ผลกระทบทางยุทธศาสตร์ของจีนจากการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศในบรรยากาศชั้นสูง หรือ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) ในเกาหลีใต้

24 August 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับผลกระทบทางยุทธศาสตร์ของจีนจากการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศในบรรยากาศชั้นสูง หรือ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) ในเกาหลีใต้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. เมื่อเดือน ม.ค.๕๙ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้มีการหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องมาตรการในการรับมือต่อภัยคุกคามจากโครงการพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และในเดือน มี.ค.๖๐ ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็ได้เข้ามาติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศในบรรยากาศชั้นสูง หรือ THAAD ทำให้จีนประท้วงและใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีใต้ทันที และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยจีนเห็นว่า THAAD เป็นภัยคุกคามต่อจีนและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี
 
 
๒. THAAD เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกลแบบมีฐานยิงประจำที่ (Long-range Static Surface-to-air Missile System) ของสหรัฐฯ ที่สามารถขนส่งลำเลียงได้ด้วยยานยนต์มาตรฐานและมีขีดความสามารถในการต่อต้านภัยคุกคามตั้งแต่อากาศยาน ขีปนาวุธทางยุทธวิธี-ยุทธศาสตร์ ทั้งภายในและภายนอกชั้นบรรยากาศได้จนถึงระดับความสูง ๑๕๐ กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเสริมศักยภาพของระบบขีปนาวุธอากาศยานแบบแพทริออต (Patriot PAC-3) ที่ใช้สกัดกั้นเป้าหมายในระดับชั้นบรรยากาศ กล่าวคือ ระบบ THAAD จะสกัดกั้นเป้าหมายบนวงโคจรระดับสูง และหากมีหัวรบของฝ่ายข้าศึกหลุดรอดเข้ามาได้ ก็จะมีระบบ Patriot เป็นมาตรการขั้นที่ ๒ ในการสกัดกั้น ซึ่งทำให้เพิ่มโอกาสในการยิงสกัดกั้นเป้าหมายได้สำเร็จมากขึ้น
 
 
๓. ขั้นตอนสกัดกั้นของระบบ THAAD มี ๔ ขั้นตอน ได้แก่
      ๓.๑ ขั้นตอนที่ ๑ ระบบเรดาร์ตรวจพบเป้าหมาย โดยเรดาร์ X-Band อาศัยการตรวจจับระยะไกลเพื่อค้นหาป้าหมาย โดยสามารถติดตามขีปนาวุธได้ตั้งแต่มีการเริ่มยิง ไปจนกระทั่งสู่ระยะที่ขีปนาวุธเริ่มลดระดับเข้าโจมตีเป้าหมาย
      ๓.๒ ขั้นตอนที่ ๒ ศูนย์ควบคุมทำการจำแนกและพิสูจน์ทราบเป้าหมาย โดยมีการประเมินภัยคุกคาม พร้อมทั้งคำนวณจำนวนอาวุธปล่อยสกัดกั้น และหากอยู่ในรัศมีทำการของอาวุธก็สามารถสั่งการยิงทำลายได้ตั้งแต่ขีปนาวุธเริ่มออกจากฐานปล่อย ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเร็วต่ำอยู่ ก่อนเข้าสู่วงโคจรเดินทาง
      ๓.๓ ขั้นตอนที่ ๓ การยิงจรวดนำวิถีสกัดกั้น ซึ่งจรวดนำวิถีจากฐานยิงของ THAAD เข้าใส่เป้าหมายโดยอาศัยการชี้เป้าของเรดาร์ X-Band และระบบนำร่องในตัวเอง เพื่อคอยปรับค่าขีปนาวุธในการเข้าสกัดกั้น โดยระบบ THAAD สามารถใช้อาวุธปล่อยได้มากกว่า ๑ นัด ในการโจมตีเป้าหมายเดียวกัน ด้วยความน่าจะเป็นของการยิงถูกเป้าหมายต่อนัดอยู่ที่ ๘๐% ตามมาตรฐานของ MDA (Missile Defense Agency)
      ๓.๔ ขั้นตอนที่ ๔ จรวดนำวิถีเข้าทำลายเป้าหมาย โดยอาวุธปล่อยจะใช้พลังงานจลน์เข้าทำลายเป้าหมาย ในกรณีที่เป้าหมายถูกทำลายไปก่อน ศูนย์ควบคุมยังจะสั่งการให้จรวดที่เหลือเปลี่ยนไปทำลายเป้าหมายอื่นในพิสัยการยิงได้ เพื่อรับมือกรณีถูกระดมโจมตีพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
 
 
๔. ผลกระทบทางยุทธศาสตร์ของจีนจากการติดตั้งระบบ THAAD ดังกล่าว ได้ทำให้จีนกังวลว่าระบบ THAAD จะเปลี่ยนสถานะจากการตั้งรับเป็นสถานะปฏิบัติการเชิงรุก ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมภายในระยะเวลาอันสั้นประมาณ ๘ ชั่วโมง โดยจะสามารถขยายระยะตรวจการณ์ของเรดาร์ได้ถึง ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจจับการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่มุ่งหน้าไปยังสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าระบบ THAAD ในเกาหลีใต้จะไม่สามารถสกัดกั้นได้ทัน แต่จะแจ้งเตือนให้ฐานปฏิบัติการอื่นๆ เช่น ที่ญี่ปุ่น (ซึ่งมีการติดตั้งระบบ THAAD ไปแล้ว ๒ ระบบ) เกาะโอกินาว่า เกาะกวม ฮาวาย อลาสกา หรือกองทัพเรือที่ ๗ ในแปซิฟิกสร้างเครือข่ายการตรวจจับขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง อันจะทำให้สหรัฐฯ สามารถสกัดกั้นและตอบโต้ขีปนาวุธของจีนได้ตั้งแต่ในช่วงระยะกลางหรือปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการบั่นทอนขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์โดยเฉพาะขีปนาวุธนิวเคลียร์ของจีน
 
บทสรุป จีนได้ประเมินว่า การติดตั้งระบบ THAAD ของสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้เป็นความพยายามปิดล้อมจีนอีกบริเวณหนึ่งของสหรัฐฯ นอกจากการพยายามแทรกแซงกรณีปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ รวมทั้งปัญหาข้อพิพาทเขตแดนระหว่างจีนกับอินเดีย เพื่อสกัดกั้นการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน ดังนั้น จีนจึงใช้มาตรการที่เริ่มจากการโน้มน้าว ไปสู่การกดดันและตอบโต้เกาหลีใต้ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้ถอนการติดตั้งระบบ THAAD ออกจากเกาหลีใต้ เช่น การคัดค้านโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออันสอดคล้องกับท่าทีของเกาหลีใต้ รวมทั้งการสั่งปิดห้างสรรพสินค้า LOTEE ของเกาหลีใต้ในจีน การยกเลิกการแสดงคอนเสริต์ของศิลปินเกาหลีและภาพยนตร์ที่มีดาราเกาหลีแสดง ไปจนถึงการไม่ซื้อสินค้าเกาหลี เป็นต้น ทั้งนี้ เหตุผลที่สำคัญประการหนึ่งในทางยุทธศาสตร์ของจีนคือ การระวังป้องกันไม่ให้อิทธิพลของสหรัฐฯ แผ่ขยายเข้ามาประชิดเขตแดนของจีน โดยเฉพาะที่ผ่านทางเกาหลีใต้รวมทั้งจากญี่ปุ่น อันจะเป็นการปิดล้อมจีน ซึ่งทำให้กระทบต่อความมั่นคงและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีน
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
(ข้อมูลจากวารสารเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เล่มที่ ๗ ฉบับที่ ๒๖ เดือน เม.ย. – มิ.ย.๖๐ หน้า ๖๒ – ๗๑ และข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่ http://www.nti.org/analysis/articles/china-nuclear-chronology/รวมทั้ง http://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/ks.html และ http://www.mda.mil/news/gallery_thaad.html)
Announcement: 
0

Facebook Comments Box