อาณาจักรของแอ๊นท์ในอุ้งมือมังกร

26 January 2021
Source: 
TNN

เมื่อเอ่ยถึงแจ็ก หม่า อาลีบาบา (Alibaba) และแอ๊นท์กรุ๊ป (Ant Group) คงไม่มีใครไม่รู้จักในวันนี้ แม้ว่าหลังจากที่แจ็ก หม่าประกาศลงจากตำแหน่งประธานกรรมการของกิจการเหล่านี้แล้ว ทุกคนต่างทราบดีว่า เขายังคงเป็น “ลมใต้ปีก” มีบทบาทและอิทธิพลอยู่สูงยิ่งในองค์กรที่เขาสร้างขึ้น ผู้บริหารชุดใหม่ยังมองเขาเป็นต้นแบบ เป็นเพื่อนสนิท และเป็นแรงบันดาลใจ จึงแวะเวียนไปขอคำปรึกษาจากเขาอยู่เสมอ

 

แต่ภายหลัง ก.ล.ต. จีนสั่งระงับการขึ้นทะเบียนของแอ็นท์ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ความฝันของหลายคนมลายหายสิ้น 

ไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์พร้อมกันในสองตลาดฯ ของจีนที่ทุกคนคาดคิดไว้ไม่เกิดขึ้นจริง และถูกเขียนหน้าใหม่ด้วยเรื่องราวที่พลิกผันสุดคาดเดา 

นักลงทุนจำนวนมากที่เลียปากรอหวังฟันเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากไอพีโอ ถึงขนาดอ้าปากค้างเมื่อได้ทราบข่าวดังกล่าว 

 

ขณะที่การคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ด้านการเงินที่เชื่อมั่นว่า แจ็ก หม่าจะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์เศรษฐีจีนแห่งปี 2020 จากจง ซานซาน แห่ง “หนงฟูสปริง” (Nongfu Spring) น้ำดื่มบรรจุขวดชื่อดังของจีนหลังไอพีโอได้อย่างแน่นอน

 

แต่ “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนเสมอในจีน” ...

 

เหตุการณ์ดังกล่าวมิเพียงชะลอความรวยของแจ็ก หม่า หุ้นส่วน และนักลงทุนจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังกระทบชิ่งต่อไปยังธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง มูลค่าหุ้นโดยรวมของอาลีบาบาในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กจำนวนมหาศาลหายวับในชั่วกระพริบตา 

 

นักลงทุนต่างประเมินกันว่า แจ็ก หม่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะเคลียร์ปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่า ธุรกิจของอาลีบาบาและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่บนเส้นด้าย ที่อาจจะโดนหางเลขจากมาตรการใหม่ของรัฐบาลจีนอีกไปด้วยในอนาคต 

 

หลังการระงับไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์ดังกล่าว บรรยากาศภายในบริษัทที่เคยคราคร่ำไปด้วยนักธุรกิจที่ต้องการไปร่วมมือและศึกษาดูงาน ถูกจำกัดลงและทดแทนด้วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐของจีน รัฐบาลจีนส่งทีมเฉพาะกิจชุดใหญ่เข้าไปตรวจสอบการประกอบธุรกิจของแอ๊นท์กรุ๊ปในเชิงลึก 

 

โดยมีกระแสข่าวตามมาว่า ทางการจีนจะพลิกนโยบายและหันมาคุมเข้มธุรกิจฟินเทคจีนในภาพรวม ขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นการประกอบธุรกิจที่ผ่านมาของแอ๊นท์กรุ๊ปออกมาเป็นระลอก อาทิ การผูกขาดของหลายบริการที่เชื่อมต่อกัน

 

ข่าววงในยังระบุว่า ทางการจีนในเวลาต่อมาได้แนะนำให้แอ๊นท์ยกเครื่องแนวทางการดำเนินธุรกิจเสียใหม่ โดยให้หยุดบริการปล่อยสินเชื่อ การขายประกัน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ ท่ามกลางกระแสข่าวที่กระพือว่า รัฐบาลจีนต้องการดึงเอาเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ทางการเงินในเครือของแอ๊นท์และอาลีบาบาไปเป็นของรัฐเพื่อนำไปสานต่อโครงการใหญ่ของประเทศ

 

“คำแนะนำ” ของหน่วยงานภาครัฐจีนเป็นเสมือน “คำสั่ง” ดีๆ นี่เอง ว่าง่ายๆ ทางการจีนจะสั่งให้แอ๊นท์กรุ๊ปให้บริการเพียงแค่อาลีเพย์ (Alipay) หรือ “จือฟู่เป่า” (Zhifubao) บริการโอนเงินออนไลน์เท่านั้น

 

หากเป็นเช่นนั้นจริง ธุรกิจในเครือของแอ็นท์ก็จะเล็กลงไปถนัดใจ มดตาโตที่ทรงพลังเฉกเช่นซุปเปอร์แอ๊นท์ที่เป็นตัวนำโชคคงเดี้ยงเฉกเช่นเดียวกับที่ซุปเปอร์แมนโดนรังสีเรืองแสงสีเขียวของคริปโตไนท์อย่างแน่นอน

 

อย่างไรก็ดี มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผลสรุปอะไรประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ อาลีเพย์ยังเปิดให้บริการเป็นปกติ 

 

อย่างไรก็ดี บางผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางตัวเริ่มถูกจับดอง ยกตัวอย่างเช่น แอ๊นท์ได้ถอดยู่เอ๋อเป่า (Yu’ebao) แพล็ตฟอร์มรับฝากเงินออนไลน์ที่ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าของธนาคารพาณิชย์ลงจากหน้าจอ

 

บริการนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในจีน เพราะเพียงไม่นานหลังจากเริ่มเปิดให้บริการ ผู้คนก็หลั่งไหลกันโอนเงินเข้าไปฝากกับแพล็ตฟอร์มดังกล่าว ส่งผลให้สินทรัพย์ของหน่วยธุรกิจนี้พุ่งขึ้นเป็นราว 1.2 ล้านล้านหยวน จนกลายเป็นบริการรับฝากเงินออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก 

 

แต่วันนี้บริการดังกล่าวกำลังถูกแขวนไว้รอการจัดระเบียบระลอกใหม่!

 

ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ตลอดเวลาเกือบ 3 เดือนภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สาธารณชนทั่วโลกก็ยังไม่ได้พบเห็นแจ็ก หม่าในหน้าข่าวอีกเลยจนถึงปัจจุบัน การหายตัวไปของแจ็ก หม่าจากทุกสื่อทั้งในจีนและต่างประเทศทำให้สาธารณชนทั่วโลกต่างเกิดคำถามสงสัยมากมายตามมา 

 

หลายคนอยากรู้ว่าเขาหายไปไหน บ้างก็คาดเดาว่าเขาอาจปลีกวิเวกไปนั่งสมาธิสงบสติอารมณ์ที่ยอดเขาใดสักแห่งในจีน หลบหน้าหลบตาไปเลี้ยงหมูเอไอ บ้างก็จินตนาการไกลไปถึงว่าเขาหนีไปอยู่ประเทศหมู่เกาะแห่งหนึ่ง ถูกกักบริเวณ ถูกสั่งจำคุก หรือไปจนถึงหายสาบสูญไปแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจและพาณิชย์ของทุกสำนักทั้งจีนและเทศต่างพยายามหาข่าวกันแบบแทบพลิกแผ่นดิน ไม่เว้นแม้แต่นักข่าวไทย ที่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้น และจะจบเมื่อไหร่ อย่างไร

 

ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวนายเจี่ยง ฝัน ตัวเต็งที่ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นกุมบังเหียนอาลีบาบากรุ๊ปคนต่อไป นอกใจภริยาออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน

 

เจี่ยง ฝัน ถือเป็นหนึ่งในมือกระบี่ชั้นแนวหน้าของวงการ เขาจบด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น สถาบันการศึกษาชั้นนำของจีนในนครเซี่ยงไฮ้ และเคยทำงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กูเกิ้ลจีน (Google China) 

 

อาลีบาบากรุ๊ปมองเห็นศักยภาพของเขาและดึงเข้ามาในเครือตอนไปเทคโอเวอร์โหย่วเหมิง (Umeng) ธุรกิจบริการแอ็พวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อปี 2013

 

ตลอดหลายปีต่อมา เจี่ยง ฝันเรียนรู้งานในหลายกิจการในอาลีบาบากรุ๊ป อาทิ เถาเป่า (Taobao) อาลีมามา (Alimama) และทีมอลล์ (Tmall) ก่อนได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของธุรกิจสำคัญอย่างเถาเป่าและทีมอลล์ในปัจจุบัน ผมก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะเป็นอีกรายหนึ่งหรือไม่ที่จะถูกเปลี่ยนอนาคต

 

อย่างไรก็ดี คนจีนส่วนใหญ่มองว่าข่าวนี้อาจถูกปล่อยออกมาเพื่อกลบกระแสข่าวการหายตัวไปของแจ็ก หม่า หรือการปรับผังธุรกิจในเครือของแอ๊นท์เสียมากกว่า

จากการจับกระแสความคิดของคนจีนในสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า คนจีนส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นไปได้ยากที่รัฐบาลจีนจะตัดสินใจใช้มาตรการรุนแรงสุดขั้วที่ไม่คาดคิดตามกระแสข่าวลือดังกล่าว

 

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก็คือ ในชั้นนี้ ไม่มีข้อมูลใดๆ ระบุว่ากิจการที่แจ็ก หม่าสร้าง ต่อยอด หรือเข้าไปถือหุ้น ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย

ประเด็นการผูกขาดทางธุรกิจก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป อันที่จริง หากพิจารณาจากความใหญ่ สัดส่วนการครองตลาด หรือแม้กระทั่งวิธีการดำเนินธุรกิจ ก็อาจมีหลายกิจการในจีนที่มีสภาพคล้ายแอ๊นท์กรุ๊ป แถมหลายรายก็เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนเปิดเสรีแล้ว หรือกิจการขนาดใหญ่ที่สนับสนุนนโยบายของพรรคฯ และรัฐบาลจีนในปัจจุบัน 

 

ประการสำคัญ ประเด็นความผิดในลักษณะนี้ก็เป็นเรื่องของนิติบุคคล ไม่ใช่ตัวบุคคล แจ็ก หม่าในวันนี้ไม่ได้เป็นประธานกรรมการหรือตัวแทนทางกฎหมายของอาลีบาบากรุ๊ป แอ๊นท์กรุ๊ป หรือกิจการที่เกี่ยวข้องอื่นแต่อย่างใด

 

และหากจะมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในการประกอบธุรกิจใดๆ กฎหมายจีนก็กำหนดให้ดำเนินการกับประธานกรรมการและตัวแทนทางกฎหมายก่อน

 

ในกรณีนี้ แจ็ก หม่าเป็นเพียงผู้ถือหุ้น และกิจการที่เขาใช้ในการถือหุ้นแอ๊นท์กรุ๊ปก็เป็นการถือหุ้นผ่านหลายบริษัทที่อยู่ลำดับห่างออกไปหลายชั้น

หากจะไล่เบี้ยไปถึงผู้ถือหุ้นในกรณีนี้ ก็อาจหมายถึง ผู้เกี่ยวข้องที่อาจโดนหางเลขในวงกว้าง และระยะเวลานานหลายปีของการต่อสู้คดี

 

ประการถัดมา แจ็ก หม่าเป็นผู้ประกอบการจีนที่ปราดเปรื่อง สร้างสรรค์ และมากด้วยความสามารถ จนสร้างชื่อเสียงและความมั่งคั่งให้จีนและตัวเขาเองจนโด่งดังคับฟ้า

เขายังเป็นแบบอย่างที่ดีแห่งความฝันของสตาร์ตอัพจีน หรือแม้กระทั่งของนักธุรกิจรุ่นเยาว์ทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลจีนคงไม่อยากเป็นผู้ทำลายความฝันของผู้คนจำนวนมากเหล่านั้น

 

โดยที่จีนกำลังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำโลกยุคใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของความดีงาม การกระทำใดๆ ดังที่หลายคนกังวลใจจะทำลายภาพลักษณ์อันดีของจีนในเวทีโลกและอาจหมายถึงการโยนทิ้งกว่า 4 ทศวรรษแห่งความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ทำให้จีนการเติบใหญ่และแข็งแกร่งดังเช่นปัจจุบัน และความเรืองรองในอนาคตที่รออยู่ ลงโถส้วมอย่างไม่ใยดี

 

ภายใต้คำกล่าวที่ว่า “จะไม่มียุคของแจ็ก หม่า แต่จะมีแจ็ก หม่าที่อยู่ในยุคแห่งความรุ่งเรืองของจีน” แม้จะมีความหมายในเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของแจ็ก หม่าในแดนมังกร แต่ก็แฝงไว้ซึ่งความหมายด้านบวกเช่นกัน แจ็ก หม่ายังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเติบใหญ่ของจีนในอนาคตได้ต่อไป 

 

คนจีนส่วนหนึ่งอ่านเกมส์ว่า รัฐบาลจีนคงขอให้แจ็ก หม่าเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่เป็นข่าวสักระยะ เพื่อลดกระแสเชิงลบที่อาจขยายวง เมื่อจัดระเบียบลงตัวแล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง

 

แต่เขาคงเก็บตัวได้ไม่นานนัก เพราะในแต่ละปี จีนมีงานใหญ่มากมายรออยู่ และรัฐบาลจีนสามารถใช้ประโยชน์จากแจ็ก หม่าและกิจการที่เกี่ยวข้องของเขาได้ในหลายมิติ 

 

ในปี 2020 จีนประกาศความสำเร็จในการขจัดความยากจนให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน และขยับขึ้นเป็นประเทศพัฒนาแล้วระยะต้น แน่นอนว่า นอกเหนือจากการทำงานหนักของรัฐบาลจีนแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือการสนับสนุนและความร่วมมือของภาคเอกชนในจีน 

 

กิจการที่แจ็ก หม่าก่อตั้งและถือหุ้นอยู่ต่างทุ่มเททรัพยากรจำนวนมหาศาล และดำเนินโครงการมากมายที่ร่วมผลักดันให้ “ความฝัน” ของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีนดังกล่าวเกิดเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมาย

 

ยิ่งมองต่อไปในอนาคต จีนมีหลายความท้าทายรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเก่าในคราบใหม่อย่างสงครามการค้าในยุคของท่านโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ และโควิด-19 กลายพันธุ์ แถมในปี 2021 จีนจะฉลองครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ที่จะมาพร้อมกับการเดินทางไกลครั้งใหม่เพื่อสู่ยุคแห่งความเรืองรองของจีน และการเปิดตัวนวัตกรรมยุคใหม่ของจีน 

 

ขณะที่ในปี 2022 จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดหลายงานใหญ่ หนี่งในนั้นก็ได้แก่ การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 19 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 ณ นครหังโจว บ้านเกิดของแจ็ก หม่า 

 

ชาวโลกคงอยากเห็นแจ็ก หม่าออกมาร่วมต้อนรับหลังจากที่ไปกล่าวเชิญชวนในพิธีปิดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งก่อนที่อินโดนีเซีย และอยากเห็นกิจการที่เกี่ยวข้องเปิดตัวนวัตกรรมทางการเงินเจ๋งๆ ให้นักกีฬา กรรมการ และทีมงาน รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้ใช้กันเป็นแน่

 

อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ หน่วยงานที่กำกับดูแลภาคการเงินของจีนประเมินว่า แอ๊นท์กรุ๊ปเป็นกิจการทางการเงินมากกว่ากิจการไฮเทค เพราะราวครึ่งหนึ่งของรายได้มาจากสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แถมอัตราดอกเบี้ยก็ไม่ได้สูงดังเช่นของเงินกู้นอกระบบ บริการนี้จึงเป็นที่พึ่งของผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนจากสถาบันการเงินทั่วไปในจีนได้ 

 

ลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนมากกว่า 500 ล้านคน หรือเกือบ 40% ของจำนวนประชากรจีนโดยรวม ขณะที่ในเชิงมูลค่า กิจการปล่อยสินเชื่อไปราว 2.1 ล้านล้านหยวน คิดเป็นเกือบ 50 เท่าของทุนสำรองที่มีอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับของธนาคารพาณิชย์โดยรวมที่อยู่ราว 10%

 

ขณะเดียวกัน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของแอ๊นท์กรุ๊ปหากเข้าไอพีโอก็จะมากกว่าของไอซีบีซี (ICBC) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนเสียด้วยซ้ำ

 

การดำเนินมาตรการใดๆ ของทางการจีนจึงนับว่าอ่อนไหวต่อความรู้สึกมาก ก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนพยายามเน้นย้ำถึงจุดยืนในเรื่องการพัฒนาที่ต้องเดินหน้าไปควบคู่กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ “การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมการเงินและกฎระเบียบ ... ความปลอดภัยถือเป็นสิ่งที่ต้องมาก่อนเสมอ”  

 

แต่ถ้าทางการจีนเลือกที่จะไม่คุมเข้มและปล่อยให้แอ๊นท์กรุ๊ปขยายบริการจนใหญ่เกินตัว และหากฟองสบู่จากบริการของบริษัทแตกขึ้นมา ก็อาจส่งผลกระทบเชิงลบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจจีนในวงกว้างได้ ขณะเดียวกัน การปิดบริการของแอ๊นท์กรุ๊ปดังกล่าวโดยไม่เปิดทางเลือกให้ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากไม่พอใจ และอาจนำไปสู่กระแสต่อต้านต่อพรรคฯ และรัฐบาลจีนในเชิงสังคมได้

 

ชาวจีนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ในช่วงหลังดูเหมือนทางการจีนจะมี “สองมาตรฐาน” และมีพฤติกรรมที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน รัฐบาลกลางก็ทำเป็นเหมือน “หลี่ตาข้างหนึ่ง” เปิดโอกาสให้บริการของฟินเทคนี้เบ่งบานในจีน

 

แต่วันนี้กลับเปลี่ยนมา “ใช้สองตาจ้อง” มองดูธุรกิจนี้แบบตาไม่กระพริบ แถมในมือก็ยังเงื้อกระบี่แบบพร้อมฟันทุกขณะ

 

และหากจะมีข่าวใดมากลบกระแสข่าวนี้ คงต้องเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติอย่างแท้จริง ข่าวการเปลี่ยนตัวท่านหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนที่เริ่มครุกรุ่นในจีนมาสักระยะ น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะนอกจากเทอมของท่านใกล้จะหมดวาระลงแล้ว ช่วงหลังดูจะไม่เข้าขากับท่านสี จิ้นผิงอยู่บ่อยๆ จนเริ่มหายหน้าหายตาจากสาธารณชนไปอีกคนหนึ่งเช่นกัน

 

ที่ผ่านมา นายกฯ จีนคนปัจจุบันดูจะโปรฟินเทคอย่างมาก จนหลายฝ่ายประเมินว่าท่านมองข้ามความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นกับอาณาจักรของจีน

หรือว่าแจ็ก หม่าปลีกวิเวกไปนั่งจิบชาพูดคุยกับท่านหลี่เรื่องอนาคตของอาณาจักรแอ๊นท์ในอุ้งมือมังกรกันอยู่นะ ...

 

 

ที่มา https://www.tnnthailand.com/content/68317

Announcement: 
0

Facebook Comments Box