มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เปิดศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งทาง (Belt and Road Initiative : BRI หรือ One Belt One Road :OBOR) ของจีน

10 October 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สถาบันอุดมศึกษาขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ในสหราชอาณาจักร และมีความเก่าแก่เป็นอันดับที่สองของสหราชอาณาจักร เปิดศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งทาง (Belt and Road Initiative : BRI หรือ One Belt One Road :OBOR) ของจีน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. สำนักข่าวซินหวาของจีน รายงานว่า มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้เปิดศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์ด้านเส้นทางสายไหม หนึ่งแถบหนึ่งทาง (BRI หรือ OBOR) ของจีนอย่างเป็นทางการ โดยเป็นศูนย์กลางการวิจัยอิสระแห่งแรกของอังกฤษที่ริเริ่มโครงการนี้
 
 
๒. เดวิด เดอ เครเมอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ฯ และศาสตราจารย์ สถาบันธุรกิจจัดจ์ กล่าวว่า การประชุมวิชาการครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งศูนย์กลาง โครงการริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งทาง อันเป็นความท้าทายใหม่ในการก้าวนำโลกของจีน ซึ่งมีค่ากับการศึกษาในเชิงลึก และแสดงทัศนะว่า
      ๒.๑ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ จีนกำลังยืนหยัดแสดงความเป็นผู้นำระดับโลก 
      ๒.๒ ความริเริ่มนี้ไม่ใช่เรื่องของจีนเพียงลำพัง แต่เกี่ยวกับกับประชาคมโลก
 
๓. นโยบายเส้นทางสายไหม หรือ หนึ่งแถบหนึ่งทาง (Belt and Road Initiative) ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ประกาศเมื่อปี ค.ศ.๒๐๑๓ (พ.ศ.๒๕๕๖) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเส้นทางการค้าผ่านทวีปเอเชีย-ยุโรป -แอฟริกา เชื่อมต่อเป็นวงกลมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก กับยุโรป 
 
 
๔. ข้อสังเกต 
      ๔.๑ จาง เซี่ยงเฉิง ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ และ รอยัล โซไซตี้ อินดัสทรี เฟลโล แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวว่า ศูนย์การศึกษานี้จะมุ่งเน้นการศึกษาปัญหาและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งทาง และให้ข้อมูลวิเคราะห์ที่มีประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย
      ๔.๒ นักวิชาการ, นักธุรกิจ, นายธนาคาร และนักกฎหมายจากทั่วโลก รวมถึงจีน, อังกฤษ, เยอรมนี และออสเตรเลีย ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ ณ ศูนย์การศึกษานี้ เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ รวมทั้ง นโยบาย Brexit, การเจรจาต่อรองข้ามวัฒนธรรม, ความท้าทายอื่นๆ ของกิจการข้ามประเทศของจีนและกรอบการกำกับดูแล
 
 
บทสรุป นับตั้งแต่ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจากเมืองอี้อู ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของจีน เมิ่อวันที่ ๑ ม.ค.๖๐ ใช้เวลา ๑๘ วัน แล่นถึงกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ ๑๘ ม.ค.๖๐ ยื่งทำให้อังกฤษเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องมีการจัดตั้งศูนย์การศึกษา ด้านเส้นทางสายไหม หนึ่งแถบหนึ่งทาง (BRI/OBOR) ของจีนอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นศูนย์วิจัยในเชิงลึก อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินปฏิสัมพันธ์กับจีนเพื่อประสานผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งน่าจะนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยต่อไป
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจาก MGR Online ในเว็บไซต์ https://mgronline.com/china/detail/9600000102003 และเว็บไซต์ http://www.globaltimes.cn/content/1068905.shtml )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box