China Watch ถอดรหัสการประชุมสองสภาของจีน

02 June 2020
Source: 
Vijaichina

China Watch ถอดรหัสการประชุมสองสภาของจีน

โดย หลี่ เหรินเหลียง

 

                การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 และการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน (CPPCC) ชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 ได้เสร็จสิ้นอย่างมีชัยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 การประชุมสองสภาที่เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก   ผมขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

               

                นายหลี่ เค่อเฉียงในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีได้รายงานการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรีต่อที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน  ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

                ส่วนที่ 1 เป็นการรายงานงานที่ได้ดำเนินการแล้วในปี 2019 ซึ่งประกอบด้วย

                --เศรษฐกิจจีนในปี 2019 ที่ผ่านมามีการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP อยู่ที่ 99.1 ล้านล้านหยวน อัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6.1 เพิ่มการจ้างงานใหม่ในเมือง 13.52 ล้านคน อัตราการว่างงานตามสถิติสำรวจต่ำกว่าร้อยละ 5.3 ดัชนีราคาผู้บริโภค (consumer price index หรือ CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9  ดุลการชำระเงินสมดุล

                -- โครงสร้างเศรษฐกิจและการพัฒนาเชิงพื้นที่มีความสมดุล ยอดการค้าปลีกสินค้าบริโภคมากกว่า 40 ล้านล้านหยวน การบริโภคยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน อุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัยและอุตสาหกรรมภาคบริการสมัยใหม่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  ผลผลิตพืชธัญญาหารคงไว้ที่ 0.65 ล้านล้านกิโลกรัม อัตราประชากรเมืองทะลุร้อยละ 60 เป็นครั้งแรก ยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่สำคัญได้รับการปฏิบัติและมีความคืบหน้า

                -- ขีดความสามารถในการขับเคลื่อนการพัฒนามีการเสริมสร้างให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น  นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ประสบผลสำเร็จ  อุตสาหกรรมสมัยใหม่มีการเติบโต อุตสาหกรรมการผลิตดั้งเดิมมีการยกระดับสูงขึ้น ธุรกิจ Startup มีการดำเนินในหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ไม่น้อยกว่า 10,000 รายต่อวัน

                -- การปฏิรูปและเปิดประเทศก้าวออกไปย่างก้าวสำคัญ  การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจทางด้านอุปทาน (supply-side structural reform)  ลดภาษี ลดค่าธรรมเนียมให้กับวิสาหกิจมากถึง 2.36 ล้านล้านหยวนมากกว่าเป้าหมาย 2 ล้านล้านหยวนที่ตั้งไว้ ทำให้ธุรกิจขนาดย่อมและกลางได้รับประโยชน์  การรังสรรค์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” มีความคืบหน้าใหม่ ได้ประกาศใช้กฎหมายการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ  ขยายเขตนำร่องเขตการค้าเสรีของเซี่ยงไฮ้ การค้าต่างประเทศ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมีเสถียรภาพ

                --สงครามพิชิตอุปสรรคสามสงครามมีชัยอย่างมีนัยสำคัญ  คนยากจนในชนบทลดลง 11 ล้านคน ทำให้อัตราเกิดความยากจนลดลงที่ร้อยละ 0.6  การป้องกันมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อมผลักดันก้าวหน้า จำนวนของเสียที่ลดน้อยลง ระบบนิเวศมีการฟื้นฟูดีขึ้น    ระบบการเงินมีการดำเนินการอย่างมั่นคง

                -- คุณภาพชีวิตประชาชนปรับปรุงดีขึ้น รายได้ส่วนบุคคลสุทธิ (Disposable Personal income) มากกว่า 30,000 หยวน ประกันสุขภาพ ประกันรายได้ขั้นต่ำ ประกันเบี้ยยังชีพคนชรามีการเพิ่มจำนวนเงินมากขึ้น จำนวนนักเรียนที่ได้รับค่าอุดหนุนการใช้ชีวิตของนักเรียนในระบบการศึกษาภาคบังคับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40  สถาบันอุดมศึกษา อาชีวศึกษาเพิ่มการรับนักเรียนนักศึกษา 1 ล้านคน  

               

                ส่วนที่ 2 เป้าหมายและแผนพัฒนา

               จากการวิเคราะห์สถานการณ์การระบาดของโควิด รัฐบาลจีนได้ปรับเป้าหมายและแผนพัฒนา

                --บรรลุเป้าหมายการจ้างงานมีเสถียรภาพ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยสถานการณ์โควิดทำให้การจ้างงานเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล รัฐบาลกำหนดเป้าหมายในปี 2020ว่าจะเพิ่มตำแหน่งงาน 9 ล้านตำแหน่งในเมือง อัตราการว่างงานตามสถิติสำรวจไม่เกินร้อยละ 6 อัตราว่างงานที่ขึ้นทะเบียนอยู่ประมาณร้อยละ 5.5  ปีนี้จะมีบัณฑิตจบใหม่ 8.74 ล้านคน ต้องให้เกิดการจ้างงานเป็นไปตามกลไกการตลาดและต้องให้ทหารครบปลดจากประจำการได้ถูกจ้างงาน ปีนี้และปีหน้ามีการอบรม 35 ล้านคน โรงเรียนอาชีวศึกษาจะรับนักเรียนเพิ่ม 2 ล้านคน เพื่อให้คนที่ทักษะดีได้ถูกจ้างงานง่าย ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.5 การนำเข้าส่งออกเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมี คุณภาพ  ดุลการชำระเงินสมดุล การเพิ่มรายได้ของประชาชนไปพร้อมๆกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ  ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนถ้วนหน้าตามเกณฑ์ความยากจนปัจจุบัน บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 13 

                --จัดทำงบประมาณขาดดุลในอัตราร้อยละ 3.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น  1 ล้านล้านหยวน ในขณะเดียวกันออกพันธบัตรพิเศษสำหรับต่อสู้โควิด 1 ล้านล้านหยวน

                -- ลดอัตราภาษีและค่าธรรมเนียม เพื่อให้วิสาหกิจและการจ้างงานมีเสถียรภาพ ลดอัตราเบี้ยประกันยังชีพหลังเกษียณและมีการลดภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปอีกระยะหนึ่งรวมมาตรการที่ประกาศก่อนหน้านี้ในการยกเว้นเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม การขนส่งสาธารณะ กิจการอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการกีฬา  เลื่อนการเสียภาษีรายได้นิติบุคคลสำหรับวิสาหกิจขนาดย่อมและผู้ประกอบการรายย่อยเป็นปีหน้า    ส่วนลดของภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมรวมแล้วมากถึง 2.5 ล้านล้านหยวน

                -- ลดต้นทุนการดำเนินการ ลดค่าไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ร้อยละ 5 ลดค่าการใช้เน็ตร้อยละ 15 รัฐจะลดค่าเช่าโรงงานให้รัฐวิสาหกิจ และส่งเสริมให้เจ้าของเอกชนลดค่าเช่าให้บริษัทเอกชน  

                -- ขยายการลงทุน จัดทำพันธบัตรของรัฐบาลท้องถิ่น 3.75 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านล้านหยวนเมื่อเทียบกับปีก่อน เพื่อสนับสนุนโครงการทั้งเป็นประโยชน์กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและมีประโยชน์ต่อการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่นโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ พัฒนาเครือข่ายการสื่อสาร ขยายการประยุกต์ใช้ 5G สถานีชาร์จแบตเตอรี่ ขยายการใช้รถยนต์พลังงานใหม่  

               

                 เสริมสร้างขีดความในการพัฒนาเมืองระดับตำบล ยกขีดความสามารถการให้บริการสาธารณะของเมืองระดับอำเภอ มีการปรับปรุงชุมชนแออัดในเมือง 39,000 แห่ง  สนับสนุนการติดตั้งลิฟต์ สร้างชุมชนตัวอย่างที่มีการให้บริการครบครัน เช่นร้านอาหาร สุขอนามัย ทำความสะอาด เป็นต้น มีการลงทุนในการคมนาคมและชลประทาน ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมการในพัฒนาโครงการ ต้องมีการคัดสรรโครงการที่ดีและไม่สร้างผลกระทบภายหลังเพื่อความยั่งยืนของโครงการ

               

                 เป็นที่สังเกตว่าปีนี้เป็นครั้งแรกในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนที่ไม่ได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลว่ายุคนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ การผลิต การส่งออกไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จีนแต่อย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลก มีปัจจัยเสี่ยง ความไม่แน่นอนหลายประการ ดังนั้นไปกำหนดเป้าหมายก็ไร้ประโยชน์ เหตุผลที่สองคือจีนหันมาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ไม่ได้สนใจแต่เพียงตัวเลข                

               

                 ในการรายงานการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีซึ่งมีความยาว 10,400 ตัวอักษรจีน พูดถึงการจ้างงาน 39 ครั้ง พูดถึงการดำรงชีวิตของประชาชน 18 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรัฐบาลให้ความสำคัญพิเศษกับการจ้างงานและชีวิตของประชาชน สามารถสรุปเป็น “ 6 หลักประกัน 6 เสถียรภาพ ” ได้แก่ “ หลักประกันการจ้างงาน หลักประกันการดำรงชีวิต หลักประกันกลไกการตลาด หลักประกันความมั่นคงอาหารและพลังงาน หลักประกันห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่ห่วงโซ่อุปทานและหลักประกันการดำเนินงานของหน่วยงานระดับพื้นฐาน เสถียรภาพการจ้างงาน เสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพการค้าต่างประเทศ เสถียรภาพการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เสถียรภาพการลงทุนภายในประเทศ เสถียรภาพเป้าหมายที่คาดการณ์”   “ 6 หลักประกัน 6 เสถียรภาพ ” กลายเป็นคำสำคัญมากที่สุดคำหนึ่งของการประชุมสองสภาปีนี้

               

                 นอกจากรายงานของนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายประเด็นดังนี้

                --สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนลงมติรับ "ประมวลกฎหมายแพ่ง" ฉบับแรกของประเทศ วันที่ 28 พฤษภาคม  การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 ของจีน ได้ผ่านประมวลกฎหมายแพ่งแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน    ซึ่งถือเป็นประมวลกฎหมายแพ่งฉบับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน 

นอกจากบทบัญญัติทั่วไปและบทบัญญัติเพิ่มเติมแล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งฉบับนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายแพ่งยุคใหม่ฉบับล่าสุดของโลก ประกอบด้วย 6 ส่วน ได้แก่ ทรัพย์สิน สัญญา สิทธิในสถานะบุคคล การสมรสและครอบครัว มรดก และความรับผิดทางละเมิด

               

                 คณะกรรมาธิการด้านกฏหมาย ของคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนเริ่มบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งฉบับนี้ตั้งแต่มีนาคม ปี 2015 ใช้เวลา 5 ปีกว่า  ประมวลกฎหมายแพ่งฉบับนี้ ประกอบด้วย 7 บท  1260 มาตรา ได้แก่ บทบัญญัติทั่วไป ทรัพย์สิน สัญญา สิทธิในสถานะบุคคล การสมรสและครอบครัว มรดก และความรับผิดทางละเมิด  และบทบัญญัติเพิ่มเติม

               

                 ประมวลกฎหมายแพ่งฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม ปี 2021 และกฎหมายว่าด้วยการสมรส กฎหมายว่าด้วยมรดก กฎทั่วไปของกฎหมายแพ่ง  กฎหมายว่าด้วยการค้ำประกัน กฎหมายว่าด้วยการรับบุตรบุญธรรม กฎหมายว่าด้วยสัญญา กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน  กฎหมายว่าด้วย ความรับผิดทางละเมิด  บททั่วไปของกฎหมายแพ่งที่ใช้อยู่ในเวลานี้จะถูกยกเลิก

                 

                 --สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติของจีนรับรองญัตติร่างกฎหมายความมั่นคงสำหรับฮ่องกง เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม สมาชิกสภาได้ออกเสียงรับรองญัตติร่างกฎหมายความมั่นคงสำหรับฮ่องกง ซึ่งเป็นญัตติได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก มีความสำคัญต่อความสงบเรียบร้อยของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในอนาคต

                 

                 -- “人民至上”ประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด หรือประชาชนต้องมาก่อน  เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ในช่วงที่มีการประชุมสองสภา ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้เข้าร่วมฟังและเข้าร่วมอภิปรายกลุ่มย่อยของคณะมองโกเลียใน  ประธานาธิบดี           สี จิ้นผิงได้เน้นย้ำ  “人民至上” ซึ่งอาจจะแปลว่าประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด หรือประชาชนต้องมาก่อน   ซึ่งได้สะท้อนแนวคิดการบริหารประเทศของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงเป็นอย่างดีที่สุด  นายสี จิ้นผิงในขณะนั้น อายุ เพิ่งจะ 15 ได้ไปอยู่กับชาวบ้านที่อำเภอเหลียงเจียเหอนานถึง 7 ปี ความยากลำบาก ความมีน้ำใจของชาวบ้านมีอิทธิพลต่อความคิดของประธานาธิบดีอย่างลึกซึ้ง  เมื่อเดือนมีนาคมในขณะที่การระบาดของโรคโควิดวิกฤติที่เมืองอู่ฮั่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงไปเยี่ยมประชาชนชาวอู่ฮั่นด้วยตนเอง  ไม่เสียดายเสียสละผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือชีวิตประชาชน  เชื่อว่าประชาชนต้องมาก่อนจะเป็นแนวคิดที่ได้รับชื่นชมและกล่าวขานกันอีกนาน

Announcement: 
Announcement

Facebook Comments Box