ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวเปิดการประชุมเสวนาอารยธรรมเอเชีย ในหัวข้อเรื่อง “การแลกเปลี่ยนและการเป็นแบบอย่างซึ่งกันและกันของอารยธรรมเอเชีย และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน”

16 May 2019
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับกรณีที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวเปิดการประชุมเสวนาอารยธรรมเอเชีย ในหัวข้อเรื่อง “การแลกเปลี่ยนและการเป็นแบบอย่างซึ่งกันและกันของอารยธรรมเอเชีย และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน” และกล่าวปาฐกถา โดยมีประมุขและผู้นำรัฐบาลจากกัมพูชา กรีซ สิงคโปร์ ศรีลังกา อาร์เมเนีย มองโกเลีย และประเทศอื่นๆ ตลอดจนผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) รวมทั้ง เยาวชน นักวิชาการ และข้าราชการจาก ๔๗ ประเทศทั้งในเอเชียและนอกเอเชีย ได้เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค.๖๒ ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งมีประเด็นข้อคิดจากปาฐกถาดังกล่าวดังนี้

 

 

๑. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวว่า เอเชียควรเพิ่มความมั่นใจในด้านอารยธรรม ยืนหยัดการแลกเปลี่ยนกับอารยธรรมอื่นๆ ในโลก พยายามสร้างความรุ่งโรจน์ใหม่ให้เกิดขึ้นต่อไป ทั้งนี้ เอเชียเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดที่เก่าแก่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ และเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมมนุษย์ที่สำคัญ ระหว่างกระบวนการพัฒนาเป็นเวลาหลายพันปี ประชาชนเอเชียได้สร้างผลสำเร็จอันรุ่งโรจน์ด้านอารยธรรม อารยธรรมต่างๆ มีจุดเด่นร่วมกัน หลอมรวมเป็นประวัติการพัฒนาของอารยธรรมเอเชียขึ้นด้วยกัน ซึ่งปัจจุบัน โครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” “๒ ระเบียง ๑ วงแหวน” (Two Corridors and One Ring) “สหพันธ์เศรษฐกิจยุโรป-เอเชีย”ฯลฯ ได้ขยายช่องทางการแลกเปลี่ยนด้านอารยธรรม อารยธรรมเอเชียพัฒนาขึ้นภายในเอเชีย และแลกเปลี่ยนระหว่างกันกับอารยธรรมโลก เติมความสมบูรณ์เพิ่มความหลากหลายให้กับอารยธรรมโลกด้วย

 

๒. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ขอให้ประเทศต่าง ๆ ชนชาติต่าง ๆ และวัฒนธรรมต่าง ๆ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ต่อกัน เพื่อปูพื้นฐานด้านมนุษยศาสตร์ให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น ในการร่วมสร้างสรรค์ประชาคมเอเชีย และประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน ปธน.สี ระบุว่า อารยธรรมที่มีความหลากหลายต้องการการแลกเปลี่ยน การแลกเปลี่ยนก็เพื่อการเรียนรู้ต่อกัน และการเรียนรู้ต่อกันก็เพื่อการพัฒนา ด้วยเหตุนี้ ปธน.สี เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เคารพซึ่งกันและกัน และปฏิบัติต่ออย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยให้ยืนหยัดในหลักการที่ประเทศต่าง ๆ มีความเหนือกว่าตน ต้องเคารพและยอมรับความเหนือกว่าของประเทศนั้น ให้ความเหนือกว่าของประเทศต่าง ๆ ดำรงอยู่อย่างปรองดองกัน ยืนหยัดหลักการเปิดกว้าง เกื้อหนุน และเรียนรู้ต่อกัน และยืนหยัดหลักการที่พัฒนาก้าวหน้าไปพร้อมกับเวลา สร้างนวัตกรรม และมุ่งสู่การพัฒนา

 

๓. ประธานาธิบดีของจีน กล่าวเน้นต่อที่ประชุมว่า การที่มนุษยชาติรับมือกับการท้าทายร่วมกันนั้น ต้องการทั้งพลังทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงพลังทางวัฒนธรรมและอารยธรรมด้วย ซึ่งปัจจุบัน โลกมีหลายขั้ว และเศรษฐกิจเป็นแบบโลกาภิวัตน์ มีวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย สังคมมีลักษณะความเป็นแบบสารสนเทศ และมนุษยชาติเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ระหว่างประเทศมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนและขาดเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น มนุษยชาติกำลังเผชิญกับความท้าทายหนักยิ่งขึ้น ดังนั้น การประชุมเสวนาอารยธรรมเอเชียเป็นเวทีใหม่แห่งการเสวนาที่มีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน เพื่อให้ประเทศเอเชียตลอดจนทั่วโลก สามารถเสวนาเกี่ยวกับอารยธรรม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และให้แง่คิดต่อกัน

 

๔. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงข้อเสนอ ๔ ข้อเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนทางอารยธรรม โดยเน้นว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนของอารยธรรมต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และยุคสมัย ละทิ้งของเก่าพัฒนาของใหม่ ควรบุกเบิกตั้งแต่ต้นน้ำแห่งการพัฒนาทางอารยธรรม สร้างผลสำเร็จทางอารยธรรมที่ข้ามสถานที่ กาลเวลา และมีเสน่ห์ที่ยั่งยืน นอกจากนี้ วิธีการส่งเสริมความมีชีวิตชีวาด้านนวัตกรรมก็คือ เข้าถึงอารยธรรมที่ต่างกัน มองเห็นความดีของผู้อื่น บุกเบิกแนวคิดของตน จีนยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในเอเชียเพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเอเชีย เพิ่มมิตรภาพระหว่างประชาชนให้มากยิ่งขึ้น

 

 

บทสรุป ความน่าสนใจของการประชุมเสวนาอารยธรรมเอเชียในครั้งนี้ นอกจากพิธีเปิดการประชุมและการปาฐกถาของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แล้ว ยังจะมีการประชุมกลุ่มย่อย งานคาร์นิวัลวัฒนธรรมเอเชีย งานสัปดาห์อารยธรรมเอเชีย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า ๑๑๐ รายการ โดยเฉพาะการสืบทอดเรื่อง “งิ้วคุนฉวี่จีนกับระบำดั้งเดิมของไทย” และอาหารเลิศรส “สุกี้หม้อไฟหม่าล่าของจีนกับต้มยำกุ้งของไทย” ก็จะเป็นโอกาสที่ดีของไทยในการนำเสนอจุดเด่นของอารยธรรมไทยในเวทีนานาชาติ พร้อมกับการแสวงหาลู่ทางใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากภูมิปัญญาที่บรรพชนไทย ได้สร้างไว้ให้เป็นมรดกทางอารยธรรมแก่ลูกหลานไทยได้สืบสานต่อไป

 

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.xinhuanet.com/english/2019-05/15/c_138060869.htm และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190515/b88c9726-d6b0-1123-45d8-9fa2301fe2bd.html รวมทั้งเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190515/d2c7e3be-31f5-709b-3f2e-159c2eefc06d.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190515/55de11e2-96d6-8ae4-67f6-3549b6d7648a.html ตลอดจนเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190515/c060b62c-26ef-7b6e-3a6a-43eb4e97a647.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190515/d7742f73-1ca7-b044-35ef-113ef819bc5a.html รวมถึงเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190514/788031f8-197e-b8cc-b408-78ae82295045.html และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/20190514/28821d2a-7c3f-2844-2e77-2fc87f1a99ef.html นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=w8vlcTZxTf8 )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box