ท่าทีของฟิลิปปินส์เกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน

06 May 2017
Source: 
vijaichina

วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารกรณีที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานสมาคมอาเซียนวาระปัจจุบัน ออกคำแถลง เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เม.ย.๖๐ แสดงท่าทีที่อ่อนลงเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ ๒๙ เม.ย.๖๐ โดยหลีกเลี่ยงการระบุอ้างอิงตรงๆ ในเรื่องจีนกำลังทำการสร้างเกาะเทียมต่างๆ ในทะเลจีนใต้ตลอดจน การติดตั้งอาวุธบนที่มั่นเหล่านี้

      

๑. ท่าทีที่สอดคล้องกันของผู้นำฟิลิปปินส์ กับผู้นำประเทศในกลุ่มอาเซียน

      ๑.๑ ในคำแถลงสุดท้ายความยาว ๒๕ หน้า ซึ่งออกในนามของประธานอาเซียน ได้ตัดข้อความส่วนที่อ้างอิงถึง “การถมทะเลสร้างเกาะเทียมและการประกอบติดตั้งเสริมกำลังทางการทหาร” ของจีน ซึ่งรวมอยู่ในเอกสารเช่นนี้ของการประชุมระดับผู้นำอาเซียนปีที่แล้วในประเทศลาว ตลอดจนปรากฏอยู่ในเวอร์ชั่นร่างคำแถลงก่อนหน้านี้ของการประชุมคราวนี้

      ๑.๒ คำแถลงสุดท้ายที่ปรากฏออกมาเช่นนี้ ภายหลังจากนักการทูตชาติอาเซียน ๒ คน เปิดเผยว่า บรรดาเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจีนและสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงมะนิลาพยายามกดดันฟิลิปปินส์ ให้กันเอากิจกรรมต่างๆ ในทะเลจีนใต้อันก่อให้เกิดการพิพาทโต้แย้งกันหนัก ออกไปจากวาระทางการของอาเซียน

       ๑.๓ นอกจากนั้น คำแถลงนี้ยังเป็นการบ่งชี้ว่า ๔ ประเทศสมาชิกอาเซียน (เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์) ที่เดิมได้แสดงความต้องการให้ใช้จุดยืนที่หนักแน่นเข้มแข็งยิ่งขึ้นนั้น กลับตกลงยินยอมให้ออกคำแถลงสุดท้าย ซึ่งเน้นถึงการรอมชอมประนีประนอม

      

๒. ข้อสังเกต

     ๒.๑ จีนแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกของอาเซียน รวมทั้งไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดในครั้งนี้ ซึ่งมีเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศเข้าร่วม แต่จีนก็แสดงความอ่อนไหวต่อร่างคำแถลงของอาเซียน ในขณะที่จีนมักจะถูกกล่าวหาอยู่เสมอว่า ใช้อิทธิพลแทรกแซงต่อร่างคำแถลงดังกล่าว

     ๒.๒ สำหรับคำแถลงเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๓๐ เม.ย.๖๐ ของประธานอาเซียนนั้น ยังมีข้อความชี้ถึง “ความร่วมมือที่ปรับปรุงยกระดับขึ้นมาระหว่างอาเซียนกับจีน” แต่ไม่ได้มีการพาดพิงอ้างอิงถึง “ความตึงเครียดต่างๆ” หรือ “กิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มทวีไต่ระดับสูงขึ้น” อย่างที่เห็นในร่างคำแถลงก่อนหน้านี้ในหลายๆ ร่าง รวมถึงคำแถลงสุดท้ายของปีที่แล้ว ด้วยเช่นกัน โดยเพียงแต่กล่าวคลุมๆ อย่างไม่ชัดเจนอะไรว่า ผู้นำบางคนแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับ “พัฒนาการต่างๆ เมื่อเร็วๆ นี้” ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ทั้งๆ ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรต่างๆ

     ๒.๓ คำแถลงที่น้ำเสียงอ่อนลงเช่นนี้ ปรากฏออกมาในขณะประธานาธิบดีดูเตอร์เตแห่งฟิลิปปินส์ ผู้เป็นประธานคนปัจจุบันของอาเซียน พยายามหาทางกลบลบความบาดหมางที่ฟิลิปปินส์มีอยู่กับจีนมาเป็นแรมปี ภายหลังที่จีนใช้ท่าทีอันแข็งกร้าวในการยืนกรานการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนทางทะเลของตน ทั้งนี้หลังจากความพยายามในการล็อบบี้ของดูเตอร์เต จีนก็ตกลงยินยอมให้ชาวประมงฟิลิปปินส์กลับเข้าไปยังพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำในบริเวณสันดอนสคาร์โบโร โชล หลังจากทำการปิดกั้นขัดขวางอยู่เป็นเวลา ๔ ปี

     ๒.๔ การส่งสัญญาณแสดงไมตรีจิตมิตรภาพของปีะธานาธิบดีดูเตอร์เตต่อจีนในครั้งนี้ ส่งผลให้เรือรบจีน ๓ ลำได้เดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นานๆ ครั้งจะเกิดขึ้น โดยที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ก็มีกำหนดจะขึ้นไปตรวจเยี่ยมเรือพิฆาตติดขีปนาวุธของจีนลำหนึ่งในวันจันทร์ที่ ๑ พ.ค.๖๐ ณ เมืองดาเวา ที่เป็นภูมิลำเนาของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ผู้นี้

      

บทสรุป อาจกล่าวได้ว่า ยุทธศาสตร์ด้านนโยบายการต่างประเทศของประธานาธิบดีดูเตอร์เต เป็นสิ่งที่กลับทิศทางกับของคณะผู้บริหารชุดที่แล้วของประธานาธิบดีเบนิโญ อากีโน ซึ่งเลือกที่จะผูกพันใกล้ชิดกับสหรัฐฯ รวมทั้งได้ท้าทายจีนด้วยการยื่นฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ต่อศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในองค์กรยุติธรรมซึ่งได้รับการรับรองสนับสนุนจากสหประชาชาติให้ตัดสินกรณีพิพาทอันเกี่ยวข้องกับกฎหมายทะเล เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๖ นอกจากนีสองสัปดาห์ก่อนที่ นายดูเตอร์เตจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๙ นั้น ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ก็ได้ประกาศคำตัดสิน โดยระบุให้ฟิลิปปินส์เป็นผู้ชนะ ทำให้จีนโกรธเคืองอย่างมาก ทว่าประธานาธิบดีดูเตอร์เตกลับแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า จะไม่กดดันจีนให้ต้องกระทำตามคำตัดสินนี้ในเร็ววัน และให้ความสนใจในเรื่องการร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทำธุรกิจมากกว่าการทะเลาะกับจีน ทำให้จีนประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบายต่างประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะจากเครื่องมือทางด้านเศรษฐกิจภายใต้โครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (The Belt and Road Initiative หรือ One Belt, One Road หรือ OBOR) ที่ส่งผลต่อด้านความมั่นคง จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

ประมวลโดย :

พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

KU.40

 

(ข้อมูลจาก MGR Online ในเว็บไซต์

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9600000043667)

 

 

Announcement: 
0

Facebook Comments Box

"รถไฟหนานหนิง-ฮานอย”และบทสรุปสารคดี Iron Silk Road : เส้นทางมังกรผงาด (ตอนจบ) โดยคุณเทพชัย หย่อง และรศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น on air ช่อง NOW26 วันที่ 22 เม.ย. 2559 เวลา 17.30-18.00 น.
"รถไฟต้าหลี่และชายแดนจีน-พม่า"ในสารคดี Iron Silk Road : เส้นทางมังกรผงาด (ตอน4) โดยคุณเทพชัย หย่อง และรศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น on air ช่อง NOW26 วันที่ 21 เม.ย. 2559 เวลา 17.30-18.00 น.

Pages