การประชุมหารือร่วมกับ สำนักงานผู้แทนสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน ประจำประเทศไทย

Event-Date: 
Tuesday, July 23, 2019 (All day)

          เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุมบุญนาค ชั้น ๑ อาคาร วช.๓ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล (เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ได้ประชุมหารือกับนายหลี่ เฟิง ผู้แทนสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีนประจำประเทศไทย (The Representative Office of China Council for the Promotion of International Trade in Thailand) และ น.ส. ณัฐสินี เรืองประดิษฐ์ (ผู้ช่วยผู้แทนฯ และทำหน้าที่ล่ามแปล) โดยมี น.ส.ทิวา เงาวิจิตร (ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ) รองศาสตราจารย์ ดร. พรพรรณ จันทโรนานนท์ (กรรมการที่ปรึกษาศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริลักษม์  ตันตยกุล (รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน) และ น.ส. ขวัญศิริ  วันวิเวก (กองการต่างประเทศ) เข้าร่วมการประชุม

         

           ในการประชุมดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล ได้กล่าวถึงบทบาทของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการให้ทุนวิจัยพื้นฐานเพื่อองค์ความรู้ ปัจจุบันการดำเนินงานของ วช. ภายใต้โครงสร้างหน่วยงานใหม่ของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขยายเพิ่มเติมตั้งแต่การให้ทุนวิจัยพื้นฐานไปสู่นวัตกรรมและการใช้ประโยชน์จากการวิจัย  นอกจากนี้  ยังมีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมกับต่างประเทศ  สำหรับส่วนที่เกี่ยวกับประเทศจีนนั้น วช. เป็นหน่วยงานที่เป็นผู้แทนของประเทศไทยในการส่งเสริมความร่วมมือกับ National Natural Science Foundation of China (NSFC), Chinese Academy of Science (CAS) และ Chinese Academy of Social Science (CASS)  และยังมีศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีนเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะในประเด็นยุทธศาสตร์ไทย-จีน  ในปีนี้  ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล ได้มีโอกาสไปเยือนประเทศจีนเพื่อร่วมประชุมทางวิชาการระดับผู้บริหารถึง ๕ ครั้ง  และร่วมจัดประชุมสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ซึ่งมีฝ่ายไทยและจีนสลับกันเป็นเจ้าภาพ   นอกจากนี้ วช. ยังได้ร่วมมือกับ CAS จัดตั้งศูนย์ Digital Belt and Road (DBAR) ซึ่งเป็นศูนย์ระดับภูมิภาคที่ใช้เทคโนโลยี Big data ในการพัฒนาและจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับต่างประเทศ ฉะนั้น หวังว่าอนาคตอันใกล้จะมีบทบาทมากขึ้นในการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนของจีน  และรู้สึกยินดีที่ผู้แทนสภาฯ มาเยือนในวันนี้

 

          ในส่วนของสำนักงานผู้แทนสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน นายหลี่ เฟิง ได้ให้ข้อมูลว่าเป็นหน่วยงานส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุนแบบสองทาง คือ เน้นการลงทุนในต่างประเทศและภายในประเทศจีน ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๕๒ มีหน่วยงานแยกย่อย ๘๐๐ หน่วยและมีสาขากระจายอยู่ ๓๔  ประเทศทั่วโลก ซึ่งแต่ละสาขามีการทำงานที่เชื่อมโยงข้อมูลกัน สำหรับในภูมิภาคอาเซียนมีสาขาอยู่ ๓ ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีนอยู่ภายใต้โครงสร้างของสำนักนายกรัฐมนตรีของจีน  แต่บริหารงานเป็นแบบกึ่งเอกชนและกึ่งรัฐบาล เช่น จัดการแสดงสินค้า ลงทะเบียนตราสินค้าและให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย  สำนักงานสภาฯ ประจำประเทศไทยมีเครือข่ายและสมาชิกกว่า ๗๐๐ บริษัท   และกล่าวว่าการพัฒนา One Belt One Road ของจีน มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย (EEC) รวมถึงนโยบาย Made in China 2025 ยังเชื่อมกับนโยบาย Thailand 4.0  ซึ่งเป็นการดึงดูดนักลงทุนจากจีน นอกจากนี้ ผลจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ทำให้นักลงทุนชาวจีนมีแนวโน้มจะมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น   อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจีนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย จึงอยากขอคำแนะนำและร่วมปรึกษาหารือกับทาง วช. 

 

             สรุปผลการประชุม  ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล และนายหลี่เฟิง ได้มีความเห็นร่วมกันในการสร้างความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมและการส่งเสริมให้นักวิจัยทำการศึกษาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกับบริษัทจีนในอนาคต

Facebook Comments Box