สาส์นจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ส่งสาส์นถวายกราบบังคมทูลอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2559

13 October 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตจีนเผยแพร่สาส์นจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ส่งสาส์นถวายกราบบังคมทูลอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๑๓ ต.ค.๕๙ ความว่า “ทางรัฐบาลจีนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้พัฒนาประเทศ พระองค์ทรงเป็นผู้ขับเคลื่อนให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแผ่นดินคือ ไทย-จีน ที่ไม่สามารถแบ่งแยกออกไปจากกันได้ และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน จะไม่มีวันแน่นแฟ้นหากปราศจากพระองค์ การที่ประเทศไทยสูญเสียพระองค์ คือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของของประชาชนทั้งสองแผ่นดินเช่นกัน และโดยส่วนตัว ท่านประธานาธิบดีเองเชื่อว่าพระองค์จะยังคงอยู่ในใจของประชาชนทั้งสองแผ่นดินนี้ตลอดไป อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลจีนพร้อมเสมอที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทย และยังยึดมั่นในกรอบความร่วมมือทุกเส้นทาง เพื่อถักทอความสัมพันธ์ระหว่างสองแผ่นดินให้แน่นแฟ้นยิ่งๆ ขึ้นไป” ทั้งนี้ สามารถลำดับการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและจีน ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ของราชวงศ์จักรี ดังนี้
 
๑. ปี พ.ศ.๒๕๑๘ คณะกายกรรมกว่างโจวเยือนประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสว่า “จีนกับไทยได้รักษาความผูกพันทางประวัติศาสตร์มาช้านาน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและระหว่างประชาชนของสองชาติ มีความใกล้ชิดแนบแน่น ดังนั้น ความสัมพันธ์ดั้งเดิมระหว่างสองประเทศนี้ จะเป็นพื้นฐานอันมั่นคงในการพัฒนาความสัมพันธ์กันในอนาคต”
 
๒. ปี พ.ศ.๒๕๑๙ นาย ไฉ เจ๋อหมิน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยคนแรก ได้เข้าถวายสาส์นตราตั้งต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ในวันที่ ๒๒ มี.ค.๑๙
 
๓. ปี พ.ศ.๒๕๒๑ จีนได้ส่งผู้นำระดับสูง ได้แก่ นาย เติ้ง เสี่ยวผิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๕ – ๑๑ พ.ย.๒๑ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นาย เติ้ง เสี่ยวผิงเข้าเฝ้า เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นด้านการพัฒนาการเกษตร
 
๔. ปี พ.ศ.๒๕๒๓ นาง เติ้ง อิ่งเชา รองประธานสภาผู้แทนประชนแห่งประเทศจีน เดินทางมาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของรัฐสภาไทย ระหว่างวันที่ ๕ – ๑๑ ก.พ.๒๓
 
๕. ปี พ.ศ.๒๕๓๐ เมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ.๓๐ นาย หลี่ เซียนเนี่ยน ได้จัดพิธีต้อนรับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมมาร ซึ่งทรงเป็นผู้แทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐบาลจีน ณ จัตุรัสทางตะวันออกของมหาศาลาประชาคมกรุงปักกิ่ง
 
๖. ปี พ.ศ.๒๕๓๔ นาย หยาง ซ่างคุน ประธานาธิบดีจีน เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๐ – ๑๕ มิ.ย.๓๔
 
๗. ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ระหว่างวันที่ ๒ – ๖ ก.ย.๔๒ นาย เจียง เจ๋อหมิน ประธานาธิบดีจีนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
 
๘. ปี พ.ศ.๒๕๔๓ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเป็นผู้แทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนครั้งแรก ตามคำเชิญของนาย เจียง เจ๋อหมิน ประธานาธิบดีจีน เนื่องในวาระครบรอบ ๒๕ ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยนาย หู จิ่นเทา รองประธานาธิบดีจีน เป็นตัวแทนของนาย เจียง เจ๋อหมิน ได้จัดพิธีถวายการต้อนรับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอย่างสมพระเกียรติ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ทางตะวันออกของมหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ ๑๖ ต.ค.๔๓
 
๙. ปี พ.ศ.๒๕๔๕ นาย หลี่ เผิง ประธานสภาประชาชนจีน ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๓ – ๘ ก.ย.๔๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นาย หลี่ เผิง เข้าเฝ้าเมื่อวันที่ ๔ ก.ย.๔๕ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
 
๑๐. ปี พ.ศ.๒๕๔๖: นาย หู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีน ได้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๑ ต.ค.๔๖
 
๑๑. ปี พ.ศ.๒๕๕๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นาย เวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตร์จีน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ พ.ย.๕๕ โดยมีพระราชดำรัสถึงการเดินทางมาเยือนไทยของนายเวิน เจียเป่า และคณะว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้ง ๒ ประเทศ และเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ชาวไทย และชาวจีนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น พร้อมกันนั้น ได้มีพระราชดำรัสถึงความร่วมมือทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีคมนาคมรถไฟว่าให้คำนึงถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับท้องถิ่น และสภาพแวดล้อม วัตถุประสงค์สำคัญมิใช่ความเร็วสูงสุด แต่เป็นความปลอดภัยสูงสุด โดยต้องมิให้เกิดอุบัติเหตุใดๆ ทั้งสิ้น จึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
 
บทสรุป ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีน ที่สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
(ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.manager.co.th/AstvWeekend/ViewNews.aspx?NewsID=9590000105895 และ เว็บไซต์ https://www.posttoday.com/world/news/460249 รวมทั้ง https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1476506961 และ เว็บไซต์ https://www.posttoday.com/world/news/461058 ตลอดจน เว็บไซต์http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/722842และเว็บไซต์ https://news.thaipbs.or.th/content/127726 )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box