เมื่อคนขายน้ำดื่มกลายเป็นเศรษฐีที่รวยสุดของจีน

14 October 2020
Source: 
bizconnext

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน และอุปนายกและเลขาธิการ สมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน

 

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักธุรกิจจีนได้ก้าวขึ้นไปอยู่ในรายชื่อเศรษฐีพันล้านของโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีจำนวนมหาเศรษฐีมากกว่าของสหรัฐฯ และอินเดียรวมกันเสียอีก เฉพาะในปีนี้ผู้เชี่ยวชาญในวงการประเมินว่า จีนจะมีเศรษฐีพันล้านหน้าใหม่อีกถึง 100 คน หรือเฉลี่ยหนึ่งคนในทุก 4 วัน

 

แต่ในจีนเอง เรากลับเห็นนักธุรกิจจีนเปลี่ยนหน้ากันมาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยสุดกันเสมอ จนแทบไม่มีใครสามารถครองตำแหน่งแชมป์ได้นานกว่า 2 ปี

มหาเศรษฐีเหล่านั้นมักร่ำรวยมาจากธุรกิจที่แตกต่างกันไปตามโครงสร้างเศรษฐกิจจีน จากสินค้าอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์ และขยับไปสู่สินค้าไฮเทค อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และดิจิตัลในระยะหลัง ดังเช่นที่เราเห็นรายชื่ออย่างโพนี่ หม่า (Pony Ma) ผู้ก่อตั้งเทนเซ็นต์ (Tencent) และแจ็ก หม่า (Jack Ma) แห่งอาลีบาบา (Alibaba) จนหลายคนเชื่อว่านักธุรกิจในโลกออนไลน์จะครองจีนอีกนาน เฉกเช่นเดียวกับของโลก

 

แต่ในปีนี้ ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งคงสร้างความประหลาดใจกับสาธารณชนอยู่มาก เพราะแชมป์แห่งความมั่งคั่งกลับมาจากคนที่ผลิตน้ำขายที่มีชื่อว่า “จง ชานชาน” (Zhong Shanshan)

 

วันที่ 26 กันยายน 1996 อาจถือเป็นก้าวแรกในการมุ่งไปสู่จุดหมายใหญ่ จง ชานชานตัดสินใจเปิดบริษัทผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด “หนงฟูสปริง (Nongfu Spring) หรือ “หนงฟูชานฉวน” ที่เมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา

 

เขาเริ่มจากการใช้แหล่งน้ำจากทะเลสาบร้อยเกาะ (Thousand-Island Lake) ในพื้นที่ใกล้เคียง และออกจำหน่ายสินค้าครั้งแรกในปีต่อมา ฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและการเติบโตของชุมชนเมืองของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคของชาวจีนมุ่งเน้นความสะดวกและความปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้การบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

จากสถิติพบว่า การบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดในจีนเพิ่มขึ้นจาก 41 ลิตรต่อคนในปี 2014 เป็น 59 ลิตรในปี 2019 และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต จึงนับเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่หนงฟู

 

ในเวลาต่อมา บริษัทลงทุนตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มกระจายออกไปกว่าสิบแห่งในจีน และออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแปรรูปบรรจุขวดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ น้ำผลไม้ กาแฟ โยเกิร์ต เครื่องดื่มเกลือแร่ และน้ำชา หนงฟูยังใส่ใจกับการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่เสมอ ทำให้สามารถนำเสนอนวัตกรรมเครื่องดื่มที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ อาทิ การสร้างฮือฮาด้วยการเปิดตัวน้ำชาโซดารสมะนาว และรสทับทิมเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดสินค้าใหม่เหล่านี้เติบโตแรง

 

ความทุ่มเทของจง ชานชานได้สร้างให้บริษัทกลายเป็นกิจการน้ำดื่มบรรจุขวดที่ใหญ่ที่สุดของจีน และพัฒนา “หนงฟู” จนกลายเป็นแบรนด์น้ำดื่มบรรจุขวดจุกเกลียวสีแดงที่โด่งดัง

 

ในปี 2019 หนงฟูมียอดขายราว 24,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับของปีก่อน ในจำนวนดังกล่าว ราว 2 ใน 3 มาจากยอดขายน้ำดื่มบรรจุขวด ส่วนที่เหลือมาจากน้ำผลไม้และน้ำชาพร้อมดื่ม

 

ประการสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 จนต้องปิดโรงงานไประยะหนึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี แต่บริษัทก็ยังคงพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมาดียิ่งกว่าเดิม โดยสามารถทำผลกำไรสุทธิเกือบ 5,000 ล้านหยวน ขยายตัวกว่า 37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนขณะที่มาร์จินกำไรสุทธิของบริษัทก็คิดเป็นถึงราว 21% ของยอดขาย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึงกว่า 2 เท่าตัว

 

อีกธุรกิจสำคัญที่จง ชานชานเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ ก็คือ บริษัท ปักกิ่งว่านไท่ไบโอลอจิคัลฟาร์มาซี จำกัด (Beijing Wantai Biological Pharmacy) หรือ “เป่ยจิงว่านไท่เซิงอู้เย้าเย่” ผู้ผลิตและจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งถือว่ามา “ถูกที่ ถูกเวลา” อย่างแท้จริง

 

ในเดือนเมษายน 2020 เขาได้นำเอาบริษัทยาดังกล่าว ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องการผลิตชุดทดสอบวัคซีนโควิด-19 และอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีน Covid-19 ร่วมกับ 2 มหาวิทยาลัยของจีน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้

 

ตามด้วยการเอาบริษัทยาดังกล่าวเข้าไอพีโอที่ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นในเดือนมิถุนายน จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทางการเงินพบว่า มูลค่าหุ้นของเขาในบริษัทยาดังกล่าวทะลุ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในชั่วพริบตา

 

เท่านั้นไม่พอ ห่างกันไม่ถึงครึ่งปี จง ชานชานก็ผลักดันให้หนงฟูเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อต้นเดือนกันยายน 2020 นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า หนงฟูมีฐานลูกค้าที่กว้างขวาง โดยมีสัดส่วนทางการตลาดถึง 20% ของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดโดยรวมในจีน และสามารถขยายตลาดได้เฉลี่ยราว 11% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ยอดขายขึ้นแตะหลัก 33,700 ล้านหยวนได้ภายในปี 2024 นอกจากนี้ ด้วยราคาขวดละ 2 หยวน หนงฟูถือเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และมีตำแหน่งทางการตลาดเกี่ยวกับ “ความเป็นธรรมชาติ” ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความห่วงใยสุขภาพของชาวจีนในปัจจุบันและอนาคต

 

ในสายตาของนักลงทุนมองว่าบริษัทมีอนาคตที่สดใส ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นและต้องการกว้านซื้อหุ้นของบริษัทเก็บไว้

 

ดังนั้น เมื่อหุ้นเข้าไอพีโอ ราคาหุ้นจึงพุ่งขึ้นเฉียด 40 เหรียญฮ่องกงในช่วงเช้าวันแรกที่เริ่มเทรด ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดติดอันดับ 2 ของบริษัทที่เข้าไอพีโอในฮ่องกง เป็นรองเพียงเจดี.คอม (JD.com) เท่านั้น ราคาหุ้นของหนงฟูก็สามารถรักษาระดับราคาได้ดีในเวลาต่อมา แต่ก็ไม่วายทำให้สินทรัพย์ของจง ชานชานทะยานแซงแชมป์เดิมไปได้

 

การนำเอา 2 บริษัทดังกล่าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวจึงถือเป็นเสมือนการเขย่งก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่ส่งให้จง ชานชานขยับขึ้นแท่นตำแหน่งแชมป์แห่งความมั่งคั่งของจีนในปีนี้ ทั้งนี้ ณ ต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จง ชานชานในวัย 65 ปีมีสินทรัพย์สุทธิ 53,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

แต่ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ หรือร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ชีวิตของจง ชานชานต้องระหกระเหิน ผ่านร้อนผ่านหนาว และต้องฟันฝ่าหลายสิ่งด้วยความมุ่งมั่น อดทน และทุ่มเท

 

ในวัยเด็ก เขาต้องออกจากโรงเรียนระดับประถมศึกษากลางคันในช่วงที่จีนเข้าสู่การปฏิวัติทางวัฒนธรรมของจีน และเข้าสู่ภาคแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างก่อนวัยอันควร

 

ในปี 1977 เขาสามารถกลับเข้ารับการศึกษาหลักสูตรภาษาจีนที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่ามหาวิทยาลัยวิทยุและโทรทัศน์เจ้อเจียง (Zhejiang Radio & TV University) และได้เข้าสู่วงการสื่อมวลชนโดยทำงานกับหนังสือพิมพ์เจ้อเจียงเดลี่ (Zhejiang Daily) ในเวลาต่อมา

 

ในปี 1988 จง ชานชานเริ่มประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยเพาะเห็ดขาย เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มของวาฮาฮา (Wahaha) หนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำของจีนที่มีสำนักงานใหญ่ที่หังโจว และจำหน่ายวิตามินเสริมสุขภาพ อาจกล่าวได้ว่า ประสบการณ์ทำงานในช่วงนี้เองที่ช่วยให้เขาเข้าใจและสนใจเริ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาและน้ำดื่ม

 

จนกระทั่งในปี 1996 ที่จง ชานชานตัดสินใจเปิดบริษัทผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดที่หังโจว และออกจำหน่ายสินค้าครั้งแรกในปีต่อมา
เขาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายจนมีถึงราว 4,500 รายในปัจจุบัน จน “หนงฟู” วางจำหน่ายครอบคลุมช่องทางจัดจำหน่ายทั่วทุกหนแห่งของจีน และกลายเป็นหนึ่งในกุญแจแห่งความสำเร็จของบริษัทในการกระจายสินค้าได้อย่างกว้างขวาง

 

ในปี 2016 เขาประกาศกระจายธุรกิจและพัฒนาสู่ตลาดโลก อาทิ การลงทุนด้านเกษตรกรรม การตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มในต่างประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ การส่งสินค้าออกไปจำหน่ายในหลายสิบประเทศทั่วโลก

 

นอกจากนี้ ในระยะ 2-3 ปีหลัง หนงฟูยังมุ่งทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์ในเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นน้ำดื่มรายแรกที่สนับสนุนงานหรือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับองค์กรระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในตลาดจีนและเวทีระหว่างประเทศ อาทิ China International Import Expo (CIIE) งานแสดงสินค้านำเข้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก สมาพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ (Federation Internationale de Natation) หรือที่รู้จักกันในนาม FINA และลาลีกา (LaLiga) ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสเปน

 

แต่จง ชานชานกลับมีบุคลิกเฉพาะที่แตกต่างจากธุรกิจที่อยู่ในมือ เขาเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว สนใจแต่ธุรกิจของตัวเอง ไม่ชอบออกงาน (Low Profile) และไม่ชอบให้สัมภาษณ์สื่อ รวมทั้งมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนักธุรกิจใหญ่และนักการเมืองชั้นนำของจีนเพียงแค่หยิบมือ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “หมาป่าผู้โดดเดี่ยว” (Lone Wolf) ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการที่เขามีประสบการณ์ในการเป็นผู้สื่อข่าวมาก่อน

 

มก็ไม่ทราบว่าจง ชานชานจะรักษาตำแหน่งแชมป์แห่งมหาเศรษฐีของจีนไว้ได้นานขนาดไหน แต่เส้นทางชีวิตของคนขายน้ำดื่มดังกล่าวก็น่าจะให้ข้อคิดและเป็นขวัญกำลังใจแก่ท่านผู้ประกอบการหลายท่านที่กำลังท้อแท้กับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

 

ช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่ทุกก้าวเดินไปข้างหน้าจะนำท่านไปสู่จุดหมายได้ในที่สุด สู้สู้นะครับ …

Announcement: 
0

Facebook Comments Box