สมุดปกขาว (白皮书) เรื่อง "ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของจีนในยุคใหม่" (“新时代的中国国际发展合作”) ตอนที่ ๖

19 January 2021
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสมุดปกขาว (白皮书) เรื่อง "ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของจีนในยุคใหม่" (“新时代的中国国际发展合作”) เผยแพร่โดยสำนักงานสารนิเทศคณะรัฐมนตรีจีน (国务院新闻办公室) เมื่อวันที่ ๑๐ ม.ค.๖๔ (ตอนที่ ๖ ว่าด้วยการร่วมมือกันรับมือกับการท้าทายด้านสิทธิมนุษยธรรมทั่วโลก ) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 


๑. การดำเนินการช่วยเหลือฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติ (开展自然灾害应急救援) โดยจีนตอบสนองต่อคำอุทธรณ์ของประชาคมระหว่างประเทศและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกรณีฉุกเฉินแก่ประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย เม็กซิโก ชิลี หมู่เกาะโซโลมอน บาฮามาสและเอลซัลวาดอร์ที่ประสบภัยธรรมชาติรุนแรงจากแผ่นดินไหวและเฮอริเคน ด้วยการจัดเตรียมวัสดุบรรเทาสาธารณภัย การส่งทีมกู้ภัยระหว่างประเทศและให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสด ฯลฯ

๒. การตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (响应公共卫生突发事件) หลังจากการระบาดของโรคอีโบลา ไข้เหลือง ไวรัสซิกา และโรคระบาดอื่น ๆ เช่น โควิด-๑๙ ฯลฯ จีนได้ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยต่อสู้กับการแพร่ระบาด และส่งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการก่อสร้างโครงการต่างๆ รวมถึงห้องปฏิบัติการและศูนย์บำบัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

๓. การให้ความช่วยเหลือด้านอาหารเพื่อรับมือกับความอดอยาก (提供粮食援助应对饥荒) ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพอากาศที่รุนแรงและสงคราม ฯลฯ ทั้งนี้ ปัญหาความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลกทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงทำให้เกิดความอดอยากอย่างรุนแรงในหลายส่วนของโลก เพื่อช่วยประเทศที่ได้รับผลกระทบแก้ไขปัญหาอาหารตั้งแต่ปี ๒๐๑๖ (พ.ศ.๑๕๕๙) จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาหารฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องกับกว่า ๕๐ ประเทศในเอเชีย แอฟริกาและลาตินอเมริกา รวมทั้ง ยังใช้กองทุนช่วยเหลือความร่วมมือใต้ - ใต้เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ ๒๔ ประเทศในเอเชียแอฟริกาลาตินอเมริกาและแคริบเบียนโดยร่วมมือกับโครงการอาหารโลกเพื่อรับรองความมั่นคงด้านอาหารสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่สุดในภูมิภาค

๔. การมีส่วนร่วมในการกู้คืนและการสร้างใหม่หลังเกิดภัยพิบัติ (参与灾后恢复与重建) โดยจีนได้ดำเนินการช่วยเหลือฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและยังคงให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ประสบภัยพิบัติหลังจากสิ้นสุดขั้นตอนการช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อช่วยในการฟื้นฟูและฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ เช่น การบรรเทาภัยพิบัติไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนของฟิลิปปินส์ในปี ๒๐๑๓ (พ.ศ.๒๕๕๖) และในปี ๒๐๑๕ (พ.ศ.๒๕๕๘) ได้ให้ความช่วยเหลือระยะกลางและระยะยาวแก่เนปาลสำหรับการฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหวซึ่งครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานการฟื้นฟูความเป็นอยู่ของผู้คนการบูรณะโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมการสร้างขีดความสามารถในการป้องกันภัยพิบัติและสาขาอื่นๆ ฯลฯ

๕. การปรับปรุงขีดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (提高防灾减灾能力) โดยจีนให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในด้านเงินทุนและปัญหาทางเทคนิค รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ด้วยการให้ความช่วยเหลือในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการจัดการภัยพิบัติ การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การสนับสนุนโครงการป้องกันและเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยพิบัติในชุมชน การดำเนินการฝึกอบรมความสามารถและกำหนดแผนนโยบาย การจัดตั้งกลไกความร่วมมือบรรเทาภัยพิบัติแผ่นดินไหว “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ("一带一路”/"สายแถบและเส้นทาง" “Belt and Road Initiative : BRI") กับ ๒๒ ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น การสร้างเครือข่ายติดตามแผ่นดินไหวในเนปาล ลาว เคนยา รวมทั้งระบบเฝ้าระวังแผ่นดินไหวและสึนามิจีน – อาเซียน ตลอดจนระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อปรับปรุงการติดตามภัยพิบัติและความสามารถในการเตือนภัยล่วงหน้าของประเทศที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

๖. การมีส่วนร่วมในการบรรเทาวิกฤตผู้อพยพและผู้ลี้ภัย (参与缓解移民和难民危机) โดยจีนให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดและช่วยเหลือประเทศต่างๆ อย่างเต็มที่ต่อผู้คนที่ยังคงอยู่ในสงครามความวุ่นวาย ความอดอยากและความยากจน ด้วยการร่วมมือกับองค์การ UNHCR องค์การ UNICEF องค์การอนามัยโลก องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน รวมทั้งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและสถาบันอื่น ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกรณีฉุกเฉิน เช่น อาหาร เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า ที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของชุมชนผู้ลี้ภัย ฯลฯ

 


บทสรุป ปัจจุบันปัญหาด้านมนุษยธรรมทั่วโลก เช่น การสาธารณสุข ภัยธรรมชาติ รวมทั้งปัญหาการอพยพและผู้ลี้ภัย ฯลฯ ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น จีนจึงได้ยึดมั่นในแนวคิดการรักษาความปลอดภัยร่วมกัน โดยครอบคลุมร่วมมืออย่างยั่งยืนในการให้การสนับสนุนประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในขีดความสามารถ และมีส่วนช่วยในการตอบสนองต่อความท้าทายที่สำคัญ ตลอดจนการปรับปรุงระบบบการกำกับดูแลที่สมบูรณ์แบบของโลก

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.gov.cn/xinwen/2021-01/10/content_5578617.htm )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box