ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้กล่าวปราศรัยในการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว (Boao Forum for Asia : BFA) ประจำปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑)

11 April 2018
Source: 
Vijaichina
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้กล่าวปราศรัยในการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว (Boao Forum for Asia : BFA) ประจำปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑) ณ มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ ๑๐ เม.ย.๖๑ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวแนะนำถึงนโยบายของจีนว่าจะผลักดันการเปิดประเทศสู่ภายนอกและดำเนินการปฏิรูปแบบลงลึก พร้อมอธิบายถึงจุดยืนของจีนในการร่วมสร้างประชาคมเอเชียและประชาคมมนุษย์ สร้างสรรค์อนาคตของเอเชียและโลก โดยจีนจะเป็นผู้นำของเศรษฐกิจโลก ที่เน้นการเปิดการค้าเสรีมากขึ้น
      ๑.๑ ในช่วง ๔๐ ปีที่ผ่านมานี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนขยายตัวราว ๙.๕% ต่อปี การค้าต่างประเทศขยายตัวต่อปี ๑๔.๕% ทำให้คนจีนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ และได้รับประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ และมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองขึ้น คนจีนมากกว่า ๗๐๐ ล้านคนได้หลุดพ้นจากความยากจนตลอดระยะเวลากว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วน ๗๐% ของทั้งโลก การปฏิรูปและเร่งพัฒนานวัตกรรมเป็นพื้นฐานของการพัฒนามนุษย์ ใครก็ตามที่ปฏิเสธข้อนี้จะกลายเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นของประวัติศาสตร์ และจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
      ๑.๒ จีนจะเพิ่มความโปร่งใส, ปกป้องสิทธิของอสังหาริมทรัพย์ และต่อต้านการผูกขาดการค้า, ปรับปรุงกฏระเบียบเพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุน และจะเปิดการค้าการลงทุนให้เสรีมากขึ้น ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์, รถยนต์ และภาคการผลิต ซึ่งจะลดข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ
      ๑.๓ การเจรจาเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ประตูการค้าของจีนจะไม่มีวันปิด มีแต่วันที่เปิดประตูการค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จีนจะลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประการ รวมถึงยานพาหนะ ภายในปีนี้ จีนคาดหวังว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วจะหยุดการใช้มาตการกีดกันทางการค้า กับสินค้าเทคโนโลยีและสินค้าส่งออก จากจีน และจีนยืนยันว่าจะปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มที่ มั่นใจว่าชาวจีนจะภาคภูมิใจต่อการปฏิรูปและเปิดประเทศมากขึ้น รวมทั้งจะช่วยเปลี่ยนโลกและมีอิทธิพลต่อทั้งโลกด้วย ซึ่งจีนเป็นคนริเริ่มโครงการ Belt and Road เส้นทางสายไหม โดยคนทั้งโลกเองก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน
      ๑.๔ แนวคิดที่จะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่ละประเทศควรปฏิบัติต่อกัน ด้วยความเคารพซึ่งกันและกันและเท่าเทียมกัน ควรสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศให้ได้ประโยชน์ทุกๆ ฝ่าย แบบ win-win
 
๒. การประชุมครั้งนี้ (ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๑ เม.ย.๖๑) จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "เอเชียที่เปิดกว้างและนวัตกรรมสำหรับโลกที่มีความเจริญรุ่งเรือง" โดยมีแขกผู้รับเชิญกว่า ๒,๐๐๐ คนจากทั่วโลกเข้าร่วม ซึ่งนอกจากผู้นำจีนแล้ว ยังมีผู้นำประเทศอื่นๆ อาทิ นายอเล็กซานเดอร์ แวน เดอ เบลเลน ประธานาธิบดีออสเตรีย นายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นายอัคห์นากิอิน คูห์เรลซุคห์ นายกรัฐมนตรีมองโกเลีย นายมาร์ค รูทท์ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ นายซาอิด คากาน อับบัซ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และนางคริสทีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF)
 
๓. จากสภาวะในการฟื้นฟูของเศรษฐกิจโลกและการเป็นหนึ่งเดียวกันของเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย ที่ได้เร่งการขับเคลื่อน ทำให้เศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มพัฒนาไปด้วยดี ขณะเดียวกันก็ได้มีการกระตุ้นเตือนว่า การปกป้องทางการค้าไม่สามารถเป็นแรงกระตุ้นถาวรได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ กลับจะเป็นข้อจำกัดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนด้วย ดังนั้น ในการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าวในครั้งนี้ จึงได้มีการประกาศรายงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่อง ได้แก่
      ๓.๑ รายงานกระบวนการก้าวสู่การเป็นประชาคมเดียวกันของเศรษฐกิจเอเชีย
      ๓.๒ รายงานการพัฒนาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 
      ๓.๓ รายงานเกี่ยวกับกำลังการแข่งขันของเอเชีย
 
บทสรุป คำปราศรัยของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เน้นว่า จีนจะเป็นผู้นำของเศรษฐกิจโลก ที่เน้นการเปิดการค้าเสรีมากขึ้น และการเจรจาเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยที่ประตูการค้าของจีนจะไม่มีวันปิด นอกจากนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอรายงานว่าด้วยความสามารถในการแข่งขันของเอเชีย โดยประเมินและวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเอเชีย ๓๗ แห่ง ในด้านศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่า ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยรวมของจีนอยู่ในอันดับแรก รวมทั้งการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ทำให้เศรษฐกิจในเอเชียมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และการกีดกันทางการค้าไม่ใช่วิถีทางที่ยั่งยืนในการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่จะเป็นข้อจำกัดการเติบโตที่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดรับกับคำปราศรัยของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กล่าวว่า แต่ละประเทศควรปฏิบัติต่อกัน ด้วยความเคารพซึ่งกันและกันและเท่าเทียมกัน ควรสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศให้ได้ประโยชน์ทุกๆ ฝ่าย แบบ win-win  
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0
 
(ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.cb.com.cn/index.php?a=show&c=mobile&catid=73200&id=1231342&m=content และเว็บไซต์ http://www.xinhuanet.com/english/2018-04/09/c_137097485.htm รวมทั้งเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2018/04/10/63s266134.htm และเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2018/04/09/302s266121.htm ตลอดจนเว็บไซต์ http://thai.cri.cn/247/2018/04/09/121s266110.htm และเว็บไซต์ https://view.inews.qq.com/w/WXN20180410013860010?refer=nwx&bat_id=1111008136&cur_pos=0&grp_index=0&grp_id=1311008137&rate=0&ft=0&_rp=2&pushid=2018041001&bkt=0&openid=o04IBABVJRbzizO1JV3QCW3kOdlE&tbkt=I&groupid=1523337924&msgid=0&isappinstalled=1&from=singlemessage )
Announcement: 
0

Facebook Comments Box