambassador-says และจาก Peng, Yuan. (2012). “Some Strategic Thoughts on New Type China – U.S. Ties” in Contemporary International Relations. Vol. 22, No.4 (July/August)., 27-47.)

Announcement: 
0

Facebook Comments Box