หัวข้อการประชุมเชิงสัมมนาทางวิชาการของศูนย์อาเซียนศึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เรื่อง “ทิศทางของจีนต่อ อินโด-แปซิฟิก” (ตอนที่ ๒)

18 December 2018
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับหัวข้อการประชุมเชิงสัมมนาทางวิชาการของศูนย์อาเซียนศึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เรื่อง “ทิศทางของจีนต่อ อินโด-แปซิฟิก” เพื่อประกอบการประชุมเชิงสัมมนาฯ เรื่อง “สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนและอินโด-แปซิฟิก : ผลกระทบต่อไทยและอาเซียน” ในระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ ธ.ค.๖๑ (ตอนที่ ๒) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

๑. ในเอกสารสมุดปกขาวด้านการป้องกันประเทศของจีนเรื่อง “China’s Policies on Asia-Pacific Security Cooperation” โดยได้แจกจ่ายเผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค.๖๐ ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ของจีนที่มีต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวคือ

 

๑.๑ ส่งเสริมพื้นฐานในการพัฒนาร่วมกันและเคียงข้างกันทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเฉพาะการเร่งกระบวนการในการรวมกันทางเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างเขตเสรีทางการค้าและการเชื่อมโยงกันอย่างรอบด้าน ในการพัฒนาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ค.ศ.๒๐๓๐ เพื่อลดช่องว่างของความแตกต่างจากการพัฒนาในภูมิภาคนี้ อันเป็นผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ ด้วยการประสานสอดคล้องในการปฏิบัติ ซึ่งจีนได้ผลักดันกิจกรรมส่งเสริมเรื่องดังกล่าว โดยดำเนินการโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (the Belt and Road Initiative : BRI) รวมทั้งได้จัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (the Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) และ กองทุนเส้นทางสายไหม (the Silk Road Fund)

 

๑.๒ ร่วมกันส่งเสริมการสร้างการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และความเข้มแข็งบนพื้นฐานทางการเมืองเพื่อการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ ซึ่งกุญแจที่มีสำคัญคือ การดำรงไว้ซึ่งการปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาคกันและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากความร่วมมือกัน โดยจีนจะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ของประเทศใหญ่ในการลดความขัดแย้งและไม่เผชิญหน้ากัน มีความเคารพต่อกันและร่วมมือกัน นอกจากนี้ จีนเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่รอบด้านและมีความร่วมมืออย่างลึกซึ้งกับรัสเซีย และได้สถาปนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอินเดีย รวมทั้ง มีการผลักดันเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น ทั้งนี้ ผู้นำจีนมีความมุ่งมั่นต่อแนวคิดของการเป็นประชาคมที่มีความแตกต่างกัน ดังที่จีนได้สร้างการเป็นประชาคมร่วมกับประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน เช่น ความร่วมมือลุ่มแม่น้ำหลันชาง (ล้านช้าง)-แม่น้ำโขง เป็นต้น

 

๑.๓ ร่วมกันเพื่อทำให้มีทางออกที่ดีขึ้นของภูมิภาคโดยมีกลไกพหุภาคี รวมทั้งกรอบความร่วมมือเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งสำหรับสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยการมีระบบความมั่นคงร่วมกันหลายฝ่าย และต่อต้านการมีอำนาจแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจีนสนับสนุนความร่วมมือที่ใกล้ชิดเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและขยายความร่วมมือในการเจรจาหารือด้านความมั่นคงผ่านกลไกต่างๆ เช่น องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization: SCO) และ China-ASEAN Ministerial Dialogue on Law Enforcement and Security Cooperation and Center for Comprehensive Law Enforcement and Security Cooperation in the Lancang-Mekong Sub-Region เป็นต้น นอกจากนี้ จีนสนับสนุนการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย (the Conference on Interaction and Confidence-Building Measures in Asia: CICA) เพื่อเป็นกลไกในการเจรจาหารือและความร่วมมือ

 

๑.๔ ร่วมกันสร้างกฎระเบียบเพื่อพัฒนาความเป็นสถาบันของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ยึดมั่นในการปกครองโดยกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน และการยึดถือกฎบัตรสหประชาชาติเป็นพื้นฐานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยจีนสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ดังที่จีนร่วมกับอินเดียและเมียนมาในการริเริ่มหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติห้าประการ (the Five Principles of Peaceful Coexistence) ในปี ค.ศ.๑๙๕๔ เป็นต้น นอกจากนี้ จีนและอาเซียนได้ร่วมมือกันในการจัดทำปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (the Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea: DOC) อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญการเจรจาโดยถือเป็นระเบียบปฏิบัติอย่างเป็นทางการ (Code of Conduct: COC) ต่อไป

 

๑.๕ ร่วมกันแลกเปลี่ยนทางการทหารและความร่วมมือที่จะเป็นหลักประกันต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยจีนเข้ามีส่วนร่วมในความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ และยึดหลักพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติห้าประการ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อความร่วมมือในการลดการเผชิญหน้าทางทหาร โดยเฉพาะส่งเสริมการมีกลไกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางทหารบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาคกัน การมีผลประโยชน์ร่วมกัน และความร่วมมือเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน โดยจีนยึดมั่นในการเจรจาหารือเพื่อความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล ความร่วมมือในภารกิจการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ การปฏิบัติการเพื่อการบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนการฝึกและศึกษาทางทหารร่วมกับประเทศต่างๆ

 

๑.๖ ร่วมกันแก้ไขปัญหาความแตกต่างและข้อพิพาทอย่างถูกต้อง เพื่อดำรงรักษาสภาพแวดล้อมของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยร่วมกันหาทางออกของปัญหาอย่างสันติ มีการเจรจาหารือ รวมทั้งปรึกษากันด้วยความเคารพและเข้าใจในความแตกต่างซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะหลักพื้นฐานและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายเพื่อความมั่นคงทางทะเลใหม่ ตลอดจนอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล เป็นต้น

 

๒. ในเอกสารสมุดปกขาวฯ ของจีนดังกล่าว ได้ระบุว่า จีนมีเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าของความสัมพันธ์แบบทวิภาคีกับสหรัฐฯ อย่างยั่งยืน และจะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือแบบทวิภาคี บนพื้นฐานของการขจัดความขัดแย้ง การไม่เผชิญหน้ากัน และเคารพซึ่งกันและกัน และความร่วมมือกันในการรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อประชาชนของทั้งสองประเทศและประชาชนทั่วโลก

 

 

บทสรุป จีนนำเสนอว่า ทุกประเทศในภูมิภาคนี้ ควรจะมีเป้าหมายร่วมกันทางยุทธศาสตร์ ในการมุ่งส่งเสริมสันติภาพ การแสวงหาเสถียรภาพและการพัฒนา รวมทั้งมีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันในทางการเมืองระหว่างประเทศ แม้ว่าจะมีข้อกรณีพิพาทที่เป็นจุดประเด็นร้อนในภูมิภาค เช่น ข้อพิพาทเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยทั้งทางบกและทางทะเล เป็นต้น โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในกลไกหลักเพื่อความร่วมมือแบบพหุภาคีของภูมิภาค

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจาก The State Council Information Office of the People’s Republic of China. 2017 .China’s Policies on Asia-Pacific Security Cooperation. Beijing : Foreign Languages Press Co.Ltd.)

Announcement: 
0

Facebook Comments Box