ดาวเทียม “เป๋ยโต่ว” พร้อมให้บริการทั่วโลกแข่ง GPS

01 July 2020
Source: 
Vijaichina

ดาวเทียม “เป๋ยโต่ว” พร้อมให้บริการทั่วโลกแข่ง GPS

 โดย อรสา รัตนอมรภิรมย์

         

 

          จีนได้ปล่อยดาวเทียมดวงสุดท้ายของระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว (Beidou Navigation Satellite System: BDS) ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 63 ถือเป็นหมุดหมายบ่งบอกว่าระบบนำทางทั่วโลกที่จีนพัฒนาขึ้นเอง มีกลุ่มดาวเทียมเข้าประจำการตามแผนครบสมบูรณ์แล้ว พร้อมผงาดเทียบชั้นระบบนำทาง GPS ของสหรัฐอเมริกากับ GLONASS ของรัสเซีย

         

          จรวดขนส่งลองมาร์ช-3บี (Long March-3B) ที่บรรทุกดาวเทียมเป๋ยโต่วดวงสุดท้าย ได้ถูกปล่อยออกจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชัง มณฑลเสฉวน เมื่อเวาลา 9:43น. ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ จีนใช้เวลา 30 ปีในการพัฒนาดาวเทียมเป๋ยโต่ว

 

ปลายปี 2533  จีนเริ่มพัฒนาโครงการเครือข่ายนำทางด้วยดาวเทียม “เป๋ยโต่ว (北斗)” ซึ่งแปลว่า กลุ่มดาวไถ

ปี 2543 ดาวเทียมเป๋ยโต่ว หมายเลข 1 เริ่มให้บริการ ซึ่งครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ในประเทศจีนเท่านั้น

ปี 2555 เปิดตัวเป๋ยโต่ว หมายเลข 2 ที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ปี 2562 เป๋ยโต่ว หมายเลข 3 สำเร็จลุล่วงภายหลังจีนปล่อยดาวเทียมดวงสุดท้าย ดวงที่ 55 ขึ้นสู่วงโคจรโลก ซึ่งพร้อมให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก

         

 

          จุดเริ่มต้นนั้น รัฐบาลจีนต้องการพัฒนาดาวเทียมเป๋ยโต่วเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางด้านการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ โดยสามารถให้บริการระบุตำแหน่งที่มีความแม่นยำสูง การนำทาง รวมถึงการระบุเวลา ฯลฯ

 

          ปัจจุบัน เทคโนโลยีดาวเทียมได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะเมื่อผนวกเข้ากับเทคโนโลยี 5G, AI, Clouds ยิ่งทำให้ชีวิตของผู้คนบนโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยทีเดียว ! 

 

          ยกตัวอย่างเช่น การใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียมมาสนับสนุนการทำงานของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving Car), ชอปปิงออนไลน์, การจัดส่งแบบแม่นยำ (Precise Delivery), โลจิสติกส์คมนาคม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

 

 

          นายหวังจ้าวเย้า (王兆耀) ประธานคณะกรรมการระบบดาวเทียมนำทางแห่งชาติจีน เล่าถึงจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของดาวเทียมเป๋ยโต่ว ได้แก่

  1. ข้อความขนาดสั้น (Short message)

          ดาวเทียมเป๋ยโต่วไม่เพียงสามารถระบุตำแหน่งที่เราอยู่เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งข้อความขนาดสั้นให้ผู้อื่นรู้ได้ด้วย แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยขณะนี้ในประเทศจีนและพื้นที่ใกล้เคียงสามารถส่งข้อความสั้นความยาวไม่เกิน 1,000 อักษรจีน ส่วนพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลกสามารถส่งข้อความสั้นความยาว 40 อักษรจีนได้  ซึ่งมีประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ช่วยชีวิตในเหตุภัยพิบัติ เช่น กรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองเวิ่นชวน มณฑลเสฉวนเมื่อปี 2551 

         

          นอกจากนั้น เรือประมงและเรือที่ถูกต้องตามกฎหมายของจีนกว่า 70,000 ลำในปัจจุบันยังมีการติดตั้งระบบดาวเทียมเป๋ยโต่วด้วย ซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้คนจากเหตุภัยพิบัติทางท้องทะเลแล้วกว่าแสนคน

  1. ความแม่นยำสูง

          เครือข่ายดาวเทียมเป๋ยโต่วที่ใช้อยู่ในประเทศจีนขณะนี้สามารถให้บริการระบุตำแหน่งที่มีความแม่นยำถึงระดับเซนติเมตร ซึ่งถูกนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านการเกษตรแม่นยำสูง การนำทางบนท้องถนน การตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรม ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ฝั่งชิปดาวเทียมเป๋ยโต่วสามารถระบุตำแหน่งที่มีความแม่นยำคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 เมตร

 

          ยกตัวอย่างการใช้ดาวเทียมเป๋ยโต่วกับภารกิจพิชิตโควิด-19 เช่น ใช้กำกับรถขนส่งสิ่งของบริจาคและของใช้จำเป็นให้ถึงอู่ฮั่นอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว อีกทั้งช่วยกระจายสิ่งของต่างๆ ให้ถึงปลายทางอย่างแม่นยำ ใช้กำหนดพิกัดในการก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม 2 แห่งคือ หั่วเสินซาน (火神山) และ เหลยเสินซาน (雷神山) ให้เสร็จในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ นอกจากนั้น “เจี้ยนคังเป่า (健康宝)” แอปพลิเคชันยืนยันความปลอดภัยส่วนบุคคลเพื่อรับมือกับโควิด-19 ก็อาศัยดาวเทียมเป๋ยโต่วเช่นกัน

  1. บูรณาการหลายระบบเข้าด้วยกัน

          นอกจากบริการนำทางที่เป็นพื้นฐานของดาวเทียมแล้ว เป๋ยโต่วยังสามารถบูรณาการเข้ากับระบบอื่นๆ เช่น ระบบดาวเทียมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำทาง หรือ Satellite Based Augmentation System (SBAS) ระบบการค้นหาและกู้ภัยนานาชาติ และระบบส่งข้อความสั้น ฯลฯ ขณะที่ดาวเทียมนำทางอื่นๆ นั้น ยังทำไม่ได้

         

          ดาวเทียมเป๋ยโต่วยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่จีนอย่างมาก โดยปี 2562 มูลค่าอุตสาหกรรมของดาวเทียมนำทางในประเทศจีนสูงถึง 345,000 ล้านหยวน (ราว 1.55 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 จากปีที่แล้ว ซึ่งเป๋ยโต่วมีสัดส่วนร้อยละ 80 ทั้งนี้ จากแผนพัฒนาอุตสาหกรรมดาวเทียมนำทางระยะกลางและระยะยาวแห่งชาติจีน ตั้งเป้าว่า ปี 2563 มูลค่าอุตสาหกรรมฯ ของดาวเทียมเป๋ยโต่วจะสูงถึง 400,000 ล้านหยวน (ราว 1.8 ล้านล้านบาท)

         

          ปัจจุบัน มีองค์กรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการให้บริการบอกพิกัดและนำทางในจีนราว 14,000 ราย มีบุคลากรที่ทำงานด้านนี้กว่า 500,000 คน จนถึงสิ้นปี 2562 มีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีนแล้ว 46 ราย

 

          จากการที่เป๋ยโต่วมีชิปและผลิตภัณฑ์สุดท้าย (End products) ที่จีนคิดค้นและเป็นเจ้าของเอง จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมทั้งการคมนาคม พลังงาน เหมืองแร่ และการเกษตรของจีนให้สูงขึ้นด้วย อีกทั้งจะก่อให้เกิดมูลค่าเชิงพาณิชย์แก่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมคลัสเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่/เวลา และบริการสำหรับโลกยุคใหม่ 

 

          ที่สำคัญต้นทุนของชิปดาวเทียมเป๋ยโต่ว จากอดีตมีราคาหลักร้อยหยวน ขณะนี้มีราคาแค่ประมาณ 6 หยวน (ราว 27 บาท) เท่านั้น

 

          จนถึงสิ้นปี 2562 ยอดผลิตชิปดาวเทียมเป๋ยโต่วสูงถึงกว่า 100 ล้านชิป หรือผลิตได้กว่า 10 ล้านชิปต่อไตรมาส เฉพาะในจีนมียอดขายอุปกรณ์นำทางและกำหนดตำแหน่งกว่า 460 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่ใช้ดาวเทียมเป๋ยโต่ว 372 ล้านเครื่อง

 

          ด้านการคมนาคม รถยนต์ขนส่งสินค้ากว่า 6.5 ล้านคัน รถขนส่งไปรษณีย์ 40,000 คัน รถเมล์กว่า 80,000 คันในเมืองศูนย์กลาง 36 แห่งทั่วประเทศจีน ได้ใช้ระบบดาวเทียมนำทางของเป๋ยโต่ว ตลอดจนใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการขนส่งทางน้ำ 3,200 เครื่อง และในทะเลอีกกว่า 2,900 เครื่อง

 

          เทคโนโลยีกำหนดตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียมนำทางถือเป็นหัวใจสำคัญของรูปแบบการดำเนินชีวิตภายใต้โลกอนาคตที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน รวมทั้งการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะ ตลอดจนเพิ่มแสนยานุภาพทางการทหารและการป้องกันประเทศ

 

 

          ขณะนี้ อุปกรณ์ระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่วที่จีนผลิตได้ส่งออกไปยัง 120 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ซึ่งได้ลดทอนความแตกต่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา โดยเมื่อผนวกรวมกับเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ และอินเตอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (IOT)  จะมีส่วนช่วยปรับปรุงพัฒนาและสร้างปัจจัยใหม่ให้แก่วิถีการดำเนินชีวิตและการบริหารจัดการเมืองของประเทศกำลังพัฒนาให้ก้าวไปสู่ความทันสมัยมากขึ้น

 

          ทั้งนี้ ประเทศที่มีการนำดาวเทียมเป๋ยโต่วไปประยุกต์ใช้แล้ว ได้แก่ อินโดนีเซียใช้ยืนยันสิทธิการถือครองที่ดิน คูเวตใช้ในด้านก่อสร้าง อูกันดาใช้สำรวจและรังวัดพื้นดิน เมียนมาใช้พัฒนาการเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture หรือ Precision Farming) มัลดีฟส์ใช้ตอกเสาเข็มในท้องทะเล ประเทศไทยใช้ด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า กัมพูชาประยุกต์ใช้กับโดรน ปากีสถานใช้ในงานบริการแจ้งเวลาของสนามบิน

 

          ขณะเดียวกัน หลายประเทศในอาเซียนยังมีความต้องการใช้ดาวเทียมเป๋ยโต่วสำหรับโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

 

          ที่สำคัญ ไทยเป็นประเทศแรกที่ลงนามข้อตกลงการติดตั้งระบบดาวเทียมบอกพิกัดเป๋ยโต่วของจีน ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2556 และมีการจัดตั้ง “เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดาวเทียมเป๋ยโต่วจีน-อาเซียน” (China-ASEAN Beidou Science and Technology City/中国–东盟北斗科技城) ในไทยด้วย

 

-------------------------------------------------

 

ที่มาข้อมูล:

http://www.beidou.gov.cn/yw/xydt/202004/t20200429_20426.html

https://tv.cctv.com/2020/06/23/VIDEkbcqpw9SoYDA7xJFtPCR200623.shtml?spm=C45305.P65060352801.E73159243244.6

http://m.news.cctv.com/2020/06/24/ARTIOlU1xmpX9EO1XwoHIRS7200624.shtml

http://www.hrbtv.net/folder963/2020-06-23/466780.html

https://www.prachachat.net/world-news/news-481257

https://thaibizchina.com/นครหนานหนิงที่ตั้ง-นิค/

http://www.thailandindustry.com/onlinemag/view2.php?id=199&section=30&issues=8&extend=semi

 

หมายเหตุ: ระบบดาวเทียมนำทาง หรือ GNSS (Global Navigation Satellite System) ซึ่งหมายถึงระบบนำทางด้วยกลุ่มดาวเทียมและสามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้บนพื้นผิวทั่วโลก ปัจจุบันทั่วโลกมีระบบ GNSS หลายระบบ ประกอบด้วย

- GPS (Global Positioning System) ของสหรัฐอเมริกา

- GLONASS (Global Navigation Satellite System) ของรัสเซีย

- Egnos และ Galilao ของสหภาพยุโรป

- QZSS (Quasi-Zenith Satellite System) ของญี่ปุ่น และ

- IRNSS (Indian Regional Navigational Satellite System) ของอินเดีย  

Announcement: 
Announcement

Facebook Comments Box