มุมของของนักวิชาการสิงคโปร์และผู้ทรงคุณวุฒิด้านจีนของไทย ที่มีต่อการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั่วประเทศครั้งที่ ๑๙

11 October 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับมุมของของนักวิชาการสิงคโปร์และผู้ทรงคุณวุฒิด้านจีนของไทย ที่มีต่อการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั่วประเทศครั้งที่ ๑๙ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ ๑๘ ต.ค.๖๐ (โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. ศาสตราจารย์ เจิ้ง หย่งเหนียน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มองว่า
      ๑.๑ หลายปีมานี้ การพัฒนาของจีนแยกออกจากการปฏิรูปพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ได้ ภายหลังการประชุมสมัชชา ครั้งที่ ๑๘ เป็นต้นมา จีนประสบผลสำเร็จอย่างมากในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รักษาเสถียรภาพทางสังคมและป้องกันประเทศ ฉะนั้น การสร้างระบบมีบทบาทสำคัญ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ สังคมและระบบกฎหมาย
      ๑.๒ การสร้างระบบสังคมเน้นถึงการสร้างพรรค พรรคคอมมิวนิสต์จีนเสนอยุทธศาสตร์ "๔ ทุกด้าน" คือ (๑) การสร้างสังคมระดับปานกลาง (๒) การปฏิรูปลงลึก (๓) การบริหารประเทศตามกฎหมาย และ (๔) การบริหารพรรคอย่างเข้มงวดในทุกๆ ด้าน ในข้อเสนอดังกล่าว การบริหารพรรคอย่างเข้มงวดมีความสำคัญยิ่ง พรรคที่เข้มแข็งเป็นแกนนำบริหารประเทศ เป็นเวทีสำคัญในการแก้ปัญหาที่จีนกำลังเผชิญหน้าอยู่ระหว่างการพัฒนา
 
๒. นายไพศาล พืชมงคล อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน มองว่า
      ๒.๑ มีความเปลี่ยนแปลงมากมายอันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ ๑๘ และการนำของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรค มีความบริสุทธิ์ที่รับใช้ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทุ่มเทให้กับการพัฒนาประเทศ ได้มุ่งทิศทางการพัฒนาไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะในชนบทขึ้นมา
      ๒.๒ ผลสำเร็จด้านการทูตของจีนในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแนวคิดทางการทูต ๔ ประการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเสนอ คือ (๑) จีนต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศรอบข้างบนพื้นฐานแห่งความเป็นมิตร (๒) มีความจริงใจต่อกัน (๓) เอื้อประโยชน์แก่กัน และ (๔) ยอมรับกัน ซึ่งข้อเสนอ ๔ ข้อดังกล่าว เป็นสัจธรรมของโลก รวมทั้งเป็นคุณูปการและอาจจะเป็นแบบแผนทางการเมืองระหว่างประเทศครั้งสำคัญ จะเป็นผลให้โลกนี้เข้าสู่ยุคแห่งความเอื้ออาทรกันโดยจิตใจที่แท้จริง ไม่ใช่การเสแสร้ง
      ๒.๓ การนำเสนอโครงการเส้นทางสายไหม ที่ไม่เพียงแค่โครงการหรือแผนงานเท่านั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างสันติภาพและการพัฒนาของโลก และเป็นยุทธศาสตร์ที่นำเสนอขึ้นในห้วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ห้วงเวลาที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่มีความเสี่ยงภัยต่อสงครามอย่างรุนแรง โครงการเส้นทางสายไหม เนื้อหาจริงๆ ก็คือ การทำให้ทั่วทั้งโลกได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในการพัฒนา ได้ร่วมกันพัฒนา ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน เส้นทางสายไหมไม่ใช่เส้นทางของการล่าอาณานิคม แต่เป็นเส้นทางของการสร้างสันติภาพ และการพัฒนาที่แท้จริง นอกจากนี้ องค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กรที่จีนริเริ่มตั้งขึ้น เช่น ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความยุติธรรมในระเบียบทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศให้มากขึ้น
 
บทสรุป นายไพศาล พืชมงคล ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า พลังทางเศรษฐกิจของจีนเติบใหญ่มาก จีนจึงได้พยายามยกระดับบทบาทบนเวทีระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ การเกิดขึ้นของกลุ่มประเทศ BRICS การเกิดขึ้นขององค์กรต่างๆ ตามที่จีนริเริ่มนั้นล้วนแต่เป็นการดิ้นรนเพื่อที่จะรวมตัวกันในการที่จะแสวงหาความยุติธรรมในทุกด้าน เพราะฉะนั้น วันนี้ จีนได้เข้ามามีบทบาทในทุกองค์กร อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน และเป็นเรื่องที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง และยกระดับให้มากขึ้นด้วยซ้ำไป และเชื่อว่า หลังการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ ๑๙ การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะมีความโดดเด่นและมีชีวิตชีวามากขึ้นอีก ซึ่งสอดคล้องกับศาสตราจารย์เจิ้ง หย่งเหนียน ของสิงคโปร์ ที่เห็นว่า การพัฒนาของจีนแยกออกจากการปฏิรูปพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ได้ และการบริหารพรรคอย่างเข้มงวดมีความสำคัญยิ่ง โดยพรรคที่เข้มแข็งจะเป็นแกนนำบริหารประเทศ และเป็นเวทีสำคัญในการแก้ปัญหาที่จีนกำลังเผชิญหน้าอยู่
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ CRI ของจีน ใน http://thai.cri.cn/247/2017/10/09/63s259032.htm และ ในเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2017/10/09/223s259046.htm )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box