ผลจากการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙

06 September 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับผลจากการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙ ในระหว่างวันที่ ๓ - ๕ ก.ย.๖๐ ณ เมืองเซี่ยะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน โดยเฉพาะจากมุมมองของจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้แสดงวิสัยทัศน์แนวทางปฏิบัติสามประการในการพัฒนาก้าวต่อไปของ BRICS ได้แก่
      ๑.๑ ประการแรก การปฏิบัติต่อกันและกันด้วยความเท่าเทียม แสวงหาจุดร่วมและขจัดความแตกต่าง การปรึกษาหารือข้อตกลงและการตัดสินใจต่างๆสำหรับความร่วมมือใดๆ โดยเคารพแนวทางและรูปแบบการพัฒนาของแต่ละประเทศ
      ๑.๒ ประการที่สองคือ ยึดถือแนวทางสร้างสรรค์ใหม่และมุ่งประสิทธิผล เพื่อให้ความร่วมมือของกลุ่มกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง โดยมีเป้าหมายสร้างตลาดการค้าการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งเสริมกระแสไหลเวียนการเงินและสกุลเงิน ปรับปรุงการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
      ๑.๓ ประการที่สาม กลุ่มสมาชิก ๕ ประเทศ ได้ยึดถือหลักการ “การเจรจาโดยปราศจากการเผชิญหน้า สร้างคู่หุ้นส่วนโดยปราศจากฝักฝ่าย” ดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อบรรลุการพัฒนาตัวเองแล้ว ก็จะแบ่งปันโอกาสการพัฒนาสู่ประเทศอื่น
 
 
๒. ประธานาธิบดีของจีน ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกว่า ยังไม่แข็งแรงพอ และปัจจัยกระตุ้นการเติบโตใหม่ ยังไม่ปรากฏชัดเจน ในขณะที่โลกาภิวัตน์ภาคเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน กลุ่มตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังเผชิญสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น อาทิ ลัทธิปกป้องการค้า ดังนั้น การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาและสันติภาพโลก จึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS ยังมีอนาคตที่สดใส พร้อมผลักดันความร่วมมือ และเดินหน้า สร้าง “ทศวรรษทองคำในยุคที่สองแห่งความร่วมมือ BRICS” รวมทั้งขยายคู่หุ้นส่วน เพื่อทำ“เค้กเศรษฐกิจโลก” ก้อนใหญ่ขึ้น แบ่งปันกันกินถ้วนหน้า โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงภารกิจหลักในการสร้างแรงกระตุ้นใหม่เพื่อดันการเติบโตเศรษฐกิจว่า อัตราเติบโตอย่างเดียวไม่พอ ต้องตั้งเป้าหมายระยะยาว ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้าง ค้นหาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ และแนวทางพัฒนาใหม่ โดยใช้โอกาสในช่วงยุคเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมใหม่ นวัตกรรม มาส่งเสริมการเติบโต และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเติบโตเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง และเผชิญความท้าทายใหม่ๆ โดยไม่ควรเพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดจากโลกาภิวัตน์เศรษฐกิจ และหันหน้ามาหาข้อตกลงแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยส่งเสริมระบบเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง เปิดเสรีการค้าและการลงทุนที่ก้าวหน้า ร่วมกันสร้างห่วงโซ่โลกใหม่ สร้างดุลยภาพโลกาภิวัตน์เศรษฐกิจ และเชื่อว่ามีเพียงการเปิดกว้าง และการรวมตัวเท่านั้น ที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้า
 
 
๓. ที่ประชุมฯ ได้ผ่านปฏิญญาเมืองเซี่ยะเหมิน โดยเน้นว่า จะร่วมกันใช้ความพยายาม ลงลึกยุทธศาสตร์ความร่วมมือฉันหุ้นส่วนระหว่างกลุ่มประเทศ BRICS เพื่อเปิด"ทศวรรษทอง"แห่งความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศ BRICS รอบที่ ๒ ดังที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมว่า ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับลึกและสลับซับซ้อน ความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศบริกส์มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ทุกฝ่ายควรทุ่มกำลังขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แท้จริง มีการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนามากขึ้น พยายามผลักดันให้เกิดระเบียบระหว่างประเทศมีความเที่ยงธรรมและสมเหตุสมผลมากขึ้น พยายามส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและบุคลากร โดยจีนจะตั้งกองทุนวงเงิน ๕๐๐ ล้านหยวน ใช้ในโครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างกลุ่มประเทศ BRICS เพื่อกระชับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้า อีกทั้ง จีนยังจะลงทุน ๔ ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ของกลุ่มบริกส์(NDB) รวมทั้ง จะดำเนินการร่วมมือและการพูดคุยเจรจากับประเทศอื่นด้วยรูปแบบที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และมีความยืดหยุ่น ตลอดจนใช้รูปแบบความร่วมมือที่เรียกว่า "BRICS Plus หรือ บริกส์ +" เพื่อสร้างระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีความเที่ยงธรรมและสมเหตุสมผลมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมความเป็นธรรม รักษาสันติภาพ เสถียรภาพระหว่างประเทศและภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ ในปฏิญญาเมืองเซี่ยเหมินยังระบุถึงจุดยืนของ ๕ ประเทศต่อประเด็นร้อนระหว่างประเทศด้วย โดยแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และมีความกังวลต่อสถานการณ์และปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือที่ยืดเยื้อมานาน รวมทั้งเน้นว่า การแก้ไขปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือนั้น ต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเจรจากันโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี 
 
บทสรุป จากวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เห็นว่า การพัฒนาตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มิได้มีเป้าหมายที่จะแย่งชิงเค้กผลประโยชน์จากใคร แต่ต้องการทำ “เค้กเศรษฐกิจโลก” ให้ก้อนใหญ่ขึ้น และการทำเค้กก้อนใหญ่ จะต้องเพิ่มอิทธิพลกลุ่ม BRICS และขยายคู่หุ้นส่วน โดยกลุ่มเศรษฐกิจ BRICS จะขยายตัวสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ พร้อมกับจัดตั้งกลไกการเจรจาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างเวทีความร่วมมือที่ทรงอิทธิพลระดับโลก โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยกสำนวนจีนโบราณที่ว่า “หักลูกธนูอันเดียวเป็นเรื่องง่าย หักลูกธนูสิบอันที่มัดรวมกันเป็นเรื่องยากยิ่ง" จีนจึงเสนอขยายกลุ่มความร่วมมือ BRICS Plus และกำหนด การเจรจากลุ่มตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Dialogue of Emerging Market and Developing Countries) เป็นไฮไลท์การประชุมสุดยอด BRICS ในครั้งนี้ นอกจากการเชิญกลุ่มผู้นำ ๕ ประเทศ จากภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ ไทย กินี เม็กซิโก อียิปต์ ทาจิกิสถาน มาพูดคุยการสร้างความร่วมมือสู่โลกใต้ (South-South cooperation) และการบรรลุ “วาระ ๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓) ว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน” (2030 Agenda for Sustainable Development) จึงอาจกล่าวได้ว่า การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งนี้ของจีน ได้รับผลสำเร็จอย่างดียิ่งและแสดงถึงบทบาทนำของจีนในการจัดระเบียบโลกใหม่ได้ช้ดเจนมากขึ้น
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจาก MGR Online ในเว็บไซต์ https://mgronline.com/china/detail/9600000090697 และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2017/09/04/223s257713.htm )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box