ผลที่ประเทศไทยได้รับจากการที่นายกรัฐมนตรี ตอบรับคำเชิญของจีน โดยเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙

07 September 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับผลที่ประเทศไทยได้รับจากการที่นายกรัฐมนตรี ตอบรับคำเชิญของจีน โดยเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙ เมื่อวันที่ ๔ -๕ ก.ย.๖๐ ณ เมืองเซี่ยะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมีประด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. จีนในฐานะประเทศเจ้าภาพและประธานกลุ่มประเทศ BRICS ประจำปี ค.ศ.๒๐๑๗ (พ.ศ.๒๕๖๐) ได้เชิญพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets and Developing Countries Dialogue – EMDCD) ในช่วงการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ ๙ ในวันที่ ๕ ก.ย.๖๐ โดยประเทศไทย เป็นประเทศเดียวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม EMDCD ซึ่งจีนให้เหตุผลที่เชิญไทยว่า ไทยเป็นประเทศที่จีนให้ความสำคัญ โดยตระหนักถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีต่อภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ และผู้นำของทั้ง ๒ ประเทศมีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีต่อกันและดำเนินมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ เมื่อครั้งที่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำกลุ่ม ๒๐ (G20 Summit) เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๙ ก็ได้เชิญไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม ๗๗ ในขณะนั้น เข้าร่วมการประชุม G20 Summit ด้วย 
 
๒. สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุม EMDCD กำหนดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก คือ “การเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมเพื่อการพัฒนาร่วมกัน” (Strengthening Mutually-Beneficial Cooperation for Common Development) โดยที่ประชุมได้หารือร่วมกันใน ๒ ประเด็นหลัก ได้แก่ 
      ๒.๑ การส่งเสริมการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อการบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓)
      ๒.๒ การเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศโดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือใต้-ใต้
 
๓. ผลที่ประเทศไทยได้รับ จากการเข้าร่วมประชุม EMDCD ของนายกรัฐมนตรี นับเป็นโอกาสดีที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์และบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีบทบาทเป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนการได้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำจากกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่มีความสำคัญ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น
 
บทสรุป ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมประชุม BRICS ครั้งที่ ๙ เนื่องจากกลุ่ม BRICS มีบทบาทในการผลักดันการมีส่วนร่วมของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในระบบเศรษฐกิจโลก และมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank – NDB) เพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาสำหรับประเทศสมาชิก BRICS และการจัดตั้งกองทุนเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน (Contingent Reserve Arrangement – CRA) ที่ทำหน้าที่ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากความผันผวนของสภาวะการเงินระหว่างประเทศให้แก่สมาชิกกลุ่ม BRICS แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS ก็ตาม แต่จากข้อเสนอของจีนให้มีการสร้างความร่วมมือใต้-ใต้ ใหม่ด้วยกลไก BRICS PIus หรือ BRICS+ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม การคลัง การเงิน และพลังงาน จึงเป็นโอกาสของไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนาและมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนจะได้ใช้ช่องทางของกลไกดังกล่าวต่อไป
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.prachachat.net/world-news/news-31664 และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2017/09/04/223s257713.htm )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box