การจัดงานประชุมรอบโต๊ะกลม ๑+๖

16 September 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับกรณีที่ประธานเวิลด์แบงก์ จิม ยอง คิม (Jim Yong Kim) ได้กล่าวยืนยันในที่ประชุมรอบโต๊ะกลม ๑+ ๖ เมื่อวันที่ ๑๒ ก.ย.๖๐ ณ กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศว่า การลงทุน โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยการริเริ่มของจีนในโครงการสายไหม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (OBOR/BRI) ถือเป็นการกระตุ้นการลงทุนด้านสธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. ประธานใหญ่เวิลด์แบงก์ จิม ยอง คิม (Jim Yong Kim) แถลงยืนยันตัวเลขเม็ดเงินจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ที่ได้ถูกอนุมัติให้กับโครงการ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" ของจีน ซึ่งในการประชุมใหญ่มีองค์การระดับนานาชาติเข้าร่วม เป็นต้นว่า สถาบันการเงินระหว่างประเทศ IMF องค์การค้าโลก WTO และเลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส องค์การว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ส่วนจีน มีนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง เป็นตัวแทน โดยทางเวิลดแบงก์จะช่วยเหลือบรรดาประเทศที่เข้าร่วมในโครงการนี้ เพื่อให้มีผลประโยชน์เกิดขึ้นสูงสุดในโอกาสที่หยิบยื่น ซึ่งสอดคล้องไปตามแนวทางยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศเหล่านั้น ทั้งนี้อ้างอิงจากแผนกบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ IFC พบว่า วงเงิน ๑ พันล้านดอลลาร์ คาดว่าจะสามารถระดมทุนได้ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดมทุน ๕ พันล้านดอลลาร์สำหรับสนับสนุนโครงการสาธารณูปโภคเส้นทางสายไหมของจีน หรือ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง"
 
๒. การจัดงานประชุมรอบโต๊ะกลม ๑+๖ ดังกล่าวนี้ เพื่อสนับสนุนการค้าเสรี และโลกาภิวัตน์ โดยมีจีนเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ในการประชุม พบว่า บรรดาผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศที่ข้าร่วม เป็นต้นว่า คริสตีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการ IMF ผู้อำนวยการใหญ่ WTO โรเบอร์โต อัสเวโด ได้กล่าวชื่นชมจีน และแสดงความเห็นด้านบวกต่อการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีน โดยให้ความเห็นว่า การปฎิรูปอย่างไม่หยุดของประเทศ และการเปิดกว้างจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับจีนและเศรษฐกิจโลก 
 
 
๓. นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนได้ขึ้นกล่าวในฐานะประเทศเจ้าภาพที่จัดการประชุมว่า เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวนั้นยังคงเปราะบาง และส่งผลให้ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องแสดงเจตจำนงค์ร่วมกันในฐานะพันธมิตรและความร่วมมือเพื่อพหุภาคีนิยม (multilateralism) โดยนายกรัฐมนตรีจีนชี้แจงว่า ในการที่จะสามารถกระจายผลประโยชน์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยุติธรรมที่มากขึ้นต่อบรรดาประเทศสมาชิกและชุมชนต่างๆ ประเทศเหล่านั้นสมควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อ การจ้างงาน การสร้างงานที่มีคุณภาพให้เพิ่มมากขึ้น และทำให้มีสวัสดิการทางสังคมมีความเสมอภาคและยั่งยืน เพื่อลดปัญหาความยากจนและความไม่เท่าเทียม นอกจากนี้ จุดเด่นของเศรษฐกิจจีนอยู่ที่การเพิ่มการจ้างงานด้วยจำนวนตัวเลขที่สูงในแต่ละปี โดยนายกรัฐมนตรีให้ตัวเลขตำแหน่งงานใหม่ที่ ถูกเพิ่มไม่ต่ำกว่า ๑๓ ล้านตำแหน่งทุกปีเข้าระบบเศรษฐกิจจีน ตลอดระยะเวลา ๔ ปีล่าสุด 
 
 
บทสรุป จีนมุ่งหวังที่จะเชื่อมโครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีนเข้ากับวาระความยั่งยืนทางเศรษฐกิจขององค์การสหประชาชาติปี ค.ศ.๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓) และรวมไปถึงแนวยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศต่างๆ เพื่อเป้าหมายร่วมกันในการเติบโตและความมั่นคั่ง ซึ่งจะขยายไปสู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงต่อไป
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจาก MGR Online ในเว็บไซต์ https://mgronline.com/around/detail/9600000094056 )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box