สัมมนา The 1st Round of China – South and Southeast Asia Dialogue

Event-Date: 
Sunday, September 10, 2017 - 09:00 to Wednesday, September 13, 2017 - 16:00
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการที่ Hainan Institute for World Watch (HNIWW) ที่เป็นหน่วยงานคลังสมองของจีน ได้จัดการสัมมนา The 1st Round of China – South and Southeast Asia Dialogue ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๓ ก.ย.๖๐ ณ เมืองไหโขว่ มณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแสวงหากลไกที่จะเป็นเวทีสำหรับการปรึกษาหารือและสร้างความร่วมมือทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคี ระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ตอนที่ ๒ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับจีน) โดยผู้เขียนได้รับเกียรติให้นำเสนอแนวคิดต่อเวทีสัมมนาฯ ดังกล่าว ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
๑. กล่าวนำ 
      ๑.๑ ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์แบบทวิภาคีที่ยาวนานและมีพลวัตรของความร่วมมืออย่างกว้างขวาง อันมีพื้นฐานมาจากความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หยั่งลึกมาเป็นเวลายาวนานหลายศตวรรษ ตลอดจนมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้ชิดกัน แม้ว่าทั้งสองประเทศจะได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๘ ก็ตาม รวมทั้งการที่รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนได้มีเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุความมุ่งมั่นร่วมกันในการกินดีอยู่ดีและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนทั้งสองประเทศ ตลอดจนส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาในภูมิภาค 
      ๑.๒ สำหรับเรื่องที่นำเสนอนี้มุ่งนำทฤษฎีทางยุทธศาสตร์ (รูปแบบของเป้าหมาย วิธีการ และเครื่องมือที่ใช้) มาใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของนักวิชาการที่ชื่อ Art Lykke ที่ได้กล่าวถึงประเด็นคำถาม ๓ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ ได้แก่ ประเด็นแรก อะไรคือสิ่งที่ต้องการหรือเป้าหมาย ประเด็นที่สอง วิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการหรือจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น และประเด็นที่สาม เครื่องมือหรือทรัพยากรที่ต้องใช้ในการดำเนินการ 
 
 
๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์  
      ๒.๑ นโยบายความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของจีน ปรากฏขึ้นหลังการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อรองรับต่อนโยบายที่หลากหลายมิติในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ ซึ่งจีนได้พัฒนากลไกและรูปแบบที่มีความแตกต่างกันของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันผลประโยชน์ที่สำคัญของจีน ในสภาวะแวดล้อมที่จะสนับสนุนต่อความเจริญก้าวหน้าของจีน และเพิ่มความเกี่ยวพันระหว่างจีนกับโลกมากยิ่งขึ้น        
 
 
      ๒.๒ แม้นโยบายความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของจีน จะมุ่งใช้เพื่อเป็นเครื่องมือทางการทูตแบบทวิภาคีเป็นหลักก็ตาม แต่ได้มีความพยายามผลักดันให้รวมถึงการดำเนินการในรูปแบบพหุภาคีด้วย อันจะเป็นการเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์และการสร้างสรรค์ต่อนโยบายความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ดังเช่น ในปี พ.ศ.๒๕๔๖ ได้มีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (the Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ณ กรุงเทพมหานคร โดยประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้งสิบประเทศและจีน ได้ร่วมกันประกาศความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อสันติภาพและความมั่งคั่ง ซึ่งในปีเดียวกันนั้น จีนได้เข้าร่วมกับอาเซียน ด้วยการรับรองสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation: TAC) ณ เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย อันเป็นการเน้นย้ำถึงการปรึกษาหารือและการเจรจาต่อรองในภูมิภาค โดยไม่ใช้กำลังต่อกัน อาจกล่าวได้ว่า ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เป็นรูปแบบเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือ ทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และประเด็นที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค อันนำไปสู่การสนับสนุนต่อความเชื่อมั่นทางยุทธศาสตร์ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประชาชน ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม และประเด็นปัญหาความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค
 
 
๓. เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับจีน โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองในการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และส่งเสริมความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในเอกสารแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน ที่ได้มีการลงนามเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ โดยทั้งสองประเทศ จะยึดมั่นในกรอบความตกลงและหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติห้าประการตามกฎบัตรของสหประชาชาติ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวและสนับสนุนแนวทางการรวมประเทศอย่างสันติวิธีของจีน โดยจีนจะเคารพและสนับสนุนต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย เพื่อการบรรลุเป้าหมายร่วมกันต่อเสถียรภาพทางการเมือง รวมทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ
 
 
บทสรุปเบื้องต้น ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ที่ผ่านมาเป็นปีที่ครบรอบ ๔๐ ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งผู้นำของทั้งสองประเทศเน้นย้ำในจุดยืนร่วมกันที่มีมาอย่างยาวนานทั้งในเชิงลึกและกว้างขวางแบบเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ความร่วมมืออย่างรอบด้าน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ สำหรับประเด็นเกี่ยวกับวิธีการและเครื่องมือที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นั้น จะขอนำเสนอต่อในวันพรุ่งนี้
 
ประมวลโดย :
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเอกสารต่างๆ ดังนี้ (1) F. Zhongping, and H. Jing. (2014). China’s strategic partnership diplomacy: engaging with a changing world. available at: [http://www.strategicpartnerships.eu.[accessed]http://www.strategicpartnerships.eu.[Accessed 12 May 2015]. (2) J.Y.S. Cheng and W. Zhang. (2001). ‘Patterns and Dynamics of China’s International Strategic Behaviour’, Journal of Contemporary China, XI(31): 51-67. (3) Joint Statement between the People’s Republic of China and the Kingdom of Thailand on Establishing a Comprehensive Strategic Cooperative Partnership, April 19, 2012. (3) Yarger, H. R. (2008). Toward a theory of strategy: Art Lykke and the US Army War College strategy model. US Army War College Guide to National Security Issues, 1, 44-47)

Facebook Comments Box