ผลความคืบหน้า ๕ ด้าน จากการดำเนินโครงการความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative : BRI)

17 February 2019
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับผลความคืบหน้า ๕ ด้าน จากการดำเนินโครงการความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative : BRI) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

๑. จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ครั้งที่ ๒ ในเดือน เม.ย.๖๒ ซึ่งนายเฉียน เค่อหมิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ ๑๒ ก.พ.๖๒ ว่า ปัจจุบัน โครงการความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ BRI กำลังเร่งพัฒนาอย่างมีคุณภาพ โดยได้รับผลความคืบหน้า ๕ ด้าน ได้แก่

 

๑.๑ การไปมาหาสู่กันทางการค้าพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยจีนกับ ๙ ประเทศรายทาง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” โดยได้ลงนามกันในเอกสารความร่วมมืออีคอมเมิร์ซ ส่งเสริมให้เปิดขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป ๖,๓๖๓ ขบวนตลอดทั้งปี จำนวน ๕๔๐,๐๐๐ ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน และมียอดมูลค่าการค้ากับประเทศรายทางสูงถึง ๑.๓ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

๑.๒ ความร่วมมือด้านการลงทุนได้พัฒนาลงลึกยิ่งขึ้น โดยมีสถิติข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า เมื่อปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑) ประเทศรายทาง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” มีการลงทุนในจีน ๖,๐๘๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจีนไปลงทุนในประเทศรายทางโดยตรงถึง ๑๖,๒๗๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

๑.๓ โครงการความร่วมมือสำคัญดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบและมีคุณภาพ อาทิ นิคมอุตสาหกรรมระยอง (จีน-ไทย) เขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไท่ต๋า-สุเอช (จีน-อียิปต์) และเขตเศรษฐกิจพิเศษท่าสีหนุ (จีน-กัมพูชา) ต่างมีแนวโน้มการพัฒนาที่ดี

 

๑.๔ เร่งสร้างสรรค์เครือข่ายเขตการค้าเสรี ซึ่งเครือข่ายเขตการค้าเสรีตามมาตรฐานสูงที่มุ่งสู่ประเทศรอบข้าง และแผ่ขยายไปยังประเทศรายทาง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ตลอดจนทั่วโลกกำลังจะก่อรูปขึ้น

 

๑.๕ กลไกความร่วมมือต่างๆ มีความสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้กรอบคณะกรรมการร่วมและคณะกรรมการผสมเศรษฐกิจการค้าแบบทวิภาคี จีนกับไทยและเคนยาได้จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานทางการค้า โดยเฉพาะจีนกับคูเวตและจอร์แดนก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือการลงทุน รวมทั้งจีนกับ ๗ ประเทศก็ได้สร้างกลไกความร่วมมือด้านการบริการและการค้า

 

๒. ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ ๒๔ ม.ค.๖๒ กระทรวงพาณิชย์จีน ได้ประกาศสถิติข้อมูลว่า ปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับประเทศรายทาง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ได้ขยายวงกว้าง การลงทุนระหว่างกันมีเพิ่มขึ้น และในปี ๒๐๑๙ (พ.ศ.๒๕๖๒) จีนจะเปิดเสรีทางการตลาดมากขึ้น และจะเดินหน้าโครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” พัฒนาโดยผ่านงานมหกรรมการนำเข้าระหว่างประเทศของจีน และเวทีอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้แถลงว่า ยอดการนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างจีนกับประเทศรายทาง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” คิดเป็นเงิน ๑.๓ ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ๑๖.๓% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวด้านการค้าต่างประเทศของจีนในระยะเดียวกัน ๓.๗%

 

 

บทสรุป มีการประเมินสถานการณ์การค้ากับต่างประเทศของจีนในปี ๒๐๑๙ (พ.ศ.๒๕๖๒) ว่า การพัฒนาการค้ากับต่างประเทศยังคงมีแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง จากการที่รัฐบาลจีนใช้มาตรการเพื่อผลักดันการค้ากับต่างประเทศให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจากสถิติข้อมูลในปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑) พบว่า ศักยภาพความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับประเทศ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกและนำเข้าขยายตัว ๑๓.๓% ในจำนวนนี้ มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกกับรัสเซีย ซาอุดิอารเบีย และกรีซ ล้วนขยายตัวมากกว่า ๒๐% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากความต้องการของตลาดโลกที่ฟื้นตัว และการนำเข้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ยอดการนำเข้า-ส่งออกของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://news.cgtn.com/news/3d3d774d354d6a4e32457a6333566d54/index.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190213/509ad06e-523f-ade5-b492-928c8bc2a7a7.html รวมทั้งเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190125/1f8ceafb-85ab-ca3e-e6fe-3aabb1949f57.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190114/abdf8d4f-5db0-9234-7f4e-383b9f5d606a.html ตลอดจนเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20181207/1fcab867-c532-7668-b2a7-d6877a1216c5.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20181026/2b0ba9d2-6906-6792-215e-7cfe2a3ec0b0.html )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box