การจัดงานครบรอบ ๖๘ ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (สถาปนาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๔๙ หรือ พ.ศ.๒๔๙๒)

Event-Date: 
Thursday, September 28, 2017 - 18:00 to 20:00
ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการจัดงานครบรอบ ๖๘ ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (สถาปนาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๔๙ หรือ พ.ศ.๒๔๙๒) โดยนายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงเทพฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๘ ก.ย.๖๐ ณ โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. นับเป็นเวลา ๖๘ ปี ที่อยู่ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประเทศจีนได้เจริญก้าวหน้ามีเศรษฐกิจที่โตเป็นอันดับที่สองของโลก และมีบทบาทที่สำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ ๑๘ เมื่อเดือน พ.ย.๕๕ ยิ่งทำให้จีนมีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคมและการอนุรักษ์ระบบนิเวศ อันเกิดจากการทำงานอย่างหนักโดยไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในรอบ ๑๐๐ ปีจำนวนสองครั้ง (ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และครบรอบ ๑๐๐ ปีของการสถาปนาประเทศ) ซึ่งเป็นความฝันของจีนในการฟื้นกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่
 
๒. ในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ใช้ศักยภาพในการปรับปรุงตนเองอย่างรอบด้าน ด้วยการปฏิรูปอย่างลึกซึ้งและการผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ จนทำให้เศรษฐกิจของจีนมีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ ๗.๒ และสนับสนุนต่ออัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกถึงร้อยละ ๓๑.๖ ทำให้จีนเป็นจักรกลขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมที่ก้าวหน้าจากการวิจัยทั้งในอวกาศ บนพื้นผิวโลก และใต้มหาสมุทร สามารถสร้างคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงสุด เครื่องบินขนาดใหญ่ รถไฟความเร็วสูง ยานพาหนะพลังงานแบบใหม่ และมีการเกษตรแบบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโดยรวม ทำให้สามารถยกระดับรายได้ของประชากรให้พ้นสถานะความยากจนและมีมาตรฐานในการดำรงชีวิต
 
๓. จีนพยายามแสวงหาความร่วมมือจากมิตรประเทศทั่วโลกในลักษณะของการเป็นหุ้นส่วน เพื่อความสงบของโลกและความเจริญเติบโตร่วมกัน อาทิ รูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความร่วมมือเพื่อสร้างชัยชนะไปด้วยกัน เป็นประชาคมในอนาคตร่วมกัน โดยเฉพาะความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) โดยมีระบบธรรมาภิบาลและสามารถสร้างความสมดุล ซึ่งอีก ๒๐ วันข้างหน้าจะมีการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ ๑๙ ที่กรุงปักกิ่ง อันเป็นห้วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งของแนวทางการพัฒนาสังคมนิยมแบบมีอัตลักษณ์ของจีน ที่จะสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นในวิถีทางการพัฒนาของจีน ตามแนวคิดทฤษฎีและระบบการเมืองรวมทั้งวัฒนธรรม ตลอดจนทำให้จีนสามารถสร้างสรรค์การพัฒนาไปสู่สันติภาพของโลก
 
 
บทสรุป ท่านเอกอัครราชทูตจีนได้กล่าวช่วงท้ายว่า ประเทศไทยกับจีนเป็นเพื่อนบ้านที่มีมิตรไมตรีต่อกัน ดังคำกล่าวที่ว่า “จีนกับไทยมิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จึงทำให้ความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างไทยกับจีนมีความยั่งยืนและมีความก้าวหน้าในการติดต่อไปมาหาสู่กันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้มีนโยบายการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ โดยเฉพาะการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย (Eastern Economic Corridor : EEC) มีความสอดคล้องกับความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีน ทั้งในแง่แนวคิดการพัฒนา วิธีการและเป้าหมาย อันจะเป็นเงื่อนไขที่สำคัญในการทำให้ประเทศไทยกับจีนมีการสอดประสานทางยุทธศาสตร์ อันจะส่งเสริมต่อการพัฒนาร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งทางด้านการลงทุน การสร้างทางรถไฟ เศรษฐกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ย.๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปร่วมการประชุมที่จีน ได้มีการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันอันนำมาซึ่งความเข้มแข็งและไว้เนื้อเชื่อใจกันทางการเมือง การเพิ่มพูนทางเศรษฐกิจ และการสนับสนุนความร่วมมือที่หลากหลายสาขา ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือในแผนปฏิบัติการร่วมกันระหว่างไทยกับจีน เอกสารความร่วมมือในความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และความร่วมมือในการสร้างทางรถไฟ ทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทยกับจีนมีการพัฒนาที่ต่อเนื่องและเป็นไปด้วยความใกล้ชิด อันจะนำมาซึ่งสันติภาพ และความมั่งคั่ง รวมทั้งความผาสุกสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
 
บันทึก สรุปและเรียบเรียงโดย :
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

Facebook Comments Box