สถานการณ์และความท้าทายจากยุทธศาสตร์หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (OBOR) กับการอพยพของชาวจีนรุ่นใหม่เข้ามาในประเทศไทย

Event-Date: 
Tuesday, December 26, 2017 - 08:45
วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลและข่าวสารการบรรยายเรื่อง "สถานการณ์และความท้าทายจากยุทธศาสตร์หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (OBOR) กับการอพยพของชาวจีนรุ่นใหม่เข้ามาในประเทศไทย" ณ Yunnan Normal University นครคุนหมิง มณฑลหยุนหนาน (ยูนนาน) สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามหนังสือเชิญของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งหวังจะให้มีการแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างหน่วยงานคลังสมองของทั้งสองประเทศ ตามแผนปฏิบัติการร่วมระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) โดยเฉพาะการส่งเสริมการทูตระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
 
๑. มหาวิทยาลัย Yunnan Normal University ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในมณฑลยูนนานนับแต่อดีตซึ่งเคยเป็นมหาวิทยาลัยฝึกหัดครูแห่งภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน จากการก่อตั้งร่วมกันระหว่าง ๓ มหาวิทยาลัยใหญ่ คือ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยชิงหวา และมหาวิทยาลัยหนานไค ปัจจุบันมหาวิทยาลัย มีเจ้าหน้าที่และบุคคลากรอยู่กว่า ๒,๐๑๙ คน โดยมีตำแหน่งศาสตราจารย์ ๑๒๒ คนและ รองศาสตราจารย์อีกกว่า ๔๖๖ คน และมีนักศึกษาต่างชาติอยู่อีก ๓๐๐ กว่าคน โดยนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ โดยมหาวิทยาลัยได้รับเลือกเป็น ศูนย์สอบ HSK ประจำมณฑลยูนนานแต่เพียงแห่งเดียว และมหาวิทยาลัยมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ เช่น สถาบัน MIT จากประเทศสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ มากกว่า ๓๐ สถาบัน นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือทางด้านการอบรมบุคลากรระดับปริญญาตรี ปริญญาโทกับทางราชภัฎลำปาง ราชภัฎสวนสุนันทา ราชภัฎเชียงใหม่ของประเทศไทย และมหาวิทยาลัยฝึกหัดครูโฮจิมินห์จากประเทศเวียดนาม และสถาบันการศึกษาจากประเทศมาเลเซีย เป็นต้น
 
๒. สำหรับประเด็นใหญ่ๆ ในการบรรยายของผมนั้น จะเริ่มต้นด้วยสาเหตุความเป็นมาของการอพยพออกนอกประเทศของชาวจีนตั้งแต่ในสมัยยุคราชวงศ์ จนกระทั่งถึงจีนยุคใหม่ที่มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นำเสนอเมื่อปี ค.ศ.๒๐๑๓ (พ.ศ.๒๕๕๖) รวมทั้งการอพยพของชาวจีนรุ่นใหม่เข้ามาในประเทศไทย และแนวโน้มในอนาคต
 
๓. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการเดินทางไปบรรยายในครั้งนี้ ซึ่งมีมากกว่า ๒ ประการ ได้แก่
      ๓.๑ ทำให้ได้ข้อคิดเห็นและมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาและคณาจารย์ชาวจีน
      ๓.๒ เป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการกับนักวิชาการชาวจีน ซึ่งจะสามารถขยายระดับความสัมพันธ์จากระดับบุคคลไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน เป็นสนองตอบต่อแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับประชาชนที่จะสามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจตลอดจนความเข้าใจอันดี นำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและความร่วมมือระดับประเทศต่อไป
 
บทสรุป รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาและการพัฒนาหน่วยงานคลังสมองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งเสริมให้หน่วยงานการศึกษาและหน่วยงานคลังสมองมีความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำโครงการวิจัยร่วม การจัดสัมมนาทางวิชาการ หรือการแลกเปลี่ยนวิทยากรนักวิชาการ ก็ตาม ย่อมทำให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจในบริบทที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดยุทธศาสตร์และแนวนโยบายในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม ที่จะนำไปสู่การกำหนดทิศทางของความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อการได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน โดยที่หน่วยงานด้านการศึกษาหลายแห่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานคลังสมองให้กับรัฐบาลจีนได้อย่างดี ดังเช่น Yunnan Normal University กำลังทำหน้าที่ในการเป็นประตูสู่อาเซียน เป็นต้น 
 
ประมวลโดย:
พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
KU4.0

Facebook Comments Box