ประธานาธิบดีจีนได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามการพัฒนา

22 January 2019
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับกรณีที่ประธานาธิบดีจีนได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามการพัฒนา ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

๑. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งแรกของปีนี้ ในระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ม.ค.๖๒ ที่เขตสงอัน มณฑลเหอเป่ย มหานครเทียนจินและกรุงปักกิ่ง เพื่อติดตามการพัฒนาของพื้นที่ดังกล่าว โดยเน้นว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรักษาความอดทนทางประวัติศาสตร์และยึดมั่นในยุทธศาสตร์ มีความรับผิดชอบ พัฒนาการประดิษฐ์คิดค้น ตลอดจนใช้ความพยายามมากขึ้นในการทำให้กรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และมณฑลเหอเป่ยพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนามากยิ่งขึ้น

 

๒. ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ ๒๒ – ๒๕ ต.ค.๖๑ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เดินทางตรวจเยี่ยมนครจูไห่ เมืองชิงหย่วน นครเซินเจิ้น และนครกว่างโจว (กวางเจา) ตามลำดับ โดยเจาะลึกเข้าไปในธุรกิจ มหาวิทยาลัย หมู่บ้าน ชุมชน เพื่อวิจัยเรื่องการดำเนินตามจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ของสมัชชาที่ ๑๙ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมทั้งการดำเนินการปฏิรูปและเปิดประเทศให้ลงลึก รวมไปถึงการผลักดันการพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) และได้กล่าวเน้นว่า ในยุคสมัยใหม่ สถานการณ์ระหว่างประเทศและภายในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างและลึกซึ้ง ซึ่งการปฏิรูปการพัฒนาต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ งานใหม่ และความท้าทายใหม่ โดยควรคว้าโอกาส เพื่อเผชิญกับความท้าทาย สิ่งที่สำคัญ คือ การชูธงการปฏิรูปและเปิดประเทศในยุคใหม่ ดำเนินการปฏิรูปที่ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง และขยายการเปิดประเทศอย่างกว้างขวาง

 

๓. ข้อสังเกต จากการที่จีนได้ดำเนินการปฏิรูปและเปิดประเทศ ๔๑ ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี ๑๙๗๘ (พ.ศ.๒๕๒๑) โดยจีนเปิดประตูสู่โลกและร่วมมือกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลจากธนาคารโลกได้แสดงให้เห็นว่า ปี ๒๐๑๗ (พ.ศ.๒๕๖๐) มูลค่าเศรษฐกิจจีนคิดเป็น ๑๕.๓% ของมูลค่าเศรษฐกิจโลก โดยการเติบโตประมาณ ๓๔% ของเศรษฐกิจโลกมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน

 

 

บทสรุป สถานการณ์ยิ่งสลับซับซ้อน จีนยิ่งมีความมั่นใจอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ต่อการผลักดันให้การปฏิรูปและเปิดประเทศดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง สร้างความมั่นใจให้กับโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำว่า อนาคตของจีนขึ้นอยู่กับนโยบายการปฏิรูปและเปิดประเทศ โดยในช่วง ๔๐ ปี (ระหว่างปี ๑๙๗๘ – ๒๐๑๘ หรือ พ.ศ.๒๕๒๑ – ๒๕๖๑) ที่ผ่านมา ทั่วโลกพากันทึ่งในผลงานความสำเร็จของจีน เมื่อจีนนับวันยิ่งดีขึ้น จีนก็ควรเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป ถึงแม้จะต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นานา แต่หากตั้งใจฝ่าฟันต่อสู้ และเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป การปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนจะไม่หยุดยั้ง อีกทั้งจะผลักดันให้ก้าวไปสู่ระดับที่สูงยิ่งขึ้น และตั้งเป้าหมายให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ นักวิชาการต่างเห็นว่า การลงลึกปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ อันจะนำมาซึ่งโอกาสการพัฒนาของโลกมากขึ้นด้วย สมดังคำกล่าวที่ว่า “ดอกไม้บานเองดอกเดียว ไม่ได้หมายความว่าฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว จำเป็นต้องบานโดยพร้อมเพรียงกันอย่างเต็มสวน ถึงจะแสดงว่าฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว”

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.china.org.cn/china/2019-01/18/content_74387400.htm และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190119/fbb26c92-31a5-d64b-96f4-df9750cb18ef.html รวมทั้งเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20181026/deb1379c-e2e4-9af5-efa1-609a109026d8.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20181026/871aa32a-23b0-951e-c01f-d8dccc241703.html ตลอดจนเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20181005/af6b2651-5de6-93e7-aa10-153f909a7cb1.html และเว็บไซต์ http://www.globaltimes.cn/content/1136249.shtml )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box