การเตรียมการของจีนในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙

03 September 2017
Source: 
Vijaichina

วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการของจีนในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙ ระหว่างวันที่ ๓ - ๕ ก.ย.๖๐ ณ เมืองเซี่ยะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน (ตอนที่ ๖) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

๑. ลำดับงานที่สำคัญรายการหนึ่งก่อนพิธีเปิดการประชุม BRICS คือ การสัมมนาด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของประเทศกลุ่ม BRICS ซึ่งส่วนหนึ่งของงานดังกล่าว เจ้าภาพจีนจะนำเสนอความพร้อมของเมืองเซี่ยะเหมินในการปฏิรูปเพื่อยกระดับที่สูงขึ้น เป็นหัวเมืองทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของจีน และด้วยสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีขุนเขาอุดมด้วยพืชสัตว์นานาพันธุ์ รวมทั้งเป็นเมืองที่อนุรักษ์อาคารบ้านเรือนโบราณมาจนปัจจุบัน เซี่ยเหมินมีพื้นที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมถึง ๔ แห่ง เป็นแหล่งกำเนิดแบรนด์สินค้า ๗๐ แบรนด์ และมีมูลค่ารวมกว่า ๑๐๐ ล้านหยวน นับเป็นอันดับ ๑ ของจีน มีกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ๙ กลุ่มซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า ๑ แสนล้านหยวน ตลอดจนระบบคมนาคมขนส่งครอบคลุม มีเครือข่ายทางด่วนเหนือ -ใต้ ๒ เส้นทาง และตะวันออก - ตะวันตก ๔ เส้นทาง นอกจากนี้ ยังมีระบบขนส่งด้วยรางเหนือ - ใต้ ๓ สาย และตะวันออก - ตะวันตก จำนวน ๖ สาย

 

 

๒. เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๖๐ องค์การ การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกจัดการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ ๔๑ ณ เมืองกรากูฟของโปแลนด์ โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติให้ "เกาะกู่ลั่งอี่ว์" ของเมืองเซี่ยะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

      ๒.๑ เกาะกูลั่งอี่ว์ (Gulangyu Island) มีพื้นที่เพียง ๑.๘๘ ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเมืองเซี่ยเหมิน โดยมีแม่น้ำลู่เหอกั้นอยู่ และมีระยะทาง ๖๐๐ เมตร เดินทางโดยเรือข้ามฟากใช้เวลาเพียง ๕ นาทีเท่านั้น บนเกาะจะไม่อนุญาตให้มียานพาหนะใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น การเดินทางบนเกาะ จึงต้องใช้การเดินเท้าอย่างเดียว ซึ่งคณะกรรมการโบราณสถานและโบราณวัตถุโลกให้เหตุผลว่า "เกาะกู่ลั่งอี่ว์"แสดงให้เห็นการแลกเปลี่ยนและผสมผสานระหว่างค่านิยมหลายอย่างในสมัยแรกเริ่มที่เกิดกระแสโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย รูปแบบสถาปัตยกรรมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนให้เห็นการผสมผสานทางสถาปัตยกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมระหว่างจีน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป การผสมผสานดังกล่าวเป็นผลที่เกิดจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมของคนต่างด้าวและชาวจีนโพ้นทะเลที่กลับสู่บ้านเกิดบนเกาะแห่งนี้ จึงได้ก่อรูปเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ นั่นก็คือ "รูปแบบการตกแต่งสไตล์เซี่ยเหมิน"

 

 

      ๒.๒ ชื่อเกาะกู่ลั่งอี่ว์ มีที่มามาจากการกระทบของน้ำกับหิน คือเมื่อน้ำกระทบหินแล้วจะเกิดเสียงดังเหมือนกับตีกลอง สำหรับจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงบนเกาะได้แก่ รึกวงเหยียน(Sunlight Rock) ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะ ตั้งอยู่บนเขาหัวมังกร (Tiger Head Hill) หรืหลงโถวซาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของชายหาด เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แสงอาทิตย์จะตกกระทบที่ก้อนหินดังกล่าว จึงเป็นที่มาของชื่อ Sunlight Rock และเมื่อยืนอยู่ ณ จุดนี้ จะมองเห็นทัศนียภาพที่สวยที่สุดของเกาะกู่ลั่งอี่ว์

      ๒.๓ กู่ลั่งอี่ว์ เป็นเกาะที่ได้รับสมญานามว่า เกาะดนตรี เนื่องจากผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ นิยมชมชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเปียโน จะเป็นเครื่องดนตรีที่คนบนเกาะนี้โปรดปรานเป็นที่สุด ซึ่งจะเห็นได้จาก ๓ ใน ๔ ของบ้านบนเกาะนี้ จะมีเปียโนไว้เล่น นอกจากนี้ บนเกาะยังมีพิพธภัณฑ์เปียโน จัดแสดงเปียโนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีพื้นที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ตารางเมตร เริ่มเปิดตั้งแต่ปี ค.ศ.๒๐๐๐ (พ.ศ.๒๕๔๓) เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะกิจแต่เพียงแห่งเดียวในโลกที่จัดแสดงเปียโนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากการจัดแสดงเปียโนประเภทต่างๆ แล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์ยังตกแต่งด้วยภาพเขียนและภาพถ่ายของนักเปียโนผู้มีชื่อเสียงของจีนและของโลกด้วย จึงกล่าวได้ว่า พิพิธภัณฑ์เปียโนแห่งนี้ เป็นทั้งแหล่งรวมทางวัฒนธรรมเปียโนและแหล่งข้อมูลของนักดนตรี

 

 

บทสรุป เนื่องจากสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองเซี่ยะเหมิน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน และมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับทะเล ดังนั้น เมืองเซี่ยเหมินจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเลมาตั้งแต่สมัยโบราณ รวมถึงเป็นพื้นที่สำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ ๒๑ อีกด้วย       

 

ประมวลโดย:

พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

KU4.0

 

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2040011212896908&id=1625187591045941 และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/221/2017/07/11/228s255603.htm)

 

Announcement: 
0

Facebook Comments Box