ความเคลื่อนไหวในการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙

05 September 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙ ระหว่างวันที่ ๓ - ๕ ก.ย.๖๐ ณ เมืองเซี่ยะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน โดยเฉพาะแนวคิดของ นาย พิริยะ เข็มพล เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงปักกิ่ง ต่อบทบาทของไทยในการประชุมสุดยอด หรือ ซัมมิต BRICS ในครั้งนี้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. เอกอัครราชทูตไทยได้วิเคราะห์ว่า จีนมีความคิดขยายกลุ่ม BRICS Plus (BRICS+) โดยเชิญประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ มาประชุมพูดคุยกับประเทศสมาชิก BRICS เพื่อสร้างเวทีขยายวงความร่วมมือสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในซีกโลกใต้ (South-South Cooperation) และกลุ่มประเทศที่จีนได้เชิญมาร่วมวงเจรจา BRICS + ได้แก่ ไทย อียิปต์ กินี เม็กซิโก และทาจิกิสถาน ซึ่งจะประชุมความร่วมมือกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ และประเทศกำลังพัฒนา ในวันที่ ๕ ก.ย.นี้
 
๒. ในระหว่างการประชุมสุดยอด หรือซัมมิต BRICS ดังกล่าว ประเทศไทยกับจีน จะมีการลงนามร่วมกันในเอกสาร ๓ ฉบับ ได้แก่ 
      ๒.๑ ฉบับแรก คือ แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทยจีน (ฉบับที่ ๓) ระหว่าง ๕ ปีข้างหน้า (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) และรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศจีน (นายหวัง อี้) จะลงนามร่วมกัน โดยมีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานการลงนามฯ ซึ่งจะเป็นแผนปฏิบัติการ (Action Plan) สำหรับความสัมพันธ์ไทย-จีน อันเป็นการวางกรอบความร่วมมือกันระหว่าง ๕ ปีข้างหน้า โดยครอบคลุม ๒๐ สาขา ทั่งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ความร่วมมือด้านภูมิภาค และพหุภาคี ซึ่งสอดคล้องกับกรอบแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ตลอดจนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ของไทย และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ ๑๓
      ๒.๒ สัญญาฉบับที่สอง คือ การลงนามสัญญาการก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย คือสัญญาการออกแบบและการควบคุมงาน เส้นทางรถไฟความเร็วสูงนี้ เป็นเส้นทางรถไฟผู้โดยสาร จะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี ค.ศ.๒๐๒๑ (พ.ศ.๒๕๖๔) และในอนาคต เส้นทางรถไฟกรุเทพฯ-หนองคาย จะไปเชื่อมกับเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ที่เชื่อมเส้นทางจากคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนัน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มายังกรุงเวียงจันทน์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญมากที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มาเป็นสักขีพยานในการลงนามฯ รถไฟความเร็วสูงสายนี้เป็นสัญลักษณ์ความคืบหน้าของนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ร่วมกับไทยในการสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) จีนต้องการให้มีการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เอเชีย ยุโรป แต่ไม่มีเส้นทางไหนที่สร้างเป็นรูปธรรมเท่ากับเส้นทางนี้ ที่จะเชื่อมโยงกรุงเทพฯ หนองคาย ลาว คุนหมิง เส้นทางนี้เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงขนส่งผู้โดยสารเส้นแรก ส่วนเส้นทางรถไฟสายๆอื่น ที่เชื่อมจีนกับเอเชีย ไปถึงยุโรปนั้น ล้วนเป็นเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้า จีนจึงให้ความสำคัญมาก โดยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของจีน
      ๒.๓ ฉบับที่สามคือ การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในกรอบเส้นทางเศรษฐกิจสายไหมทางบก และเส้นทางสายไหมทางทะเล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นผู้ลงนาม 
 
บทสรุป การที่ฝ่ายจีนต้องการบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสองประเทศ เพื่อสร้างความชัดเจนว่าความร่วมมือในนโยบาย "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" จะมีอะไรบ้าง และสร้างความชัดเจนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาที่ยั่งยืน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานนั้น MOU ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย เนื่องจากทางไทยมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อยู่แล้ว โดยการเชื่อมโยงกับจีน ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นในการร่วมมือพัฒนา นอกจากนี้ ระเบียงเศรษฐกิจและโครงการพัฒนาต่างๆของไทย ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะดึงดูดความสนใจต่อนักธุรกิจและนักลงทุนจากจีน เนื่องจากมีสัญญากันในเชิงนโยบาย และเมื่อมี MOU จะทำให้หลายๆ โครงการของประเทศไทยได้รับการยอมรับเข้าไปอยู่ในกรอบของ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" (One Belt, One Road หรือ Belt and Road Initiative) มากยิ่งขึ้น
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
(ข้อมูลจาก MGR Online ในเว็บไซต์ https://mgronline.com/china/detail/9600000090265)
Announcement: 
0

Facebook Comments Box