ระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา ในการก้าวเดินสู่ความฝันของจีน (Chinese Dream) กับบทเรียนทางยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยควรนำมาเป็นกรณีศึกษา (ตอนที่ ๑)

25 November 2017
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา ในการก้าวเดินสู่ความฝันของจีน (Chinese Dream) กับบทเรียนทางยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยควรนำมาเป็นกรณีศึกษา (ตอนที่ ๑) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. นายสี จิ้นผิง ได้พูดถึง "ความฝันของจีน" เป็นครั้งแรกในขณะที่กล่าวสุนทรพจน์ในงานนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ ๒๙ พ.ย.๕๕ (ค.ศ.๒๐๑๒) หลังจากได้รับการเลือกตั้งเป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยกล่าวว่าความฝันของคนจีนในวันนี้คือ “การฟื้นฟูชาติ” ซึ่งหู อานกัง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาจีนที่มหาวิทยาลัยชิงหวา กล่าวว่า นายสี จิ้นผิง เริ่มประกาศว่า ความฝันของจีนเป็นความฝันของคนจีน ประกอบด้วยเป้าหมายร้อยปี ๒ วาระคือ ปี ค.ศ.๒๐๒๐ ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (๑ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๒๑) และ ปี ค.ศ.๒๐๔๘ ในวาระ ๑๐๐ ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (๑ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๔๙) กับเป้าหมายแห่งการฟื้นฟูประเทศของจีนที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของประชาชน โดยในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ.๒๕๕๖ – ๒๕๖๐ หรือ ค.ศ.๒๐๑๓ – ๒๐๑๗) จีนได้ดำเนินการตามขั้นตอนเหมือนย่างก้าวของยักษ์ใหญ่ เพื่อตามความฝันของชาวจีน โดยมีประชาชนจีนเฉลี่ยปีละ ๑๔ ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน และรัฐบาลจีนยังให้คำมั่นว่า จะช่วยให้ประชากรที่เหลือ ก้าวพ้นจากความยากจนภายในปี พ.ศ.๒๕๖๓ (ค.ศ.๒๐๒๐) 
 
๒. ระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของนายสี จิ้นผิง จีนได้ก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่” นำมาซึ่งความสำเร็จที่สำคัญหลายประการทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง กล่าวคือ
      ๒.๑ เศรษฐกิจจีนเร่งตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นเป็น ๘๐ ล้านล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นปัจจัยสนับสนุนราว ๓๐% ของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.๒๐๑๓ – ค.ศ.๒๐๑๗ โดยโครงสร้างเศรษฐกิจจีนได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มีอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่สำคัญคือเศรษฐกิจดิจิทัล และผลงานด้านเทคโนโลยีอีกมากมาย เช่น รถไฟความเร็วสูง โดรนส่งสินค้า รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ ผลประกอบการการค้าและการลงทุนกับต่างชาติของจีนอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก โดยเฉพาะโครงการความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) 
      ๒.๒ โครงการช่วยเหลือคนยากจนในจีนก็ประสบผลสำเร็จ ทำให้ประชากรกว่า ๖๐ ล้านคนพ้นขีดความยากจน ส่งผลให้อัตราความยากจนของจีนลดลงจากราว ๑๐% เหลือต่ำกว่า ๔% เท่านั้น 
      ๒.๓ ความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุดของนายสี จิ้นผิงคือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและการปรับโครงสร้างการบริหารพรรคคอมมิวนิสต์เพิ่มที่นั่งให้แก่พันธมิตร ส่งผลให้อำนาจของนายสี จิ้นผิง เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนนายสี จิ้นผิง กลายเป็นผู้นำจีนที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค โดยมีการคาดการณ์ว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองจีนใน ๕ ปีข้างหน้าจะเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากใน ๕ ปีที่ผ่านมา นายสี จิ้นผิง ให้ความสำคัญกับการกวาดล้างคอร์รัปชันอย่างมาก ทำให้การแก้ปัญหาหนี้ในประเทศที่สูงถึง ๒๖๐% ของ GDP การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพและ zombie companies อาจจะยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร แต่ความสำเร็จในการรวมอำนาจประธานาธิบดีของ นายสี จิ้นผิง ประกอบกับการมีคณะกรรมการถาวรโปลิตบูโรชุดใหม่ หรือคณะผู้นำสูงสุด ที่มีแนวคิดทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองในทิศทางเดียวกับนายสี จิ้นผิง จะส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจในอีก ๕ ปีข้างหน้าเป็นไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว 
      ๒.๔ การบรรจุหลักการของนายสี จิ้นผิงไว้ในธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ใครก็ตามที่ท้าทายอำนาจการตัดสินใจของนายสี จิ้นผิง ถือเป็นภัยคุกคามต่อการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งแนวคิดที่เป็นหลักการของนายสี จิ้นผิง ดังกล่าวมี ๑๔ ข้อ เพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการนำจีนไปสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ ได้แก่ (๑) ยืนหยัดการนำของพรรคคอมมิวนิสต์ในทุกมิติ (๒) พรรคคอมมิวนิสต์ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (๓) ยืนหยัดการปฏิรูปให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (๔) ใช้แนวคิดการพัฒนาใหม่ที่เน้นวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โปร่งใส และกระจายประโยชน์ (๕) ยืนหยัดสังคมนิยมอันมีเอกลักษณ์แบบจีน ซึ่งมีประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ (๖) ปกครองจีนด้วยการยึดมั่นในกฎหมาย (๗) ปลูกฝังค่านิยมสังคมนิยมอันมีเอกลักษณ์แบบจีน (๘) การยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นเป้าหมายของการพัฒนา (๙) การพัฒนาต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (๑๐) เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการทหาร (๑๑) กองทัพต้องอยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน (๑๒) ยืดหยัดแนวคิดหนึ่งประเทศ สองระบบ และเดินหน้ารวมชาติกับไต้หวันในอนาคต (๑๓) ร่วมสร้างสังคมโลกที่สันติและมีจุดหมายร่วมกัน (๑๔) บังคับใช้วินัยพรรคอย่างเคร่งครัด
 
 
๓. การที่จีนเดินหน้าเปิดประเทศ โดยให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” และชูการพัฒนาชนบท เพื่อมุ่งสู่การเป็นประเทศทรงอิทธิพลภายในปี ค.ศ.๒๐๕๐ (พ.ศ.๒๕๙๓) ซึ่งนายสี จิ้นผิง ไม่ได้กล่าวถึงเป้าหมายตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ ๑๙ (ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๔ ต.ค.๖๐) เหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่มุ่งเน้นประเด็นสำคัญไปที่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เป็นนัยสำคัญว่าอัตราการเจริญเติบโตของ GDP จีนจะค่อยๆ ชะลอลงในระยะต่อไป แต่เป็นไปเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งจีนเดินหน้าเปิดประเทศด้วยการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเสมอภาค เตรียมปรับแก้กฎหมายกีดกันทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาของบริษัทเอกชน และผ่อนคลายมาตรการการเข้าตลาดของธุรกิจและบริการ โดยได้เริ่มเปิดเสรีภาคการเงินและตลาดเงินตราต่างประเทศ ในขณะที่โครงการความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ Belt and Road Initiative (BRI) ได้เป็นเมกะโปรเจกต์ที่ส่งเสริมการเปิดประเทศและความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับต่างชาติ และที่ผ่านมาโครงการนี้ได้เน้นพัฒนาการเชื่อมต่อทั้งทางบกและทางทะเลระหว่างจีนและต่างประเทศ โดยจีนมีความตั้งใจจะใช้นโยบายสนับสนุนการค้าและการลงทุนแบบเสรีให้นักลงทุนต่างชาติมีสิทธิเท่าเทียมกับพลเมืองจีน พร้อมเน้นย้ำว่าโครงการ BRI มอบประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ซึ่งหากจีนสามารถผลักดันให้เกิดความร่วมมืออย่างเหนียวแน่นกับนานาประเทศภายใต้โครงการ BRI ได้สำเร็จ อิทธิพลของจีนในเวทีโลกจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
 
บทสรุป สำหรับตอนที่ ๑ นี้ จะเห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำจีนในการฟื้นฟูชาติให้คืนสู่ความยิ่งใหญ่ดังในอดีต โดยการสร้างความฝันของจีนและผลักดันให้เป็นความฝันของคนจีน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีสองครั้ง โดยประชากรจีนจะก้าวพ้นจากความยากจนภายในปี พ.ศ.๒๕๖๓ (ค.ศ.๒๐๒๐) อันเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และการเดินหน้าเปิดประเทศ เพื่อมุ่งสู่การเป็นประเทศทรงอิทธิพลภายในปี ค.ศ.๒๐๕๐ (พ.ศ.๒๕๙๓) ซึ่งเป็นช่วงวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://mgronline.com/china/detail/9600000118417 รวมทั้งเว็บไซต์ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/642983 และเว็บไซต์ https://www.prachachat.net/world-news/news-64157 )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box