ความสอดคล้องของแผนการขับเคลื่อนแนวคิด OBOR ของจีน และการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย

20 August 2017
Source: 
vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับความสอดคล้องของแผนการขับเคลื่อนแนวคิด OBOR ของจีน และการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. เมื่อกลางเดือน พ.ค.๖๐ จีนได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ณ กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้นำกว่า ๒๙ ประเทศ รวมทั้งผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศกว่า ๑๓๐ ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม
 
 
๒. สำหรับประเทศไทย ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อยภายใต้หัวข้อ "ความเชื่อมโยงทางการค้า" โดยมี นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยร่วมแสดงข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของไทยในการสนับสนุนแนวคิดและเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเข้ากับยุทธศาสตร์ One Belt, One Road (OBOR) ของจีน
 
 
๓. ความสอดคล้องของแผนการขับเคลื่อนแนวคิด OBOR ของจีน และการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย กล่าวคือ
      ๓.๑ ความเชื่อมโยงด้านนโยบาย โดยไทยและจีนต่างให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการผลิต เน้นการสร้างมูลค่าการค้าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งนโยบาย Made in China 2025 กับนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curves ของไทย กำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
      ๓.๒ ความเชื่อมโยงด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ โครงข่ายรถไฟ/รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ และสนามบิน จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนการขนส่ง รวมทั้งช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนสำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ ในการนี้ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) และ Silk Road Fund จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านกาเงินสำหรับการลงทุนและการดำเนินโครงการต่างๆ 
      ๓.๓ ความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและดิจิทัล โดยเฉพาะนโยบาย Internet Plus & Information Highway ของจีน และการพัฒนา Digital Economy ของไทย เน้นการใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ด้วยระบบดิจิทัลและอินเตอร์เน็ต รวมถึงการรองรับรูปแบบการค้าสมัยใหม่ผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และระบบชำระเงินดิจิทัล
      ๓.๔ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยไทยและจีนต่างให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจ Startups เพื่อให้ประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจมีการแบ่งปันอย่างทั่วถึง ตลอดจนเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งภาครัฐต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้อกับการประกอบธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากช่องทางการค้าใหม่ๆ อาทิ e-Commerce เป็นต้น
      ๓.๕ ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจ และเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
 
 
บทสรุป การประชุม BRF เมื่อกลางเดือน พ.ค.๖๐ ดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จของจีนในการขยายบทบาทและแสวงหามิตรประเทศที่จะช่วยให้จีนบรรลุเป้าหมายในการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจรวมทั้งอิทธิพลทางการเมืองต่อประเทศที่อยู่ในเส้นทาง Belt and Road และประเทศคู่ค้า สำหรับประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน (China-Indochina Economic Corridor) โดยไทยควรใช้ช่องทางและโอกาสนี้ในการผลักดันโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกับ ยุทธศาสตร์ OBOR ของจีน เพื่อให้ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนให้กับนักลงทุนของจีน รวมทั้งขยายโอกาสไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ด้วย อันจะทำให้บรรลุเป้าหมายทั้งในการเชื่อมโยง (Connectivity) และความร่วมมือ (Cooperation) อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
(ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1495889005)
Announcement: 
0

Facebook Comments Box