กรณีรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

09 October 2018
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับกรณีที่นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่มคลังสมอง เมื่อค่ำวันที่ ๔ ต.ค.๖๑ ว่า จีนแทรกแซงกิจการภายในและการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ทำให้โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนต้องออกมาปฏิเสธและแถลงคัดค้าน ในขณะ ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มีนักวิชาการของสหรัฐฯ นำเสนอเรื่องราวของสงครามพันทาง (Hybrid War) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

๑. การสงครามพันทาง (Hybrid War) จะใช้วิธีการทางทหารร่วมกับวิธีการทางพลเรือนในยามสงบเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหารแบบดั้งเดิม เช่น การควบคุมหรือการยึดครองดินแดน โดยการทำสงครามพันทางในยามสงบ ซึ่งเป็นการจัดเตรียมยุทธบริเวณสำหรับการปฏิบัติการทางทหารในอนาคต ด้วยการขยายการควบคุมทางทหารไปทั่วภูมิประเทศที่มีการแย่งชิงกรรมสิทธิ์หรือพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อความสะดวกในการใช้ขีดความสามารถทางด้านการรุกและการรับในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริง

 

๒. นายทหารเกษียณอายุของกองทัพบกสหรัฐฯ ชื่อ พันเอก อาร์เธอร์ เอ็น. ทูลัก (Arthur N. Tulak) ได้เขียนบทความลงในนิตยสาร Indo-Pacific Defense Forum เมื่อปี ๒๐๑๖ (พ.ศ.๒๕๕๙) เรื่อง “การสงครามพันทาง-ความท้าทายใหม่ในสภาพแวดล้อมทางสารสนเทศ” โดยเน้นเนื้อหาสาระว่า

 

๒.๑ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA (People’s Liberation Army) ได้นำหลักการของการสงครามพันทางไปใช้ร่วมกับหลักนิยมของกองทัพ โดยการผสมผสานกันระหว่างการปฏิบัติตามแบบและนอกแบบ ด้วยการใช้กองกำลังพลเรือนและกึ่งทหาร เช่น เรือของหน่วยยามฝั่งและหน่วยงานประมง เรือสำรวจน้ำมัน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ตลอดจนเรือประมงและเรือพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศจีน ออกไปปฏิบัติการเพื่อแสดงอิทธิพลและยืนยันการอ้างสิทธิของจีนในดินแดนและเขตแดนทางทะเลในทะเลจีนใต้

 

๒.๒ การส่งเรือประมงจำนวนมากไปทำหน้าที่ “กองกำลังทางทะเล”นั้น เป็นยุทธวิธีที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับเกาะไต้หวันในช่วงทศวรรษที่ ๑๙๙๐ (พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๔๒) โดยจีนได้จัดส่งฝูงเรือออกไปปิดล้อมหมู่เกาะรอบนอกของเกาะไต้หวันในช่วงระยะเวลาที่มีความตึงเครียดทางการเมือง รวมทั้งกับญี่ปุ่นที่บริเวณใกล้กับหมู่เกาะเซนกากุ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๕ และเมื่อเร็วๆ นี้ จีนได้ใช้ยุทธวิธีดังกล่าวนี้กับฟิลิปปินส์ในการเผชิญหน้าเพื่อคุมเชิงที่บริเวณเกาะปะการังสการ์โบโรห์ โชล เพื่อขัดขวางไม่ให้หน่วยยามฝั่งหรือกองทัพเรือของรัฐคู่ปรับเข้าสู่พื้นที่ โดยที่จีนไม่ต้องใช้กำลังทหารอย่างโจ่งแจ้ง นอกจากนี้ จีนยังมีการใช้เรือขุดลอกเพื่อสร้างแนวหมู่เกาะเทียมบนสันดอนและแนวปะการังที่จมอยู่ใต้น้ำในทะเลจีนใต้และทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก ควบคู่ไปกับการดำเนิน “ภารกิจทางด้านข่าวสาร”ที่สอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

 

๒.๓ มีการวางแผนในระดับยุทธศาสตร์ในการแพร่กระจายข่าวสารไปทั่วโลก ซึ่งภารกิจทางด้านข่าวสารนี้สอดคล้องกับหลักนิยม “การสงครามสามกลยุทธ์” ของ PLA ซึ่งประกอบด้วยการปฏิบัติ กิจกรรม และการกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางจิตวิทยาและกฎหมาย โดยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน “การอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์” และแนวความคิดในเรื่อง “อำนาจอธิปไตยในดินแดนที่ไม่อาจโต้แย้งได้” ในขณะที่มีการขุดลอกทรายและถมเกาะเทียม ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนก็จะให้เหตุผลอันชอบธรรมทางพลเรือนในการยึดครองแนวปะการัง สันดอนและเกาะเล็กเกาะน้อยที่กำลังมีการแย่งชิงกรรมสิทธิ โดยอ้างถึงผลประโยชน์มากมายที่ประชาคมนานาชาติจะพึงได้จากการบริหารจัดการและการควบคุมของจีน

 

๓. ข้อสังเกต มีนักวิเคราะห์สถานการณ์ระหว่างประเทศได้ชี้ว่า การที่จีนใช้วิธีการทางพลเรือนและกึ่งทหารตามหลักการสงครามพันทางเพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนเช่น ในทะเลจีนใต้ ฯลฯ มีความคล้ายคลึงกับกรณีของรัสเซีย กล่าวคือ

 

๓.๑ สงครามพันทางของรัสเซีย มีจุดมุ่งหมาย ๓ ประการคือ (๑) เพื่อยึดดินแดนโดยไม่ต้องใช้กำลังทหารตามแบบอย่างโจ่งแจ้ง เช่น การผนวกดินแดนที่แหลมไครเมียจากยูเครนในปี ๒๐๑๔ (พ.ศ.๒๕๕๗) โดยอาศัยกำลังและเครื่องมือจาก “กลุ่มชายชุดเขียวเล็ก” (Little green men) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่รัสเซียเพิ่งตั้งขึ้น แต่ว่าไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นทหารรัสเซีย และสื่อรัสเซียบางสำนักได้เรียกว่า “กลุ่มสุภาพชนติดอาวุธ” ผสมผสานกับการปฏิบัติการข่าวสาร รวมทั้งใช้กลุ่มตัวแทนที่เป็นชาวรัสเซียที่พำนักในพื้นที่สร้างสถานการณ์ขึ้นจนกระทั่งสามารถผนวกไครเมียได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ (๒) เพื่อแสดงขีดความสามารถการใช้สงครามพันทางต่อการผนวกดินแดนในที่อื่นได้ เช่น ในกลุ่มประเทศบอลติก ฯลฯ และ (๓) เพื่อแสดงอิทธิพลทางการเมืองและนโยบายต่อประเทศตะวันตก

 

๓.๒ เครื่องมือในการทำสงครามพันทางของรัสเซีย เช่น การปฏิบัติการข่าวสาร โดยใช้สื่อของรัสเซียทูเดย์ หรือ RT และสำนักข่าวสปุตนิกในการสร้างโลกทรรศน์ทางการเมือง-เศรษฐกิจแบบรัสเซีย นอกจากนี้ ยังใช้รายการทางโทรทัศน์ และการให้ทุนแก่สำนักคิดในยุโรปเพื่อส่งเสริมทัศนะที่ดีต่อรัสเซีย รวมทั้งการสร้างข่าวปลอมขึ้น นอกจากนี้ ยังได้สร้างนักรบไซเบอร์ขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อล้วงความลับจากระบบข่าวสารตะวันตก และการสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจ โดยใช้พลังงานเป็นเครื่องมือทางนโยบายการต่างประเทศ ทำให้ในหลายประเทศในยุโรปต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย เป็นต้น

 

 

บทสรุป แนวโน้มของหลักการสงครามพันทาง (Hybrid War) ได้ปรากฏให้เห็นมากขึ้น จากการที่ประเทศมหาอำนาจต่างๆ พยายามที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหาร โดยไม่ต้องการแสดงความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เป็นภัยคุกคามทางทหารได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไปสู่รูปแบบการใช้วิธีการทางพลเรือนและกึ่งทหารมากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติการข่าวสารและการปฏิบัติการทางไซเบอร์ของสงครามพันทางตั้งแต่ในยามสงบ

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.friendsofeurope.org/publication/russia-and-china-take-lead-hybrid-warfare-while-west-struggles-respond และเว็บไซต์ http://apdf-magazine.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87/ รวมทั้งเว็บไซต์ https://www.matichonweekly.com/in-depth/article_42778 และเว็บไซต์ https://www.matichonweekly.com/column/article_43523 ตลอดจนเว็บไซต์ http://www.thaindc.org/images/sub_1317847833/013%20Military.pdf และเว็บไซต์ https://thediplomat.com/2018/01/chinas-hybrid-warfare-and-taiwan/ รวมถึงเว็บไซต์ https://warisboring.com/chinas-little-blue-men-prepare-for-hybrid-warfare/ และเว็บไซต์ https://www.zerohedge.com/news/2018-09-10/chinese-fishermen-wage-hybrid-war-asian-seas )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box