ข้อคิดเห็นของนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้หารือกับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์

05 April 2021
Source: 
Vijaichina

ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับข้อคิดเห็นของนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้หารือกับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ ที่เมืองหนานผิง มณฑลฝูเจี้ยน เมื่อวันที่ ๓๑ มี.ค.๖๔ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

๑. นายหวัง อี้ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายควรรักษาการแลกเปลี่ยนและการติดต่อระดับสูงเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างฝ่ายต่างๆ และการกำกับดูแลร่วมกันจัดการกับความท้าทายในระยะยาวของการแพร่ระบาดและสำรวจความร่วมมือใหม่ ๆ ในด้านต่างๆ เช่น การฉีดวัคซีนและการยอมรับซึ่งกันและกันของรหัสด้านสุขภาพ โดยต้องร่วมมือกันเพื่อต่อต้าน "วัคซีนชาตินิยม" (“疫苗民族主义”) และป้องกันไม่ให้เกิด "ช่องว่างวัคซีน" (“疫苗鸿沟”) จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการสร้างสรรค์ร่วมกันที่มีคุณภาพสูงของ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" (“一带一路” หรือ ข้อริเริ่ม “สายแถบและเส้นทาง” “Belt and Road Initiative : BRI) เสริมสร้าง "เส้นทางบก - ทางทะเลใหม่" (“陆海新通道”) ทำงานที่ดีในการเทียบท่ากับความร่วมมือล้านช้าง - แม่โขง และมุ่งเน้นไปที่การยกระดับที่สูงขึ้นสำหรับความร่วมมือด้านชีวการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์และการเงินดิจิทัล

๒. นายหวัง อี้ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายควรทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงระดับความสัมพันธ์จีน - อาเซียน ซึ่งจีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศในอาเซียนรวมถึงสิงคโปร์เพื่อเป็นเจ้าภาพครบรอบ ๓๐ ปีของการก่อตั้งความสัมพันธ์การเจรจาจีน - อาเซียน ส่งเสริมการดำเนินการในช่วงต้นของข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระดับภูมิภาค รวมทั้งยังคงกระชับความร่วมมือในการเชื่อมต่อโครงข่ายเศรษฐกิจดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทานห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยจีนสนับสนุนกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นศูนย์กลางและเร่งสร้างประชาคมเอเชียตะวันออก

๓. นายหวัง อี้ ชี้ให้เห็นว่า เมียนมาร์เป็นประเทศเพื่อนบ้าน “พี่น้องกัน” (“胞波”) ที่เชื่อมต่อกันด้วยภูเขาและแม่น้ำของจีนและเป็นสมาชิกที่สำคัญของครอบครัวอาเซียน จีนยินดีที่จะเห็นและสนับสนุนการยึดมั่นของอาเซียนในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของตนและ "แนวทางของอาเซียน" (“东盟方式”) ในการมีบทบาทเชิงบวกในการส่งเสริมเสถียรภาพและเสถียรภาพของสถานการณ์ในเมียนมาร์​ โดยหวังว่า​ เมียนมาร์จะหยุดความรุนแรงรวมทั้งมีการเจรจาปรองดอง​ ซึ่งการยุติปัญหาในเมียนมาร์ควรเคารพความปรารถนาของชาวเมียนมาร์

 

บทสรุป ทั้งสองฝ่ายยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่มีความกังวลร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าโลกกำลังก้าวไปสู่หลายขั้ว (世界正走向多极化) และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ควรเป็นประชาธิปไตย

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.fmprc.gov.cn/web/wjbzhd/t1865980.shtml )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box