ความสนใจของนักธุรกิจจีนที่มีต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของไทย

29 May 2017
Source: 
vijaichina

วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับความสนใจของนักธุรกิจจีนที่มีต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของไทย อันเกิดจากความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะการยกระดับท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นเมืองการบินพร้อมกับสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ภายใน ๑ ชั่วโมง (ตอนที่ ๒) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development หรือ EEC) เป็นโครงการที่จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน, รถไฟ, ท่าเรือ และสนามบิน เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่นี้ เพิ่มศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และการพัฒนาเมือง โดยมีจังหวัดในภาคตะวันออกที่อยู่ในการพัฒนา คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ล่าสุดมีความเห็นชอบโครงการภายใต้แผนงานพัฒนา (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ที่ต้องเร่งดำเนินการในปี พ.ศ.๒๕๖๐ จำนวน ๔๘ โครงการ วงเงินรวม ๖,๙๙๒.๖๗ ล้านบาท  โดยให้ขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป ซึ่งในตอนนี้กำลังเร่งศึกษาแผนพัฒนาดังนี้ พัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบเป็น จุดจอดเรือยอชต์, ขยายท่าเรือแหลมฉบัง – ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด, เร่งปรับท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสนามบินร่วมระหว่างพลเรือนและทหาร และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน

 

 

๒. โดยตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ส่วนของท่าอากาศยานอู่ตะเภา ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ มีแผนการพัฒนาที่ต่อจากการพัฒนาในปัจจุบันที่กำลังก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๒ ซึ่งมีแผนพัฒนาคร่าวๆ กล่าวคือ
     ๒.๑ ระยะที่ ๑  ประกอบด้วย โครงการในสนามบินอู่ตะเภา (Aviation Hub) ระยะแรก-ศึกษาความเหมาะสม และ EIA/EHIA (ภาพรวมการพัฒนาสนามบิน และรายกิจกรรมสำคัญ) การติดตั้งระบบ IT กล้องวงจรปิด เครื่อง X-Ray และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ ๒ รวมทั้งการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกอบรมบุคคลากรด้านการบิน
      ๒.๒ ระยะที่ ๒ ประกอบด้วย การก่อสร้าง High Speed Taxiway และ Taxiway  การก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ ๒ (รองรับอากาศยาน Code 4F /การขนส่งทางอากาศ/ อุตสาหกรรมการบิน/ MRO และท่องเที่ยว) รวมทั้งการก่อสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO (Commercial Airplane และ Private Jet/Helicopter / 2Hangars / 72 aircraft (144engines)) และ การก่อสร้างศูนย์ขนส่งทางอากาศ Air Cargo
      ๒.๓ ระยะที่ ๓ ประกอบด้วย ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๓ (รองรับผู้โดยสาร ๑๕ ล้านคน/ปี) การก่อสร้าง Commercial Gateway (headquarter/ Technology/ Research/ Recreation Center) และพัฒนาพื้นที่ Free trade zone และ Medical Hub

 

 

๓. จากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โดยผลักดันให้เป็นทั้งท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์ และเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงขยายการรองรับการเติบโตของการขนส่งทุกรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนา สำหรับการขยายตัวของของสนามบินอู่ตะเภา ขณะนี้ได้กันพื้นที่ไว้ร่วม ๒,๐๐๐ ไร่ สำหรับรองรับการขยายการลงทุนของสนามบิน ทั้งของภาครัฐ (กองทัพเรือ, กระทรวงคมนาคม) และ ภาคเอกชน (เช่น การบินไทย เป็นต้น) ที่จะเกิดขึ้นภายในสนามบิน รวมมูลค่าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นราว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็น
 ๓.๑  การพัฒนาเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันอาคารผู้โดยสารรองรับได้ ๘ แสนคน/ปี และกำลังจะเปิดอาคารผู้โดยสารหลังใหม่รองรับได้เพิ่มขึ้นเป็น ๓ ล้านคน/ปีในราวกลางปีหน้า ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างเตรียมจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ในระยะ ที่ ๒ และ ๓ ต่อไป โดยคาดการณ์ผู้ใช้งานสูงสุดในอนาคต ๖๐ ล้านคน/ปี
 ๓.๒  นิคมอุตสาหกรรมการบิน ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนพัฒนาศูนย์ซ่อมเครื่องบินที่อู่ตะเภา คาดใช้งบฯลงทุนหลักหมื่นล้าน โดยมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินในภูมิภาคเอเชีย โดยจะผลักดันให้เกิดการลงทุนระยะที่ ๑ (ปี พ.ศ.๒๕๕๙ – ๒๕๖๑) ก่อน จากทั้งหมดมี ๓ ระยะ
 ๓.๓ พัฒนาคมนาคมควบคู่ ส่วนใหญ่เป็นการขยายถนนที่เข้าถึงสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้รองรับการสัญจรให้มากขึ้น รวมถึงมีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุดเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาในระยะยาวเรื่องระบบราง คือ สถานีรถไฟอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-ระยอง

 

 

บทสรุป การเตรียมจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ในระยะที่ ๒ และ ๓ ต่อจากในระยะที่ ๑ โดยจะใช้งบประมาณปี พ.ศ.๒๕๖๐ ในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาใช้เวลาในการศึกษาราว ๑๒ เดือน ซึ่งเบื้องต้นได้แบ่งระยะการพัฒนาเป็น ๓ ระยะ โดยเน้นการปรับวิธีบริหารจัดการระหว่างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ กับอาคารผู้โดยสารเดิม ให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น โดยระยะสั้นรองรับผู้โดยสารได้ ๕ ล้านคน สำหรับระยะกลาง เพิ่มการรองรับเป็น ๑๕ ล้านคน ส่วนในระยะยาวมองไว้เผื่อถึง ๖๐ ล้านคน ทั้งยังกันพื้นที่ไว้สำหรับสร้างทางวิ่งเส้นที่ ๒ ในอนาคตอีกด้วย จึงเป็นปัจจัยที่มีผลในการดึงดูดนักธุรกิจชาวจีน ให้สนใจในการลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับการขยายท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยเฉพาะธุรกิจการบินในการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว เพื่อรองรับต่อการเป็นเมืองการบิน อันทำให้สามารถเชื่อมโยงจีนกับภูมิภาคอาเซียน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยง (Hub) ในที่สุด

 

ประมวลโดย :

พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

KU.40

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่ เว็บไซต์ http://www.realist.co.th/blog/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%B2/?gclid=CIe56I2jkNQCFdGGaAod2dAPjw และเว็บไซต์ http://globthailand.com/airbus/ )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box

"รถไฟหนานหนิง-ฮานอย”และบทสรุปสารคดี Iron Silk Road : เส้นทางมังกรผงาด (ตอนจบ) โดยคุณเทพชัย หย่อง และรศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น on air ช่อง NOW26 วันที่ 22 เม.ย. 2559 เวลา 17.30-18.00 น.
"รถไฟต้าหลี่และชายแดนจีน-พม่า"ในสารคดี Iron Silk Road : เส้นทางมังกรผงาด (ตอน4) โดยคุณเทพชัย หย่อง และรศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น on air ช่อง NOW26 วันที่ 21 เม.ย. 2559 เวลา 17.30-18.00 น.

Pages