ถอดบทเรียนอู่ฮั่น ... จากศูนย์กลางการแพร่ะบาดสู่ต้นแบบการเปิดเมือง

27 January 2021
Source: 
ฐานเศรษฐกิจ

                          การระบาดของไวรัสโคโรนาของโลกในครั้งนี้ไม่รู้จะจบเมื่อใด แต่จีนได้แสดงถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาวิกฤติได้เป็นอย่างดี และประกาศปลดล็อกการปิดเมืองทั้งหมดของจีนแล้วเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา

 

                          จีนทำได้อย่างไร และทำอะไรบ้างเพื่อเตรียมการเปิดเมือง วันนี้ ผมจะพาท่านผู้อ่านไปถอดบทเรียนนี้กันครับ เพราะไทยเองก็ต้องเตรียมปลดล็อกเช่นกันในอนาคต

 

การปิดเมืองอู่ฮั่น ... มาตรการเข้มที่ยากปฏิเสธ

 

                          ภายหลังการปิดเมืองอย่างต่อเนื่องถึง 76 วัน เมืองอู่ฮั่นจุดศูนย์กลางของการแพร่ระบาดและมีระดับความรุนแรงมากที่สุด ก็เปิดประตูเมืองอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเสมือนการประกาศชัยชนะของจีนเหนือโควิด-19 ก็ว่าได้

 

                          ลองคิดดูว่า ชาวเมืองอู่ฮั่น ยกเว้นกลุ่มคนที่ได้รับอนุญาต เช่น บุคลากรทางการแพทย์ และลอจิสติกส์ ต้องทนกับมาตรการล็อกดาวน์สุดเข้มข้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะต้องทนอยู่แต่ในบ้านแบบเกือบ 24 ชั่วโมง ยาวนานถึงราว 11 สัปดาห์นับแต่วันที่ 23 มกราคม ซึ่งถือเป็นช่วงวันสุกดิบของเทศกาลตรุษจีนถึงราวเทศกาลเชงเม้งกันทีเดียว

 

                          ตัวแทนสมาชิกเพียงหนึ่งคนต่อครอบครัวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปซื้อหาอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งจำเป็นได้เพียงครั้งเดียวในทุก 72 ชั่วโมงหรือ 3 วันต่อครั้ง ทันทีที่เปิดประตูห้อง สัญญาณจะถูกส่งไปที่สถานีตำรวจและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถ้าออกมาก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว ก็จะถูกลงโทษ

                          

                          ท่านผู้อ่านที่อาศัยอยู่ในคอนโดที่มีขนาดพื้นที่ห้องไม่ใหญ่มากนักในห้วงนี้น่าจะเข้าใจถึงความรู้สึกชาวเมืองอู่ฮั่นในช่วงเวลาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

                          

                          ผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ อาทิ คอนโดมิเนียมของแต่ละโครงการ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่หน้าประตูหลักและจดบันทึกการเข้าออกของผู้พักอาศัยโดยละเอียด เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านมาตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นระยะ

 

                          โชคดีที่โลกดิจิตัลของจีนเติบใหญ่และแพร่หลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่มีพนักงานที่ปลอดเชื้อมาจัดส่งให้ ตู้จำหน่ายสินค้าสมัยใหม่ที่วางกระจายตามแหล่งชุมชนในเมือง ช่วยลดการระยะห่างของผู้คนและบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดไปได้มาก

 

เปิดเมืองอู่ฮั่น ... การเดินข้ามลำธารโดยใช้เท้าสัมผัสหิน

 

                          ในการเปิดเมืองอู่ฮั่น รัฐบาลจีนวางแผนและดำเนินการอย่างมีขั้นมีตอน จีนผ่อนคลายกฎระเบียบที่ครั้งหนึ่งเข้มงวดมากสุดแห่งหนึ่งในจีนและเปิดเมืองเปิดกว้างขึ้นโดยลำดับ

 

                          นอกจากผลประโยชน์ในมิติเศรษฐกิจที่ต้องให้ความใส่ใจแล้ว ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็ต้องการให้มั่นใจว่าการเปิดเมืองจะไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดอีกระลอก ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างมากในภาพใหญ่ จึงเห็นการกำหนดให้คนที่จะออกมานอกที่พักต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง

 

                          ผู้ดูแลอสังหาริมทรัพย์ต้องกำกับดูแลการเข้าออกของแต่ละคน โดยต้องตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และรวบรวมข้อมูลชื่อนามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และรายงานให้ภาครัฐทราบ เกือบทุกหลังคาเรือนยังมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และคัดแยกผู้ติดเชื้ออยู่เป็นระยะ

 

                          มาตรการกำกับตรวจสอบดังกล่าวก็ขยายต่อไปยังโรงแรม ร้านขนาดใหญ่ และสถานที่สาธารณะอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

 

                          อีกเรื่องที่จีนเก่งมาก รัฐบาลจีนบริหารจิตวิทยามวลชนที่ยอดเยี่ยม ตัวอย่างเช่น การที่ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และผู้บริหารในแต่ละระดับจะจัดประชุมทางไกลให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์อื่นในพื้นที่เป็นระยะ

 

                          หรือทันทีที่รับรู้ถึงระดับความอึดอัดของการโดนกักบริเวณและขวัญผวากับวิกฤติโควิด-19 อยู่เป็นเวลานาน ชาวเมืองก็ได้รับกำลังใจจากท่านสี จิ้นผิงที่นำทีมคณะผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลบินลัดฟ้ามาลงพื้นที่ และเดินโบกมือให้ชาวเมืองอู่ฮั่นตามอพาร์ทเม้นต์ในวันที่ 10 มีนาคม

 

                          หรือเมื่อจำนวนคนไข้ที่ติดเชื้อลดจำนวนลง รัฐบาลก็จัดให้คณะบุคลากรทางการแพทย์เวียนกันไปพักผ่อนและเยี่ยมชมสวนดอกท้อที่งดงามของเมือง

 

                          2 สัปดาห์ก่อนเปิดเมืองเต็มตัว ถนนหนทางถูกทยอยเปิดเป็นส่วนๆ เพื่อคัดกรองและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดในวงกว้าง รถเมล์ประจำทางภายในเมืองเริ่มออกมาให้บริการ และตามด้วยรถไฟใต้ดินใน 3 วันต่อมา รถยนต์ส่วนตัวออกมาสัมผัสถนนหลังจากห่างหายไปนาน ขณะที่ธุรกิจและร้านขายสินค้าทั่วไปเริ่มทยอยกลับมาเปิดอีกครั้ง

 

                          ชาวอู่ฮั่นเริ่มสามารถใช้ชีวิตภายนอกได้ในพื้นที่วงแคบๆ อาทิ ภายในเขตเมือง ตำบล หมู่บ้านของตนเอง โดยในช่วงนั้น แต่ละครอบครัวได้รับการจัดสรรโควต้าให้ 1 คนออกมานอกที่พักอาศัยได้คนละ 2 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวต้องมี Anti-Virus Code หรือ Health Code ซึ่งเป็นมินิแอพในโปรแกรมประเมินระดับความเสี่ยงติดเชื้อ (เขียว-เหลือง-แดง) ของอาลีเพย์และวีแชตในโทรศัพท์มือถือเป็นสีเขียว

 

                          เรายังเห็นการทยอยปิดโรงพยาบาลสนามที่สร้างขึ้นเฉพาะกิจในห้วงแรกของการแพร่ระบาดจนหมดในสิ้นเดือนมีนาคม สิ่งนี้เป็นเสมือนกิจกรรมในเชิงสัญลักษณ์ที่ประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19

 

                          ครั้นเข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเปิดอู่ฮั่นเต็มรูปอย่างเป็นทางการ ชาวเมืองก็ได้รับอนุญาตให้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ผู้คนออกมาเดินเล่นชื่นชมบรรยากาศในเมือง ได้เห็นความงดงามของวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียงอีกครั้ง บ้างก็ไปนั่งตกปลาและดูพระอาทิตย์ตกดินที่ตงหู (ทะเลสาบฝั่งตะวันออก) ของเมือง

 

                          บางคนถึงขนาดอุทานว่า เพียงสองเดือนที่พวกเขาห่างหายไป ไม่คิดว่าต้นไม้ในเมืองจะเติบโตเร็วขนาดนี้ บางส่วนก็ใช้ช่วงเวลานี้ออกไปซื้อหาอาหารที่ชื่นชอบตามท้องถนน ขณะที่คนสูงอายุจำนวนมากก็ออกมาจับกลุ่มพูดคุยและเต้นรำอย่างที่เคย

 

                          ในวันที่ 3 เมษายน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอู่ฮั่นนับหมื่นแห่งก็ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้ง โครงสร้างพื้นฐานที่ดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จก็ได้รับการสานต่อ แรงงานที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ถูกตรวจเนื้อเยื่อหลังจมูกเป็นประจำทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ทำให้อู่ฮั่นได้กลับมาสู่การเป็นฐานการผลิตสำคัญของจีนอีกครั้ง

 

                          รัฐบาลยังได้เคลื่อนย้ายคนงานจำนวน 1,000 คนที่ถูกคัดกรองความปลอดเชื้อไวรัสเข้ามาเมืองโดยทางรถไฟ และช่วยเหลือเรื่องการจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายเครื่องหมายการจราจรและอุปกรณ์อื่นในช่วงวันที่ 4-5 เมษายน

 

                          หนึ่งวันก่อนที่จะเปิดเมือง ชาวจีนได้รับข่าวดีกันถ้วนหน้าเมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตของจีนก็ลดลงจนเป็นศูนย์เป็นครั้งแรกนับแต่เริ่มการประกาศตัวเลขผู้ติดเชื้อ

 

                          และในค่ำคืนของวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหาร ตำรวจ และแพทย์พยาบาล รวมทั้งจิตอาสาถูกส่งไปประจำในจุดต่างๆ ทั่วเมืองอู่ฮั่นเพื่อเตรียมรับมือกับงานใหญ่

 

                          รัฐบาลยังได้จัดกิจกรรมนับถอยหลังในใจกลางเมืองอู่ฮั่น ทันทีที่เข็มนาฬิกาแตะเข้าสู่วันที่ 8 เมษายน การฉลองเปิดเมืองด้วยแสงสีเสียงก็เริ่มขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนออกจากบ้านเพื่อยลโฉมและชื่นชมบ้านเมืองของตนเองด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีอย่างกึกก้อง

 

                          อาคารสูงที่ติดตั้งแผงแอลอีดีไว้ก่อนหน้านั้นก็นำเสนอรูปภาพสีมากมายสุดตระการตาภายใต้แนวคิดหลัก “การประสบความสำเร็จ” หลายภาพที่สวยสดและเปี่ยมด้วยความหมายถูกเชื่อมโยงรายเรียงจากอาคารสู่อาคารริมสองฝั่งแม่น้ำอย่างงดงามยิ่ง ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเปรมปรีย์ที่กลับมาสู่เมืองอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน

 

                          ในด้านหนึ่ง ผมถือว่าความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทุ่มเท ความอดทน และการมีส่วนรวมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

 

                          ในอีกด้านหนึ่ง แต่ละภาคส่วนก็อาจประสบกับ “ความสำเร็จ” ในระดับและแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่จีนในภาพรวมให้ประเด็น “ความสำเร็จ” ในแง่มุมของการลดจำนวนผู้ติดเชื้อจนเป็นศูนย์  

 

                          การคิดค้นยารักษาโรคที่ผสมผสานเอาสมุนไพรจีนมาช่วยฟื้นฟูกำลังและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่คนไข้ที่ติดเชื้อจนหายกลับมาเป็นปกติก็อาจนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จ

 

                          บางคนนึกถึงการจัดพิธีส่งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนกลับพื้นที่เดิมอย่างสมเกียรติ ภาพคนไข้ที่หายป่วยและญาติพี่น้องที่ออกมาโค้งคารวะพร้อมมอบดอกไม้ช่อใหญ่และของที่ระลึกเพื่อขอบคุณในน้ำใจของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อชาวเมืองอู่ฮั่น และภาพการสวมกอดของบุคลากรทางการแพทย์ที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขและดูแลซึ่งกันและกันในช่วงวิกฤติก็ทำเอาผู้ชมการถ่ายทอดสดต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

 

                          ชาวอู่ฮั่นคนหนึ่งบอกกับผู้สื่อข่าวถึงความสำเร็จที่เรียบง่ายของตนเองในช่วงล็อกดาวน์ว่าได้แก่ การลดน้ำหนักลงได้ 10 กิโล อ่านหนังสือจบไป 2 เล่ม การฝึกตัดผม การทำอาหารและขนม และการปลูกต้นไม้ รวมทั้งการนอนวันละกว่า 8 ชั่วโมงที่ในช่วงเหตุการณ์ปกติจะไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้

 

เมื่อเปิดประตูเมือง ... อู่ฮั่นก็คึกคักยิ่ง

 

                          เมื่อประกาศปลดล็อกเปิดเมือง ก็ทำให้ผู้คนสามารถเดินทางเข้าออกเมืองและเดินทางผ่านเมืองอู่ฮั่น และแวะไปชิม “บะหมี่แห้ง” ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่ฮั่น หรือเดินทางข้ามภูมิภาคได้โดยไม่ต้องเสียเวลาอ้อมโลกดังเช่นในช่วงปิดเมือง

 

                          ขณะเดียวกัน ถนนทุกสายภายในเมืองและทางด่วนเชื่อมเมืองถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ชาวเมืองสามารถเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันภายในเมืองได้อย่างคล่องตัว

 

                          ในเช้าตรู่วันที่ 8 เมษายน คาราวานรถยนต์ก็ออกมาคราคร่ำบนท้องถนน ทำเอาทางด่วนในเกือบทุกสายที่เคยโล่งกลับมามีรถติดกันยาวเหยียด เฉกเช่นเดียวกับสถานการณ์รถติดในถนนสายหลักของไทยที่ออกสู่ต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลหยุดยาวของไทย

 

                          สถานีรถโดยสารประจำทาง รถไฟความเร็วสูง และสนามบินก็เปิดให้บริการเช่นกัน “ฮั่นโขว่จ้าน” สถานีรถไฟความเร็วสูงของอู่ฮั่นก็คึกคักและคราคร่ำไปด้วยผู้คนตั้งแต่เช้ามืด ผู้โดยสารจำนวนมากต่างต้องการจับรถไฟเที่ยวแรกๆ ออกจากเมือง สิ้นวันแรกก็ขนคนออกจากเมืองถึงราว 50,000 คน

 

                          ในเช้าวันที่ 8 เมษายน สายการบินไชน่าแอร์ไลน์สให้บริการเที่ยวบิน MU2527 พาผู้โดยสารราว 50 คนทะยานออกจาก “เทียนเหอกั๋วจี้จีฉาง” สนามบินนานาชาติของเมืองอู่ฮั่นไปซานย่า เมืองชายทะเลยอดนิยมบนเกาะไหหลำ เป็นเที่ยวแรก ตามด้วยเที่ยวบินสู่หัวเมืองอย่างเซี่ยงไฮ้ เซียะเหมิน หนิงโปว กวางโจว คุนหมิง ไหโข่ว และอื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 30 เที่ยวบินในวันแรก เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ของโลกกลับสู่สภาวะปกติ เราจะได้เห็นบริการเที่ยวบินเข้าออกที่เชื่อมระหว่างอู่ฮั่นไปยังกว่า 100 เมืองทั้งในและต่างประเทศเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน

 

                          ในระยะแรกของการเปิดเมือง นอกจากจะกำหนดให้ชาวเมืองที่ออกมาด้านนอกต้องสวมใส่หน้ากากและป้องกันตัวเองอย่างเหมาะสม รัฐบาลยังให้คำแนะนำให้ชาวเมืองไม่ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านถ้าไม่จำเป็น ตามแหล่งชุมชนในเมือง เราจะเห็น การตรวจวัดอุณหภูมิ การขอดูเฮล์ธโค้ด

 

                          อย่างไรก็ดี อารมณ์ของผู้คนผสมปะปนกัน บางคนยังกลัวที่จะออกมาข้างนอก เพราะไม่มั่นใจว่าข้างนอกปลอดภัยจริงหรือไม่ ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ดังกล่าว เราจึงเห็นภาพผู้โดยสารหลายคนที่ใส่ชุดป้องกันทางการแพทย์แบบจัดเต็มราวกับบุคลากรทางการแพทย์เข้าห้องผู้ติดเชื้อ บางคนก็ดีใจตนเนื้อเต้นที่จะได้พบหน้าภริยาและลูกอีกครั้ง

 

                          ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำตามจุดคัดกรองและเฝ้าระวัง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามเสื้อผ้าและรองเท้า และขอดูเฮล์ธโค้ด ซึ่งเป็นวิธีการตรวจสอบที่ประหยัด รวดเร็ว และสะดวกมาก

 

                          นอกจากนี้ ชาวจีนจากทั่วประเทศยังส่งข้อความจนเป็นไวรัลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อปลุกขวัญกำลังใจชาวเมืองอู่ฮั่นให้กลับมาเข้มแข็งและก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงอีกครั้งหลังการเปิดเมือง ภาพการ์ตูนอันสดใสพร้อมข้อความที่ระบุว่า ปิดเมืองไปหลายวันพวกเราคิดถึง “บะหมี่แห้ง” อันแสนอร่อยกันแล้ว หรือสัญลักษณ์จากเมืองต่างๆ ในจีนที่ยืนกอดคอส่งเสียงให้กำลังใจบะหมี่แห้ง

 

                          ชาวเมืองอู่ฮั่นบางส่วนสูญเสียหลายสิ่งและได้รับผลกระทบทางจิตใจในระยะยาว ชาวเมืองกว่า 50,000 คนติดเชื้อไวรัสในครั้งนี้ หลายคนยังต้องได้รับการรักษาและเผ้าระวังอยู่ ขณะที่ชาวเมืองกว่า 3,200 คนถูกเชื้อโควิด-19 พรากชีวิตไป

 

                          ศพเหล่านั้นรอการประกอบพิธีเพื่อส่งดวงวิญญาณ เพราะรัฐบาลปิดสุสานและงดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ญาติพี่น้องได้รับอนุญาตให้ประกอบพิธีไว้อาลัยและใช้วิธีเผาศพ โดยไม่มีโอกาสได้เปิดดูผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจาย

 

                          ในการประชุมโพลิตบูโรเมื่อกลางเดือนเมษายน รัฐบาลก็อนุมัติให้จัดสรรสรรทรัพยากรเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูมณฑลฟู่เป่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองอู่ฮั่น ให้มากและเร็วกว่าที่วางแผนไว้เดิม เพื่อชดเชยกับวิกฤติโควิด-19 ที่โหดร้ายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

                          ชาวเมืองอู่ฮั่นยังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมใส่หน้ากากอนามัย การทำความสะอาดมือ และการรักษาระยะห่างทางสังคม ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอู่ฮั่นแปะป้ายประกาศไว้หน้าร้านว่า “ไม่ล้างมือ ไม่ให้กินข้าว”

 

                          ขณะที่โรงเรียนยังไม่มีการเรียนการสอน ราว 40 ชุมชนจะยังถูกล็อกดาวน์ และกิจการบางแห่งยังไม่แข็งแรงมากพอที่จะพร้อมเปิด แต่ผู้คนก็สามารถออกมาใช้ชีวิตภายนอกได้แล้ว และคงจะใช้เวลาอีกสักระยะกว่าการใช้ชีวิตในอู่ฮั่นจะกลับมาสู่สภาวะปกติ

                          ฮั่นที่เรารู้จักมักคุ้นในฐานะการเป็นศูนย์กลางการแพร่ะบาดเมื่อ 3 เดือนก่อนได้พลิกฟื้นสถานะสู่การเป็นเมืองต้นแบบของการเปิดเมือง แต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์และโอกาสทางธุรกิจ ยังไงท่านผู้อ่านก็หาเวลาว่างเดินทางไปเยี่ยมชม สำรวจ และชิมบะหมี่แห้งเลิศรสที่อู่ฮั่นกันดูนะครับ ...

 

 

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/columnist/433139

Announcement: 
0

Facebook Comments Box