หัวข้อการประชุมเชิงสัมมนาทางวิชาการของศูนย์อาเซียนศึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เรื่อง “ทิศทางของจีนต่อ อินโด-แปซิฟิก”

17 December 2018
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับหัวข้อการประชุมเชิงสัมมนาทางวิชาการของศูนย์อาเซียนศึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เรื่อง “ทิศทางของจีนต่อ อินโด-แปซิฟิก” เพื่อประกอบการประชุมเชิงสัมมนาฯ เรื่อง “สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนและอินโด-แปซิฟิก : ผลกระทบต่อไทยและอาเซียน” ในระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ ธ.ค.๖๑ (ตอนที่ ๑) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

๑. การแข่งขันในการแผ่ขยายอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จนนำไปสู่สงครามการค้าและมีแนวโน้มที่จะขยายไปสู่สงครามอย่างรอบด้านภายใต้แนวคิดเรื่อง “อินโด - แปซิฟิก (Free and Open Indo – Pacific)”อันส่งผลกระทบต่อของสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนและอินโด-แปซิฟิกโดยรวม ทั้งนี้ เนื่องจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในช่วงการประชุม APEC ที่นครดานัง เวียดนาม เมื่อเดือน พ.ย.๖๐ โดยเน้นความร่วมมืออย่างจริงจังในด้านการค้าและเศรษฐกิจกับประเทศในอินโด - แปซิฟิก ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวคิดและท่าทีทางยุทธศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศของญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลียกล่าวคือ

 

๑.๑ ท่าทีของญี่ปุ่น ที่ต้องการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเข้ากับอินเดียและแอฟริกามากขึ้นในด้านเศรษฐกิจ และเน้นส่งเสริมความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในด้านการเมือง ดังที่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่อง “Confluence of the Two Seas” ที่รัฐสภาอินเดีย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ และเมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเป็นสมัยที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๕ ซึ่งเป็นช่วงที่บทบาทของจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในขณะที่บทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียเริ่มลดลง

 

๑.๒ ท่าทีของอินเดีย ซึ่งมีความกังวลต่อการขยายอิทธิพลของจีนในมหาสมุทรอินเดียผ่านการสร้างท่าเรือและท่าอากาศยานของจีนในภูมิภาคเอเชียใต้ อาทิ บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ และปากีสถาน ภายใต้แนวคิด Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งอินเดียมองว่าส่งผลกระทบต่อการเมืองและความมั่นคงของอินเดียโดยตรง

 

๑.๓ ท่าทีของออสเตรเลีย ที่กังวลต่อสภาวะความเสี่ยงด้านความมั่นคงในทะเลจีนใต้จากบทบาทของจีน จึงได้เผยแพร่เอกสาร Foreign Policy White Paper 2017 เมื่อเดือน พ.ย.๖๐ โดยกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของออสเตรเลียใน ๑๐ ปีข้างหน้า ที่มุ่งให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก

 

๒. ศาสตราจารย์ ไมเคิล แคลร์ (Michael T. Klare) ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพและความมั่นคงของโลก จากวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดสงครามระหว่างสหรัฐกับจีนในทุกๆ ด้าน โดยวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่มีการประกาศเปลี่ยนชื่อ “กองบัญชาการทหารภาคแปซิฟิก (PACOM)” ซึ่งทำหน้าที่ดูแลกำลังทหารของสหรัฐทั้งหมดในเอเชีย เปลี่ยนมาเป็น “กองบัญชาการทหารภาคอินโด-แปซิฟิก ( INDOPACOM) โดยสหรัฐฯ ต้องการคงความเป็นมหาอำนาจทั้งในมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก ในขณะที่จีนกำลังมีความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ BRI ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของอดีตศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยมิชิแกนชื่อ ออแกนสกี้ (A.F.K. Organski) ที่ได้กล่าวถึง ปรากฏการณ์ของสงครามอันเกิดจากการที่มหาอำนาจเก่าต้องการรักษาความเป็นมหาอำนาจไว้ โดยการทำลายมหาอำนาจใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมามีอำนาจ

 

๓. จีนซึ่งมีความหวาดระแวงต่อการถูกปิดล้อมโดยสหรัฐฯ และพันธมิตร จึงได้ออกเอกสารสมุดปกขาว เรื่อง “China’s Policies on Asia-Pacific Security Cooperation” และได้แจกจ่ายเผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค.๖๐ โดยกล่าวถึงการดำเนินนโยบายของจีนต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก อันเป็นแนวนโยบายทางยุทธศาสตร์ที่จีนได้ประกาศ (Statement Policy) ต่อนานาชาติ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ซึ่งย่อมจะกระทบต่อทิศทางความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียนและอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะการที่สหรัฐฯ ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy) เมื่อเดือน ธ.ค.๖๐ และได้วิเคราะห์ภูมิภาคนี้ในภาพใหญ่ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายจากเอเชีย-แปซิฟิก เป็นอินโด-แปซิฟิก อันเป็นผลจากแนวคิดยุทธศาสตร์สองมหาสมุทร จากการเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก

 

 

บทสรุป จากสาระสำคัญในเอกสารปกขาวด้านการป้องกันประเทศของจีนดังกล่าว ได้มุ่งให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นดินบนโลก ครอบคลุมประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีประชากรรวมกันคิดเป็นเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก จึงเป็นจุดที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของโลก แต่การเกิดขึ้นของแนวคิดอินโด-แปซิฟิก จึงย่อมจะทำให้จีนมองว่า สหรัฐฯ กำลังร่วมมือกับญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เพื่อต้องการปิดล้อมและสกัดกั้นอิทธิพลของจีน ในขณะที่จีนกำลังเดินหน้าโครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง หรือ BRI” ซึ่งจะทำให้จีนสามารถเชื่อมโยงทวีปเอเชีย ยุโรปและแอฟริกา รวมทั้งเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยเช่นกัน

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tomdispatch.com/post/176438/tomgram:_michael_klare,_is_a_war_with_china_on_the_horizon/ และเว็บไซต์ https://www.prachachat.net/world-news/news-181950 รวมทั้งเว็บไวต์ http://www.vijaichina.com/…/อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างจีน... และเว็บไซต์ http://www.eastasiawatch.in.th/th/articles/politics-and-economy/683/ ตลอดจนเว็บไซต์ https://prachatai.com/journal/2018/05/76821 และเว็บไซต์ https://www.the101.world/who-rules-the-world/ รวมถึงเว็บไซต์ https://prachatai.com/journal/2018/05/76821 และเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1068065 )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box