สรุปผลการสัมมนายุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ ๖ ในภาพรวม (ภาควิชาการ ระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พ.ย.๖๐)

Event-Date: 
Wednesday, November 8, 2017 - 09:00 to Thursday, November 9, 2017 - 18:00
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับสรุปผลการสัมมนายุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ ๖ ในภาพรวม (ภาควิชาการ ระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พ.ย.๖๐) ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. ข้อคิดจากสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการสัมมนาฯ
      ๑.๑ ศาสตราจารย์ สวี่ สีเผิง (Xu Xipeng) อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวให้การต้อนรับ โดยหวังว่าเวทีสัมมนานี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น 
      ๑.๒ รองศาสตรจารย์ ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวถึง ผลสำเร็จของจีนจากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ ๑๙ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมของจีน ที่สามารถเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ เป็นสมบัติอันล้ำค่าของทุกประเทศที่ต้องประสานประโยชน์อย่างฉันมิตร รวมทั้งเป็นยุทธศาสตร์ที่ปฏิบัติได้จริงในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันและได้ทุ่มเทเงินทุนก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือ AIIB นอกจากนี้ ยังได้เชื่อมโยงการพัฒนาทั้งทางบกและทางทะเลอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาของสหประชาชาติ
      ๑.๓ ศาสตรจารย์ นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึง วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการสัมมนาที่จะเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาการวิจัยต่อยอดในเชิงลึก อันจะช่วยในการวางแผนและกำหนดนโยบายของรัฐบาลของทั้งสองประเทศต่อไป
      ๑.๔ นาย พิริยะ เข็มพล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความซับซ้อนและกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้นนวัตกรรม ซึ่งท้าทายต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสอดคล้องในการเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมของจีนกับการปฏิรูปประเทศไทย ๔.๐ ที่เน้นเศรษฐกิจดิจิทัล และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจีนสามารถสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยีและวิศวกรรมแก่ไทยได้
      ๑.๕ นาย หาน จิงอี้ (Han Jingyi) รองนายกเทศมนตรีเมืองเซี่ยเหมิน กล่าวถึงความสำเร็จในการพัฒนาเมืองเซี่ยเหมินในการช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือกับไทย โดยเฉพาะเมื่อเดือน พ.ค.๖๐ เมืองเซี่ยเหมินได้ลงนามเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดภูเก็ต
      ๑.๖ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติจากการเยี่ยมเยือนในทุกระดับ และยกระดับความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงอย่างรอบด้านในภูมิภาคต่างๆ ของยุทธศาสตร์ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" ซึ่งจะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
      ๑.๗ นาย สวี่ โย่วเซิง (Xu Yousheng) เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีช่วยสำนักกิจการชาวจีนโพ้นทะเลแห่งคณะรัฐมนตรี กล่าวถึง ความสำคัญของการแลกเปลี่ยนทางวิชาการในการสัมมนาครั้งนี้ต่อความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ผ่านเส้นทางสายไหมซึ่งจะเป็นสะพานเชื่อมโยงจีนกับอาเซียน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย นอกจากนี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคฯ ครั้งที่ ๑๙ ที่ได้เน้นการวางแผนให้ครอบคลุมการเป็นประชาคมการเมืองยุคใหม่ที่มีชะตากรรมร่วมกันเพื่อสร้างโลกใหม่ให้สวยงาม
 
 
๒. ปาฐกถาพิเศษ
      ๒.๑ ศาสตราจารย์ เหอ ย่าเฟย (He Yafei) คณบดีสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอดีตรัฐมนตรีช่วยสำนักกิจการชาวจีนโพ้นทะเลแห่งคณะรัฐมนตรี กล่าวถึง ความสอดคล้องของความริเริ่ม "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" กับการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ โดยเฉพาะการบูรณาการให้เกิดความสมบูรณ์ โดยยืนหยัดการพัฒนาอย่างสันติ และการสร้างความยุติธรรม
      ๒.๒ ศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย ศิริไกร กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง การเสริมสร้างความร่วมมือในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศสู่ยุคดิจิทัล มีการลงทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือต่างๆ   
      ๒.๓ นางปัทมา เธียรวิศิษฏ์สกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย (Eastern Economic Corridor : EEC) ว่า จะเชื่อมโยงทั้งพื้นที่ภายในประเทศและภายนอกประเทศสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อันจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ เช่น หุ่นยนต์ และดิจิทัล เป็นต้น
 
 
๓. การพบปะหารือระหว่างรองนายกรัฐมนตรีของไทยกับรัฐมนตรีช่วยสำนักกิจการชาวจีนโพ้นทะเล โดยมีความเห็นที่สอดคล้องกันต่อโครงการสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเพื่อแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน ซึ่งจะขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะจีนจะสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทยในการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะได้มีการปรึกษาหารือในรายละเอียดร่วมกันโดยคณะทำงานของทั้งสองประเทศต่อไป
 
 
บทสรุป สำหรับการนำเสนอผลงานวิจัยของนักวิชาการฝ่ายไทยและฝ่ายจีนภายใต้ขอบข่าย ๖ หัวข้อย่อย ได้แก่ (๑) ความร่วมมือทางการทูต ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ (๒) การลงทุน การค้า การเงิน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (๓) การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการศึกษา (๔) การคมนาคม พลังงาน เกษตรกรรม และความร่วมมือทางเทคโนโลยี (๕) พลังอำนาจของ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิภาค และ (๖) ชาวจีนโพ้นทะเลในความสัมพันธ์จีน-ไทย รวมทั้งข้อคิดจากพิธีปิดการสัมมนาฯ นั้น จะได้นำเสนอในวันพรุ่งนี้
 
ประมวลโดย :
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล 
(รายงานสดจากงานสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ ๖ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน)

Facebook Comments Box