การเตรียมการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ ๑๙

08 October 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ ๑๙ โดยจะยกอำนาจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้เทียบเท่ากับ เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้
 
๑. นิตยสาร นิเคอิ เอเชี่ยน รีวิว (Nikkei Asian Review) ได้รายงานบทวิเคราะห์ว่าในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ครั้งประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนครั้งที่ ๑๘ เมื่อเดือน พ.ย.๕๕ ซึ่งขณะนั้น นายสี จิ้นผิง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนใหม่ ได้ขยายอำนาจบริหารของรัฐบาลอย่างมาก และเสริมสร้างจุดยืนทางการเมืองของตนเอง โดยเฉพาะหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือน มี.ค.๕๖ โดยการดำเนินนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างแข็งกร้าว ด้วยการกวาดล้างผู้ฉ้อฉลตั้งแต่มหาเศรษฐีพันล้าน, สมาชิกพรรค และเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นจำนวนมาก นอกจากนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ควบคุมกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย และได้ขยายอิทธิพลในการบริหารเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว พร้อมกันกับการเสริมสร้างเกราะกำบังความมั่นคงแห่งรัฐด้วยการจำกัดเสรีภาพทางข้อมูลข่าวสาร
 
 
๒. บรรดานักวิเคราะห์ตะวันตก ได้จับตามองดูการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนครั้งที่ ๑๙ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ ๑๘ ต.ค.๖๐ นี้ ว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในวัย ๖๔ ปี จะขยายอำนาจเพื่อยืดระยะเวลาในการครองอำนาจการปกครองของตนเองไปสู่สมัยที่สาม ในการประชุมพรรคฯ ปี พ.ศ.๒๕๖๕ ซึ่ง วิลลี ลัม ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะยังไม่รีบร้อนในการเลือกผู้สืบทอดอำนาจของตนเอง นอกจากนี้ มีการคาดหมายว่า ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกใหม่ ๕ คน ที่จะเข้ามาเป็นคณะผู้บริหารสูงสุด (๗ คน) ร่วมกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แทน ๕ คนเดิมที่จะเกษียณอายุ ได้แก่ 
     ๒.๑ “หลี่ ซานชู” ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการทั่วไปของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “มือขวา” ของสี จิ้นผิง 
      ๒.๒ “จ้าว เล่อจี” หัวหน้ากรมการจัดการ 
      ๒.๓ “หวัง หูหนิง” หัวหน้าสำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและริเริ่มนโยบายใหญ่ ๆ และเชี่ยวชาญการเมืองสหรัฐฯ
      ๒.๔ “หลิว ฉีเป่า” หัวหน้ากรมโฆษณาชวนเชื่อ 
      ๒.๕ “หลิว เหอ” รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติ ดูแลกลุ่มการเงินและเศรษฐกิจ
 
 
๓. ในรายงานบทวิเคราะห์ดังกล่าว ระบุว่า หากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประสบความสำเร็จในการประชุมสมัชชาฯ ครั้งนี้ อำนาจของเขาจะมีมากขึ้นในการดูแลการสร้างชาติจีนยุคใหม่ ตามอุดมคติ "ความฝันจีน" (Chinese Dream) ซึ่งเปรียบได้กับ "การฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่ของชาติจีน" ที่มีจุดมุ่งหมายในการยกสถานะจีนให้เป็นมหาอำนาจของโลก กล่าวคือ
       ๓.๑ ในการทำงานสมัยแรก ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการนำพาให้จีนสามารถถ่วงดุล การจัดระเบียบโลกใหม่กับสหรัฐอเมริกา ด้วยการผลักดันก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) ให้เป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือไปจากสถาบันเดิมๆ อย่างธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และธนาคารโลก 
      ๓.๒ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ดำเนินนโยบายริเริ่มเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ด้วยการทุ่มทุนกว่า ๑ ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปยังกลุ่มชาติกำลังพัฒนาตลอดเส้นทางสายไหม แสวงโอกาสและความร่วมมือใหม่ๆ อีกทั้งเป็นยุทธศาสตร์รับมือกับการต่อต้านการกีดกันทางการค้าของผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์
 
๔. ข้อสังเกต บทวิเคราะห์ดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการเสนอข่าวของไชน่าเดลี ที่ได้รายงานว่า มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจหลายประการที่เกิดขึ้นในช่วง ๕ ปี ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐) ได้แก่ 
      ๔.๑ นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)
      ๔.๒ การเปิดขยายเขตเศรษฐกิจ (Free Trade Zone)
      ๔.๓ การก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (AIIB)
      ๔.๔ ออกนโยบายผู้ประกอบการขนาดใหญ่และนวัตกรรมแห่งชาติ (Mass entrepreneurship and innovation)
      ๔.๕ ออกแผนปฏิบัติการมุ่งหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล (Internet Plus)
      ๔.๖ ดำเนินการปฏิรูปด้านอุปทาน (Supply-side reform)
      ๔.๗ การผลักดันเงินหยวนสู่สากล (Renminbi's internationalization)
      ๔.๘ ยุทธศาสตร์การสร้างประเทศให้แข็งแรงด้วยอุตสาหกรรมการผลิต (Made in China 2025)
      ๔.๙ กำหนดยุทธศาสตร์ ด้านการเชื่อมโยงภาคการเงิน (Financial connectivity)
      ๔.๑๐ การสร้าง 'เขตเศรษฐกิจพิเศษ' ด้านเทคโนโลยี (Xiongan New Area)
 
บทสรุป ประเด็นดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สำคัญของจีน รวมทั้งเป็นผลงานที่ยังคงรอผู้นำอย่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ต้องสานต่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี โดยยากจะหาผู้ใดที่มีความเหมาะสมมารับสืบทอดงานในช่วงเวลานี้ ดังนั้น ในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ ๑๙ ที่จะเริ่มต้นในวันที่ ๑๘ ต.ค.๖๐ นี้ จึงเชื่อว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะได้รับความเห็นชอบในการดำรงตำแหน่งสูงสุดในพรรคฯ ต่อไป พร้อมกับจะมีการจัดวางและขยายอำนาจการบริหารเพิ่มขึ้น โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้นำที่มีบารมีในการสร้างจีนยุคใหม่เทียบเท่ากับผู้นำในอดีตอย่าง เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง นั่นหมายถึง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะมีระยะเวลาในการบริหารประเทศต่อไปอีกสมัยหนึ่งหลังจาก ๕ ปีข้างหน้า เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน (โดยอาจมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) ซึ่งจะทำให้มีระยะเวลาบริหารประเทศรวม ๑๕ ปี  
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://asia.nikkei.com/magazine/20170928/On-the-Cover/Xi-digs-in-for-the-long-haul รวมทั้งเว็บไซต์https://mgronline.com/china/detail/9600000101748 และเว็บไซต์ https://www.prachachat.net/world-news/news-21587 )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box