การแสวงหากลไกความร่วมมือ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

10 September 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการแสวงหากลไกความร่วมมือ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. เมื่อวันที่ ๗ ก.ย.๖๐ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน พบกับสื่อมวลชนที่กรุงปักกิ่งหลังพบกับนายคริสนา บาฮาดูร์ มาฮารา (Krishna Bahadur Mahara)รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเนปาล ขณะกล่าวถึงความสัมพันธ์จีน-อินเดีย โดย นายหวาง อี้เน้นว่า
      ๑.๑. จีน-อินเดียต้องไม่เป็นปรปักษ์กัน โดยยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นที่รับทราบโดยทั่วไป ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อินเดียได้รับผลกระทบบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่างวันที่ ๓ – ๕ ก.ย.๖๐ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ในการประชุม BRICS ครั้งที่ ๙ ที่เมืองเซี่ยะเหมิน มณฑทลฝูเจี้ยน ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ท่ามกลางบรรยากาศที่ดี ผู้นำสองประเทศเห็นพ้องกันว่า ต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้พัฒนาอย่างเป็นปกติและมั่นคง
      ๑.๒ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ต้องยึดหลัก ๓ ประการดังนี้ คือ 
              ๑.๒.๑ ประการแรก การพัฒนาความสัมพันธ์จีน-อินเดียต้องเดินบนหนทางที่ถูกต้อง จีนและอินเดียต่างเป็นตัวแทนแห่งอนาคตของโลก การรักษาความเป็นมิตร และร่วมมือกันเพื่อชัยชนะร่วมกันย่อมเป็นทางเลือกที่ดี และเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
              ๑.๒.๒ ประการที่ ๒ ทั้งสองประเทศต้องไม่เป็นปรปักษ์กัน ต้องเพิ่มความน่าเชื่อถือทางยุทธศาสตร์ให้มากขึ้น ควรจะถืออีกฝ่ายหนึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนาและหุ้นส่วนความร่วมมือของตนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ ที่ล้าสมัยไปแล้ว โดยถืออีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่แข่งและภัยคุกคาม 
              ๑.๒.๓ ประการสุดท้าย ต้องให้ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอยู่ใต้การควบคุม โดยให้ยึดหลักห้าประการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จัดการข้อขัดแย้งและปัญหาต่างๆ อย่างเหมาะสม เรียนรู้บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น รักษาสันติภาพและเสถียรภาพในเขตชายแดน
 
๒. นายหวัง อี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายต่อผู้สื่อข่าวว่า ประเทศเนปาลตั้งอยู่ระหว่างดินแดนของจีน-อินเดีย จึงสามารถแสดงบาบาทเป็นสะพานเชื่อมจีน-อินเดียซึ่งเป็นสองประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ จีน-อินเดียต่างเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเนปาล ควรจะมีจิตใจที่เปิดกว้างและมีความรับผิดชอบ เคารพสิทธิประโยชน์ที่ชอบธรรมของเนปาล สนับสนุนความเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองของเนปาล และสนับสนุนการพัฒนาของเนปาล เชื่อมั่นว่า ประเทศเนปาลก็จะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับทั้งจีนและอินเดียอย่างพร้อมเพียงกัน จีนมีความปรารถนาที่จะค่อยๆ เตรียมความพร้อม เพื่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจจีน –เนปาล-อินเดีย ร่วมกันผลักดันให้ภูมิภาคนี้พัฒนาเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในเอเชีย
 
๓. ข้อสังเกต จากเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ ๕ ก.ย.๖๐ ที่ผ่านมา ขณะที่ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนพบปะกับนายนเรนทรา โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มบริกส์ครั้งที่ ๙ และการประชุมว่าด้วยตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่เมืองเซี่ยะเหมิน นั้น  
      ๓.๑ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวว่า ในปีหลังๆ นี้ ผู้นำสองประเทศได้บรรลุความเห็นพ้องต้องกันอย่างรอบด้าน ต่างเห็นด้วยที่จะกระชับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยได้กำหนดเป้าหมายพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยาวไกล ดังนั้น จีนกับอินเดียควรยืนหยัดในความรับรู้ว่าเป็นโอกาสใหม่และไม่คุกคามต่ออีกฝ่ายหนึ่ง หวังว่าอินเดียเข้าใจการเติบโตของจีนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม สองฝ่ายควรจะเคารพซึ่งกันและกัน แสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง ร่วมกันรักษาความสงบทางชายแดน และสองฝ่ายยังมีอนาคตกว้างไกลในด้านความร่วมมือเศรษฐกิจและการค้า จีนยินดีที่จะร่วมกับประเทศบริกส์ ปฏิบัติตามผลงานของการประชุม ร่วมกันเปิดอนาคตใหม่ของความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่มบริกส์
      ๓.๒ นายนเรนทรา โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นด้วยความสำเร็จราบรื่น ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสำคัญภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน อินเดียยินดีร่วมมือกับจีนเพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายพัฒนาอย่างดี หวังว่าผู้นำสองประเทศจะมีการติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิด และสองฝ่ายไม่ควรที่จะถืออีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่แข่ง แต่ควรถือความร่วมมือเป็นหลัก สองฝ่ายควรจะเพิ่มความเชื่อถือทางการเมือง ขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ร่วมกันรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของชายแดน
 
บทสรุป จีนแสดงท่าทีที่จะแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างความร่วมมือ โดยเฉพาะการ เตรียมความพร้อมของจีน ที่มุ่งจะสร้างระเบียงเศรษฐกิจจีน –เนปาล-อินเดีย ให้ร่วมกันผลักดันให้ภูมิภาคนี้พัฒนาเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในเอเชียนั้น ซึ่งมีความสอดคล้องกับการที่ Hainan Institute for World Watch (HNIWW) หน่วยงานคลังสมองของจีน ได้ประสานมายังสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ขอให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมสัมมนา The 1st Round of China – South and Southeast Asia Dialogue ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๓ ก.ย.๖๐ ณ เมืองไหโขว่ มณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแสวงหากลไกที่จะเป็นเวทีสำหรับการปรึกษาหารือและสร้างความร่วมมือทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคี ระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสมาคมฯ ได้เชิญ พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล ให้เข้าร่วมสัมมนาฯ และได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาให้เดินทางไปราชการร่วมสัมมนาฯ ดังกล่าว สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจจากการสัมมนาฯ จะนำเสนอต่อไป
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ CRI ของจีน ใน http://thai.cri.cn/247/2017/09/08/223s257886.htm และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2017/09/06/64s257763.htm )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box