กฎหมายว่าด้วยการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของจีน ที่ถูกประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. ปี ๒๐๑๖ (พ.ศ.๒๕๕๙) หลังจากมีการรณรงค์โดยกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิสตรีมานานถึง ๒๐ ปี

14 April 2018
Source: 
Vijaichina

วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของจีน ที่ถูกประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. ปี ๒๐๑๖ (พ.ศ.๒๕๕๙) หลังจากมีการรณรงค์โดยกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิสตรีมานานถึง ๒๐ ปี ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. โดยวัฒนธรรมของจีนแล้ว การใช้ความรุนแรงในครอบครัวนั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนนอกไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปก้าวก่าย ทั้งๆ ที่จากสถิติของรัฐบาลระบุว่า ผู้หญิง ๑ ใน ๔ ตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว และเป็นปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรม แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

๒. วิธีการที่ทำให้มุมมองของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป เกิดจากละครเรื่อง Don’t Respond to Strangers ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ โดยละครเรื่องนี้ให้ความสำคัญกับประเด็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว และเป็นละครที่โด่งดังและเป็นที่นิยม ถึงแม้ว่า Don’t Respond to Strangers จะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์ แต่ละครเรื่องนี้ก็ได้นำข้อเสนอแนะหลายประการของกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิสตรีสอดแทรกเข้าไปในเนื้อเรื่อง ละครเรื่องนี้ได้ทำลายกำแพงและจุดประเด็นการพูดคุยเรื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัวในสังคมชาวจีน

๓. การขยายผล สืบเนื่องจากความสำเร็จของละคร
๓.๑ เครือข่ายต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวโดยสมาคมกฎหมายแห่งประเทศจีน(Anti-Domestic Violence Network of the China Law Society) ได้จัดทำป้ายโฆษณาต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๐๐๒ (พ.ศ.๒๕๔๕) โดยหลู ปิน (Lu Pin) ซึ่งทำงานในตำแหน่งผู้ประสานงานฝ่ายสื่อ
๓.๒ ในฤดูใบไม้ผลิปี ๒๐๐๓ (พ.ศ.๒๕๔๖) กลุ่มสตรีชาวจีนที่นำโดยหลู ปิน ได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อรัฐบาลเพื่อนำไปบังคับใช้ โดยหลู ปิน มีหน้าที่เผยแพร่ร่างกฎหมาย ซึ่งถือเป็นร่างกฎหมายฉบับแรกที่ร่างโดยประชาสังคมชาวจีนต่อสื่อมวลชนที่แห่กันมาที่ปักกิ่งเพื่อรายงานข่าว “การประชุมสองสภาฯ” ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของสภานิติบัญญัติและหน่วยงานที่ปรึกษาของรัฐบาลของประเทศจีน แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในวาระการประชุมสภานิติบัญญัติของรัฐบาล ในปีนั้น แต่สังคมเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยในปี ๒๐๐๕ (พ.ศ.๒๕๔๘) สถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลได้ออกอากาศสารคดีเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถูกตัดสินจำคุกหลังจากฆ่าสามีที่กระทำทารุณต่อเธอ ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในการที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของประชาชนในสังคมเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
๓.๓ ในปี ๒๐๑๑ (พ.ศ.๒๕๕๔) ได้มีคดีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นที่รู้จักคือ คดีของ คิม ลี ซึ่งเป็นพลเมืองอเมริกันที่อาศัยอยู่ในปักกิ่ง และขณะนั้นได้แต่งงานกับเศรษฐีชื่อ หลี่ หยาง ซึ่งเป็นคนดังจากคอสเรียนภาษาอังกฤษของเขาที่ชื่อ “Crazy English” โดย คิม ลี ได้โพสภาพร่างกายของเธอที่บอบช้ำและสะบักสะบอมลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้สร้างความตกใจให้กับประชาชนทั้งประเทศ ส่งผลให้ข่าวคดีการหย่าร้างของเธอถูกนำเสนอยาวนานกว่าหนึ่งปี ในที่สุดคิมก็ชนะคดีและได้รับค่าเสียหายชดเชยเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ หยวน (ประมาณ ๒๕๐,๐๐ บาท) เมื่อคิมออกมาจากห้องพิจารณาคดี เธอตรงเข้ามาสวมกอดอาสาสมัครที่ใส่ “ชุดแต่งงานเปื้อนเลือด” ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงและการประท้วงที่ออกแบบเพื่อนำเสนอประเด็นเรื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ข้อเรียกร้องนี้ได้รับการลงชื่อจากประชาชนถึง ๑๒,๐๐๐ รายชื่อ และถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิสตรีที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้

บทสรุป องค์กรสิทธิสตรี Equality ได้เผยแพร่รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของกฎหมาย ที่ยังขาดการสนับสนุนเหยื่อที่หนีจากการถูกกระทำทารุณในครอบครัว โดยรายงานระบุว่า ในปี ๒๐๑๖ (พ.ศ.๒๕๕๙) มีเหยื่อแค่ ๑๔๙ ราย ถูกรับเข้าไปอยู่ในสถานพักพิงเพื่อเหยื่อจากการถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่มีอยู่ถึง ๒,๐๐๐ แห่ง ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยเหลือเหยื่อนั้นยังมีไม่เพียงพอ รวมทั้งคุณสมบัติในการที่จะได้รับการช่วยเหลือนั้นมีมากเกินไป ในขณะที่กฎระเบียบที่ศูนย์พักพิงมีความเข้มงวด และการให้บริการที่ยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ คดีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของจีนก็ยังถือว่าเป็นคดีที่ชนะได้ยากมาก เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงยังคงพบเห็นการต่อสู้เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและพิทักษ์สิทธิสตรี ขณะที่สถิติการหย่าร้างในสังคมจีนก็เพิ่มมากขึ้น และยังพบว่าจำนวนของประชากรหญิงและชายยังไม่สมดุล แม้ว่ารัฐบาลจีนจะได้ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว เมื่อปี ๒๐๑๕ (พ.ศ.๒๕๕๘) แล้วก็ตาม

 

ประมวลโดย :
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

 

( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://news.ku.edu/2018/03/28/activist-curator-lu-pin-will-speak-about-feminist-activists-china และเว็บไซต์ https://www.amnesty.or.th/latest/blog/50/ รวมทั้งเว็บไซต์ http://www.bbc.com/thai/international-41636199 )

Announcement: 
0

Facebook Comments Box