แนวโน้ม ๕ ประการในปี ๒๐๒๑ (พ.ศ.๒๕๖๔) กับการเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์แบบเจาะลึก (人工智能产业“再出发”:2021五大趋势洞察)

11 January 2021
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้ม ๕ ประการในปี ๒๐๒๑ (พ.ศ.๒๕๖๔) กับการเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์แบบเจาะลึก (人工智能产业“再出发”:2021五大趋势洞察) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

๑. สืบเนื่องมาจากการประชุมด้านการสื่อสารประจำปี ๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) เมื่อวันที่ ๓๐ ธ.ค.๖๓ ของ Tencent Youtu (腾讯优图) ที่ได้จัดขึ้น ณ ไห่หนาน (海南) โดยสถาบันวิจัย Tencent (腾讯研究院) ได้ทบทวนการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในปี ๒๐๒๐ และมุมมอง ๕ ประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในปี ๒๐๒๑ (พ.ศ.๒๕๖๔) กล่าวคือ

 

๑.๑ เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกจากความฉลาดในการรับรู้ไปสู่ความฉลาดทางปัญญาและช่วยในสถานการณ์ต่างๆที่แม้แต่สัญญาณที่ยากต่อการหาปริมาณ เช่น กลิ่น รสชาติ และจิตวิทยา ฯลฯ ก็สามารถนำมาผสมผสานเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ร่วมกันของรูปแบบหลายรูปแบบในกระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ ที่สามารถจำลองรูปร่างการแสดงออกและการทำงานของร่างกายมนุษย์ การสร้างภาพเสมือนมนุษย์ การสื่อสารและการโต้ตอบกับผู้คนเหมือนคนจริงๆ รวมทั้งปรับปรุงประสบการณ์การโต้ตอบอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กระบวนการ "ปัญญาประดิษฐ์เหมือนมนุษย์มากขึ้น" (“人工智能更像人”)

 

๑.๒ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางอารมณ์ หุ่นยนต์จะมีความสามารถในการรับรู้เข้าใจและแสดงออกถึงความสุข ความโกรธ ความเสียใจและการเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ การคำนวณ วิทยาศาสตร์ทางจิตวิทยาและความรู้ความเข้าใจและตอบสนองอย่างเหมาะสม ซึ่งข้อมูลป้อนกลับทางอารมณ์ประเภทนี้ จะมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆ เช่น คำแนะนำการเพิ่มประสิทธิภาพการปรับแต่งโฆษณาและการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

 

๑.๓ ในอนาคตปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (人工智能) จะนำเสนอสถานการณ์ของการทำงานร่วมกันหลายแพลตฟอร์มและหลายระบบเพื่อให้เกิดการเสริมพลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

 

๑.๔ มุ่งเน้นไปที่ "End-side AI" (“端侧AI”) ที่เป็นส่วนเสริมและการเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลแบบคลาวด์ รวมทั้งการประมวลผลโดยการเรียนรู้เชิงลึกและทำการอนุมานแบบจำลองตลอดจนการคาดคะเน

 

๑.๕ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ จะมีการผสมผสานอย่างกว้างขึ้นทำให้จินตนาการไม่มีข้อจำกัด ได้แก่ (๑) การผสมผสานระหว่าง AI และการคำนวณแบบควอนตัมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการสร้างจัดเก็บ รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลได้จำนวนมากและเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ของเครื่อง (๒) การรวมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับแอปพลิเคชัน VR / AR ซึ่งสามารถระบุระยะเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้นและปรับปรุงความเป็นจริงของการมองเห็นพฤติกรรมรวมทั้งการรับรู้ (๓) การรวมกันของ AI และบล็อกเชน จะจัดระเบียบและรักษาข้อมูลจำนวนมากในลักษณะการกระจายอำนาจ ทำให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น และในที่สุดโอกาสในการผสานรวม AI และ 5G ก็จะกว้างมากขึ้น ทำให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ ซึ่งสามารถเพิ่มความชาญฉลาดและสามารถปรับให้เข้ากับหลายสาขาได้อย่างยืดหยุ่น เช่น เมืองอัจฉริยะ การผลิตอัจฉริยะ การดูแลทางการแพทย์ และการขนส่ง ฯลฯ

๒. ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ

 

๒.๑ "เทคโนโลยีเพื่อความดี" (“科技向善”) และการตั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ครอบคลุมรวมทั้งมีความรับผิดชอบมากขึ้น โดยมีความเป็นสากลและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เนื่องจากในอนาคตจะมีการคิดค้นและผสมผสานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากขึ้น อันจะทำให้เกิดรูปแบบและรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น อาทิ อุตสาหกรรมการรักษาพยาบาลและเมืองอัจฉริยะ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องตระหนักในเรื่องการเชื่อมต่อเพื่อความปลอดภัย ภายใต้จริยธรรมและกฎหมาย โดยเฉพาะพลังการคำนวณอัลกอริทึมและองค์ประกอบข้อมูลในการสร้างแพลตฟอร์มกลางที่อัจฉริยะ และใช้กับสถานการณ์ ๔ ประเภท ได้แก่ (๑) การส่งเสริมการก่อตัวของวิธีการผลิตที่มีคุณภาพสูง (๒) การผสมผสานอย่างลึกซึ้งกับทรัพยากรการบริการสาธารณะ (๓) การช่วยปรับปรุงขีดความสามารถในการบริหารจัดการเมืองให้ทันสมัย และ (๔) การทบทวนสถานการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

 

๒.๒ แนวทางการเปลี่ยนแปลงของนโยบายระดับชาติและสะท้อนทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI โดยขั้นตอนแรก มีจุดเริ่มต้นมุ่งเน้นไปที่การออกแบบระบบการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการกำหนดมาตรฐานการวางกรอบพื้นฐานและรากฐานทางเทคนิค ส่วนในขั้นตอนที่สอง เป็นการเปิดตัวแผนพัฒนาพิเศษและประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมอัจฉริยะและชีวิตที่ชาญฉลาดที่เริ่มได้รับการกำหนดเป้าหมาย สำหรับขั้นตอนที่ ๓ คือ ขั้นตอนการพัฒนาของการรวม AI เข้ากับเศรษฐกิจที่แท้จริงอย่างลึกซึ้ง ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ได้รับการยกระดับและขยายเป็น "สมาร์ท +" (“智能+”) โดยเน้นการใช้ AI เพื่อเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งนี้ ปัจจุบัน AI รวมอยู่ในนโยบายโครงสร้างพื้นฐานใหม่และกลายเป็นหนึ่งในการสนับสนุนหลักสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยมีภารกิจในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ นอกจากนี้ ยังจะเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรอบใหม่

 

บทสรุป ในอนาคตเทคโนโลยี AI จะมีความสำคัญอย่างมากเพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับ AI ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีอัจฉริยะจะกลายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและหลอมรวมเข้าด้วยกัน โดยที่มีทุกอย่างอยู่ในนั้น ดังนั้น เทคโนโลยี AI จึงมีแนวโน้มที่จะแทรกซึมอย่างกว้างขวางและกลายเป็นปัจจัยที่หล่อเลี้ยงพลังทางเศรษฐกิจและความมีชีวิตชีวาในการพัฒนาของอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแท้จริง ภายใต้ความสัมพันธ์แบบใหม่ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ และอุตสาหกรรมต่างๆ ในอนาคตจะนำไปสู่ "เศรษฐกิจไร้คนขับ" (“无人经济”) "เพื่อคนจำนวนมากขึ้น" (“为更多人”) และตระหนักถึง "ความฉลาดที่แพร่หลาย" (“泛在智能”) อย่างแท้จริง ซึ่งแพร่หลายต่อสาธารณชนอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://mp.weixin.qq.com/s/ENU11btaFbv5M1ECeemvZg และเว็บไซต์ http://www.aistudyblog.com/aimassage/20200426/19635.html รวมทั้งเว็บไซต์ http://www.iprdaily.cn/article_20781.html )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box