การพัฒนาของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีน โดยเฉพาะการส่งพัสดุด่วนที่มีความเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

21 December 2018
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีน โดยเฉพาะการส่งพัสดุด่วนที่มีความเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

๑. ผลจากการที่เทคโนโลยีโลจิสติกส์มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซต่างๆ ทยอยกันประกาศผลคืบหน้าล่าสุดของบริษัทในด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะ กล่าวคือ

 

๑.๑ บริษัทจิงตง (jd.com) ประกาศว่าได้วิจัยและจัดตั้ง “สถานีจัดส่งพัสดุอัจฉริยะ” เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเป็นสถานีจัดส่งพัสดุไร้กำลังคนแห่งแรกในโลก บริษัทซูหนิง (Suning.com) ระบุว่า ถึงปี ๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) จะบรรลุการใช้ “ยานส่งพัสดุไร้คนขับ” อย่างรอบด้าน นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้งานของบิ๊กเดต้า ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง และเทคโนโลยีอื่นๆ ธุรกิจโลจิสติกส์ก็กำลังบรรลุการทำงานโดยไม่ใช้กำลังคนอย่างมีลำดับขั้นตอน โดยปัจจุบัน บริษัทจิงตงได้จัดตั้งระบบห่วงโซ่อุปทานแบบใหม่ ซึ่งมีคลังสินค้าอัจฉริยะ โดรน ยานพาหนะไร้คนขับ และสถานีจัดส่งพัสดุอัจฉริยะเป็นตัวแทน

 

๑.๒ บริษัทไช่เหนี่ยว (Cainiao) บริษัทโลจิสติกส์ภายใต้สังกัดอาลีบาบากรุ๊ป ระบุว่า “เทคโนโลยีโดรนและยานพาหนะไร้คนขับ” ของตนก็มีความพร้อมแล้ว ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า จีนกำลังจะเข้าสู่ยุคโลจิสติกส์อัจฉริยะที่ไม่ต้องใช้กำลังคน โดยตั้งเป้าหมายว่า ในช่วง ๕ – ๘ ปีข้างหน้า จะสร้างสรรค์เวทีโลจิสติกส์แบบเปิดกว้าง ซึ่งสามารถส่งพัสดุถึงทุกพื้นที่ในทั่วประเทศจีน ภายใน ๒๔ ชั่วโมง

 

๑.๓ บริษัทซูหนิง ได้ใช้ ยานพาหนะไร้คนขับ “โว่หลง หมายเลข ๑” เมื่อเดือน มิ.ย.๖๑ โดยเริ่มทำงานในเขตชุมชนหวงฉีว์ที่กรุงปักกิ่ง นับเป็นยานส่งพัสดุด่วนไร้คนขับที่ได้รับการประยุกต์ใช้งานอย่างเป็นทางการภายในประเทศจีนเป็นครั้งแรก

 

๒. คลังสินค้าอัจฉริยะจะจัดการปัญหาในขั้นตอนการคัดเลือก การบรรจุหีบห่อ และการจัดเก็บสินค้า ยานพาหนะไร้คนขับจะรับผิดชอบการขนส่งพัสดุในเมืองเป็นหลัก ส่วนโดรนและสถานีจัดส่งพัสดุอัจฉริยะจะจัดการปัญหาการส่งพัสดุในเขตเขาและชนบทเป็นหลัก โดยผลสำรวจแสดงว่า ยอดตลาดโลจิสติกส์อัจฉริยะของจีนในปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑) อาจจะเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านหยวน และจะเพิ่มขึ้น ๒๐% ต่อปีโดยเฉลี่ยใน ๒ – ๓ ปีข้างหน้า

๓. ตัวอย่างคลังสินค้าอัจฉริยะ

 

๓.๑ จิงตงได้สร้างสรรค์ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ โดยอาศัยบิ๊กเดต้า ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีความเป็นอัตโนมัติต่างๆ เป็นต้น จนบรรลุซึ่งการลดต้นทุนและยกประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้สูงขึ้นอย่างรอบด้า นอกจากนี้ โดรนก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะจิงตง ด้วยการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลากว่า ๒ ปี โดรนจิงตงกลายเป็นผลงานที่น่าภูมิใจของบริษัทจิงตง ถึงปัจจุบัน โดรนจิงตงได้ปฏิบัติหน้าที่แล้วกว่า ๒๐,๐๐๐ ครั้ง มีระยะการบินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร จึงได้ประสบการณ์ทำงานด้านนี้มากมาย เมื่อเดือน มิ.ย.๖๑ จิงตงได้ผลิตเครื่องบินขนส่งไร้คนขับขนาดใหญ่เป็นผลสำเร็จ โดยเครื่องบินไร้คับขับดังกล่าวสามารถบรรทุกได้หนักถึง ๑ ตัน และสามารถบินต่อเนื่องได้กว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร

 

๓.๒ บริษัทไช่เหนี่ยว ซึ่งเป็นคลังโลจิสติกส์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยขั้นตอนการบรรจุหีบห่อ การจัดจำแนกประเภท และการจัดเก็บสินค้า โดยอาศัยเทคโนโลยีหุ้นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของบริษัทไช่เหนี่ยวแนะนำว่า ในคลังสินค้าอัจฉริยะดังกล่าว ข้อมูลของสินค้าแต่ละชิ้นถูกจัดเป็นข้อมูลดิจิตอล เพื่อให้หุ่นยนต์รู้จักหีบห่อและจัดจำแนกได้ แล้วจึงขนถ่ายและจัดวางโดยยานพาหนะไร้คนขับ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการใช้ยานพาหนะไร้คนขับเพื่อทำงานขนส่งทั่วไปอย่างเป็นทางการภายในประเทศจีน ยานไร้คนขับนี้มีความเร็วการวิ่ง ๑๒ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เพียงแต่ขึ้นลิฟท์ได้ หากยังไต่บันไดเป็นด้วย ซึ่งการชาร์จแบตเตอรี่ ๑ ครั้งสามารถวิ่งได้ประมาณ ๘ ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังสามารถทำหน้าที่ขนส่งแทนที่มนุษย์ในวันที่อากาศเลวร้ายและช่วงกลางคืนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

๓.๓ สำหรับบริษัทซูหนิงก็มีคลังสินค้าอัจฉริยะเช่นกัน โดย “ซูเปอร์คลังโลจิสติกส์” ของซูหนิงที่นครเซี่ยงไฮ้ มีพื้นที่การก่อสร้างทั้งหมดกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ตารางเมตร ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน พ.ย.๖๐ โดยมีการใช้หุ่นยนต์ ๒๗๐ เครื่องในการขนย้ายสิ่งของ มีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่ากำลังมนุษย์ ๕ เท่า และเมื่อเดือน พ.ค.๖๑ ในเขตนิคมเฟิ่งเสียนที่นครเซี่ยงไฮ้ “สิงหลง หมายเลข ๑” ชื่อเรียกรถบรรทุกหนักไร้คนขับคันแรกของบริษัทซูหนิง ประสบความสำเร็จในการเริ่มทดลองใช้ โดยรับหน้าที่ขนส่งสิ่งของหนักภายในนิคมโลจิสติกส์ รถดังกล่าวสามารถบรรทุกของที่มีน้ำหนักได้มากถึง ๔๐ ตัน ปัจจุบัน บริษัทซูหนิงได้ออกบริการส่งพัสดุด่วนในระดับต่างๆ รวมถึงบริการจัดส่งถึงเป้าหมายภายใน ๓๐ นาที ภายใน ๑ ชั่วโมง หรือตามเวลาที่กำหนดนัดหมาย เป็นต้น โดยการจัดส่งในเมืองจะใช้งาน “โว่หลง หมายเลข ๑” ส่วนในเขตเขาหรือชนบทจะใช้โดรน เพื่อให้ผู้คนในเขตเหล่านี้สามารถได้รับบริการที่รวดเร็วและสะดวกเช่นเดียวกับชาวในเมือง

 

 

บทสรุป ขณะที่มีการประยุกต์ใช้โดรนและยานพาหนะไร้คนขับในสังคมมากขึ้นทุกวัน ก็มีเสียงแสดงความกังวลต่อเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องตามมาด้วย โดยผู้คนเกิดข้อกังขาขึ้นว่า จะทำอย่างไรดี ถ้าหากโดรนชนนกในระหว่างการขนส่งทางอากาศ หรือโดรนที่บรรทุกของถูกยิงตกในระหว่างทาง และถ้ายานพาหนะไร้คนขับนี้เกิดอุบัติเหตุขัดข้องระหว่างทางขึ้นจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร เป็นต้น ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า แม้ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายข้อบังคับที่ชี้นำการใช้งานโดรนและยานพาหนะไร้คนขับ โดยเชื่อว่า เทคโนโลยีโลจิสติกส์อัจฉริยะจะได้รับการประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางต่อไป

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.smartkarma.com/home/daily-briefs/industrials-sector/daily-industrials-china-tower-changing-our-view-to-positive-low-cost-expansion-should-generate-better-returns-and-more/ และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20181217/d50a1cfb-4a9a-cc07-2281-c492a67c9efc.html รวมทั้งเว็บไซต์ https://www.raconteur.net/technology/5g-iot-logistics )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box